✦ บทวิเคราะห์พิเศษ: สำนักข่าว Global RealTime ✦

หัวข้อ: ทำไมประเทศโลกที่สามถึงยอมเลือก Consortium ของยุโรป?

โดย: เอเลน่า วิกเกอร์ส (บรรณาธิการบริหารด้านภูมิรัฐศาสตร์ดิจิทัล) 

ภาพการเฉลิมฉลองที่กรุงบรัสเซลส์เมื่อวานนี้อาจดูเหมือนฉากจบของนิยายรักระหว่างประเทศ

แต่สำหรับนักสังเกตการณ์วงใน

สิ่งที่เกิดขึ้นคือการตัดสินใจเชิงยุทธศาสตร์ที่ “เลือดเย็น” กว่าที่เห็น

การที่กลุ่มประเทศโลกที่สามที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด (The Non-Aligned Movement 4เลือก Consortium ไม่ใช่เพราะพวกเขารักยุโรปมากกว่าสหรัฐฯ หรือจีน

แต่เพราะนี่คือ “ยุทธศาสตร์การเอาตัวรอดในทางแพร่ง”

1️⃣ กลยุทธ์การทรงตัวบนคมดาบ: ภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออกของโลกที่สาม

ผู้นำในกลุ่มประเทศโลกที่สามกำลังเผชิญภาวะ “หนีเสือปะจระเข้” ท่ามกลางสงครามเย็นดิจิทัลที่รุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์

การเลือกแพลตฟอร์มไม่ใช่แค่เรื่องเทคโนโลยี แต่คือการเดิมพันด้วยความสัมพันธ์ระดับมหภาค:

▶ หากเลือก Grandeur ของพี่ใหญ่สหรัฐฯ:

พวกเขาจะได้เทคโนโลยีล้ำยุคและฐานอำนาจเดิมที่คุ้นเคย แต่ในวินาทีเดียวกันนั้น “กำแพงความเย็นชา” จากปักกิ่งจะถูกตั้งขึ้นทันที พี่ใหญ่จีนพร้อมจะใช้มาตรการทางเศรษฐกิจและความหมางเมินทางการทูตเพื่อตอบโต้ฐานที่เลือกข้างศัตรู 

▶ หากเลือก Pingheng ของพี่ใหญ่จีน:

แม้จะได้ระบบบริหารสต็อกสินค้าที่อิ่มท้องทันใจ แต่ก็ต้องเตรียมรับแรงกระแทกจากความโกรธเกรี้ยวของพี่ใหญ่สหรัฐฯ ที่พร้อมจะ “ตัดญาติขาดมิตร” ทั้งการคว่ำบาตรทางเทคโนโลยีและการตัดความช่วยเหลือทางการทหารที่เคยค้ำจุนรัฐบาลมานาน 

2️⃣ Small Trust: “ยาพาราเซตามอล” ของนักการเมืองผู้หวงเก้าอี้

สำหรับนักการเมืองในประเทศโลกที่สาม Consortium: Small Trust ไม่ใช่จุดหมายปลายทาง แต่คือ…

“เครื่องมือซื้อเวลา” ที่ทำงานเหมือนยาระงับปวดชั่วคราว:

▶ การดีดลูกคิดทางการเมือง:

ผู้นำเหล่านี้ยอมแก้กฎหมายเลือกตั้งเพื่อให้มีระบบ Soul Print และให้ประชาชนเลือกนโยบายรายข้อได้

สิ่งนี้ได้ผลชะงัดในการ “ดับไฟแค้น” ประชาชนรู้สึกว่าตนเอง “ชนะ” และกุมอำนาจรัฐได้จริง จลาจลยุติลง

ทำเนียบรัฐบาลกลับมาสงบเงียบอีกครั้ง 

▶ ความประมาทที่แสนอันตราย:

เหล่านักการเมืองคิดว่าตนเอง “เหนือเมฆ” พวกเขาเชื่อว่าช่องว่างระหว่าง Small Trust ไปจนถึง Full Trust นั้นยาวไกลเหมือนระยะทางจากโลกไปดวงจันทร์

พวกเขามั่นใจว่าจะสามารถบริหารจัดการความสนใจของมวลชน หรือแอบวางกลไกขัดขวางไม่ให้ระบบขยับไปสู่ระดับ Medium หรือ High ได้ในอนาคต 

3️⃣ ไซดักปลาของยุโรป (The Consortium Trap) : เมื่อผู้ออกแบบระบบคือผู้ชนะเสมอ

ในขณะที่นักการเมืองโลกที่สามยิ้มเยาะ ยุโรปกลับยิ้มเย็นเยือก

ระบบ Consortium ถูกออกแบบมาโดยผู้เชี่ยวชาญที่ “มั่นใจในอัลกอริทึม” ยิ่งกว่าสิ่งใด

นี่คือกับดักที่ถูกวางไว้อย่างเป็นระบบ:

▶ ความจริงที่โหดร้ายของ UBI:

ยุโรปรู้อยู่เต็มอกว่าการรันระบบ UBI (Universal Basic Income) ในระดับ Small Trust ที่มนุษย์ยังคงเป็นผู้บริหารงบประมาณนั้น

“ไม่มีทางรอด”

เพราะธรรมชาติของนักการเมืองจะอดไม่ได้ที่จะแทรกแซงงบเพื่อฐานเสียงตัวเองจนเกิดเงินเฟ้อรุนแรง

และระบบ Small Trust ก็ไม่มีกลไกจัดการสต็อกสินค้าที่ทรงพลังเท่า UVI ของ Pingheng ของจีน และไม่มีกลไกการกระตุ้นเศรษฐกิจนวัตกรรมอย่าง UDI ของ Grandeur ของสหรัฐ 

▶ จุดจบที่ถูกวางพิกัดไว้แล้ว:

เมื่อ UBI เริ่มล้มเหลวและเศรษฐกิจพุ่งชนทางตัน ยุโรปไม่ได้รอให้คนไปหารัฐบาลเก่า แต่รอให้ประชาชนตะโกนว่า:

“ที่มันพัง เพราะเรายังให้หัวโขนนักการเมืองคุมงบ! เราต้องขยับ Trust Level ให้สูงขึ้นไปหา Full Trust!”

นั่นคือการประกาศชัยชนะของ Consortium ก่อนที่มันจะเชื่อมโยงกันทั้งโลก! 

⏹️ บทสรุป

การเลือก Consortium ของประเทศโลกที่สามไม่ใช่การเลือก “ยุโรป”

แต่คือการเลือก ทางรอดที่ดูปลอดภัยที่สุดในทางแพร่ง แม้จะเป็นเพียงการซื้อเวลา

แต่ในสายตาของยุโรป นี่คือการปักหมุดชัยชนะที่ค่อย ๆ ขยายไปทั่วโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้



✦ การแบ่งขั้วอำนาจ – สัญญาแห่งมหาอาณาจักร (The Great Alignment) ✦

เสียงระฆังแห่งการเปลี่ยนผ่านที่บรัสเซลส์ยังไม่ทันจางหาย

โลกก็ถูกขีดเส้นแบ่งซ้ำอีกครั้งด้วยการลงนามในสัญญาระดับมหาอำนาจที่ทรงพลังกว่าเดิม

นี่ไม่ใช่แค่การลงนามใช้ซอฟต์แวร์

แต่มันคือการประกาศ “จุดยืนทางประวัติศาสตร์” ของผู้นำโลกที่สามที่ถูกบีบให้เลือกข้างในสงครามเย็นดิจิทัลยุคใหม่


ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี., สหรัฐอเมริกา

บรรยากาศเต็มไปด้วยความเคร่งขรึมและทรงพลังตามแบบฉบับตะวันตก

บรรดาผู้นำจากกลุ่มประเทศที่ ‘พึ่งพิงสหรัฐฯ’ (เพื่อการป้องกันประเทศ) และกลุ่มที่ประกาศตนเป็น ‘ศัตรูกับจีน’ (เพื่อคานอำนาจทางทะเลและเศรษฐกิจ) นั่งประจำที่บนโต๊ะไม้มะฮอกกานีโบราณ

ผู้นำจากเอเชียตะวันออกและอเมริกาใต้บางประเทศ จรดปากกาดิจิทัลลงนามในระบบ Grandeur ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

พวกเขาเลือก “ศักดิ์ศรีของมนุษย์” และ “นวัตกรรมแบบเสรี” เป็นข้ออ้างในการรักษาฐานอำนาจเดิม

“เราเลือกที่จะก้าวไปสู่ความมั่งคั่ง โดยไม่ทิ้งจิตวิญญาณแห่งเสรีภาพให้เครื่องจักรเป็นผู้บงการ”

ผู้นำฝ่ายต้านจีนคนหนึ่งกล่าวแถลงการณ์ร่วมกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ

เบื้องหลังการลงนามนี้คือความโล่งใจของเหล่านักการเมือง

เพราะ Grandeur การันตีว่าอำนาจบริหารและนิติบัญญัติยังคงอยู่ในมือของพวกเขา 100% พร้อมโบนัสพิเศษคือคำสั่งซื้อจาก Decayer Startup

ที่กำลังจะไหลเข้าสู่ร้านค้าในประเทศสมาชิกเหมือนสายน้ำที่ชุบชีวิตเศรษฐกิจ


ตัดภาพมายัง มหาศาลาประชาชน (Great Hall of the People) , ปักกิ่ง, จีน

ในเวลาเดียวกันที่ซีกโลกตะวันออก

บรรยากาศดูยิ่งใหญ่และเป็นระเบียบตามแบบฉบับมังกรดิจิทัล

บรรดาผู้นำจากประเทศที่ ‘พึ่งพิงจีน’  (ผ่านหนี้สิน Belt and Road 5) และกลุ่มที่เป็น ศัตรูกับสหรัฐฯ (เพื่อปลดแอกอิทธิพลตะวันตก) นั่งเรียงรายอยู่ใต้แสงไฟระยิบระยับ

พวกเขาลงนามในระบบ Pingheng ด้วยความรู้สึกที่แตกต่าง

มันคือความโล่งใจที่ “ท้องจะอิ่ม” และ “เก้าอี้จะมั่นคง” 

จีนนำเสนอสิ่งที่เรียกว่า “ความเงียบสงบผ่านดุลยภาพ” ซึ่งหมายถึงการบริหารที่ไร้ความขัดแย้ง

เพราะ AGI จะช่วยจัดการสต็อกสินค้าให้ประชาชนไม่อดอยาก และยังอนุญาตให้ผู้นำ “เข้าถึงการตั้งค่าระบบ” ได้หากเกิดวิกฤตความมั่นคง

“เราเลือกที่จะเดินตามแนวทางที่พิสูจน์แล้วว่าทำได้จริง”

ผู้นำจากแอฟริกาตะวันออกกล่าว

“เราไม่ต้องการการทดลองจากยุโรป หรือนวัตกรรมที่จับต้องไม่ได้จากสหรัฐฯ

“เราต้องการความอิ่มท้องและระเบียบวินัยของ Pingheng


✦ แพลตฟอร์มมหาอำนาจทั้งสี่ (The Four Superpower Platforms) ✦

ภาพการลงนามทั้งสี่พิกัดถูกฉายสลับไปมาบนจอข่าวทั่วโลก

บัดนี้โลกไม่ได้ถูกแบ่งด้วยเขตพรมแดนทางกายภาพอีกต่อไป

หากแต่ถูกแบ่งด้วย “ภูมิรัฐศาสตร์แพลตฟอร์ม”  (Platform Geopolitics)  จากขั้วอำนาจทั้งสี่

✰ Consortium Platform: มุ่งเน้นการจัดสรรทรัพยากรและเสถียรภาพของระบบ

✰ Grandeur Platform: มุ่งเน้นการเปลี่ยนทรัพยากรให้เป็นแรงขับเคลื่อนนวัตกรรมและความรุ่งโรจน์ 

✰ Pingheng Platform: มุ่งเน้นพลวัตการไหลเวียนสินค้าและสมดุลแห่งผลผลิตรวม 

✰ Vidya Platform: มุ่งเน้นการขยายขอบเขตพุทธิปัญญาและวิวัฒนาการแห่งสมองมนุษย์


เชิงอรรถ
1. ^ SIDS: กลุ่มประเทศที่ประกอบด้วยเกาะขนาดเล็ก ซึ่งมีลักษณะเฉพาะทางภูมิศาสตร์และเผชิญกับความท้าทายในการพัฒนาที่คล้ายคลึงกัน โดยมักเป็นสมาชิกของสหประชาชาติ
2. ^ Post-Territorial Statehood: สถานะรัฐหลังดินแดน/แนวคิดรัฐที่ไร้ดินแดน คือ แนวคิดทางกฎหมายระหว่างประเทศที่เสนอให้รัฐยังคงสถานะความเป็น “รัฐ” (Statehood) และอำนาจอธิปไตย (Sovereignty) เอาไว้ได้ แม้ว่าจะสูญเสียดินแดนทางกายภาพ (Territory) ไปแล้ว
3. ^ IoT (Internet of Things): “อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง” คือ เครือข่ายที่เชื่อมต่ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ เข้ากับอินเทอร์เน็ต ทำให้อุปกรณ์เหล่านั้นสามารถสื่อสาร รวบรวมข้อมูล และสั่งการทำงานได้อัตโนมัติผ่านสมาร์ทโฟนหรือระบบคลาวด์ โดยมนุษย์แทบไม่ต้องเข้าไปป้อนข้อมูลด้วยตนเอง
4. ^ The Non-Aligned Movement: องค์การระหว่างประเทศที่รวมตัวกันอย่างหลวมๆ ของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาและด้อยพัฒนา โดยมีจุดยืนหลักคือ “การไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด” หรือไม่เป็นพันธมิตรทางทหาร/การเมืองกับมหาอำนาจขั้วใดขั้วหนึ่ง (โดยเฉพาะสหรัฐฯ หรือโซเวียตในช่วงสงครามเย็น) ก่อตั้งขึ้นอย่างเป็นทางการในปี พ.ศ. 2504 เพื่อสนับสนุนสันติภาพ อธิปไตย และการพัฒนาเศรษฐกิจ
5. ^ Belt and Road: Belt and Road Initiative (BRI) หรือที่คนไทยรู้จักกันในชื่อ “หนึ่งแถบหนึ่งเส้นทาง” คือยุทธศาสตร์การลงทุนและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระดับโลกที่ริเริ่มโดยรัฐบาลจีน โดยมีประธานาธิบดี สี จิ้นผิง เป็นผู้ประกาศเปิดตัวโครงการนี้ในปี ค.ศ. 2013

หน้า: 1 2