AGI พลิกระเบียบโลก | บทที่ 5 สงครามเย็นดิจิทัล – Digital Cold War


เมื่อ AGI ถูกนำมาบริหารประเทศแทนมนุษย์! นี่คือบทคาดการณ์อนาคตเชิงนิยาย – เหตุการณ์ ประเทศ และองค์กรที่ปรากฏ ถูกใช้เพื่อการจำลองสถานการณ์ทางความคิดเท่านั้น มิได้อ้างอิงหรือยืนยันเหตุการณ์จริงในปัจจุบันหรืออนาคต

AGI พลิกระเบียบโลก | AGI: The World Order Changer

บทที่ 5 สงครามเย็นดิจิทัล – Digital Cold War


ย่านชิบูย่า, โตเกียว, ประเทศญี่ปุ่น 

จอโฮโลแกรมลอยฟ้าขนาดมหึมาที่เรียงรายรอบย่าน ชิบูย่า ไม่ได้ฉายโฆษณาอนิเมะและสินค้าฟุ่มเฟือยอีกต่อไป

พวกมันถูกแทนที่ด้วยกราฟิกสีฟ้าแห่งมหาสมุทร—สัญลักษณ์ของ Consortium

ประชาชนนับหมื่นในหน้ากากอนามัยสีขาวสะอาดตายืนนิ่งสงบ แต่ในมือของพวกเขา ป้ายดิจิทัลยังคงส่องแสง ด้วยข้อความเดียวกันว่า

“Consortium! Full Trust! 100% Transparency!”

“AGI Set Zero!”

พวกเขาไม่ได้มาทำลาย แต่เพื่อ “ยืนยันเจตจำนง” ในนามของกลุ่ม Soul Print


ทำเนียบรัฐบาล (Kantei) , นางาตาโช

นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นนั่งกุมขมับอยู่หน้า โฮโลแกรมสามมิติ ที่ลอยเหนือโต๊ะทำงาน ซึ่งแสดงสนธิสัญญาแบบ Dynamic Treaty จากวอชิงตัน

ข้าง ๆ คือหน้าจอรายงานผลกระทบหากญี่ปุ่นตัดสินใจเลือกระบบ Consortium ของยุโรปตามที่ประชาชนเรียกร้อง แทนที่จะเป็นระบบ Grandeur ของสหรัฐฯ

“ถ้าเราเลือก Grandeur เราจะได้ระบบ UDI มากระตุ้นเศรษฐกิจที่ซบเซา และเราจะยังรักษาพันธมิตรกับสหรัฐฯ ไว้ได้”

รัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ

“แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด… ระบบของสหรัฐฯ จะไม่สั่งให้เรา ‘ลาออก’ ทั้งสภาเหมือนที่ Consortium: Full Trust ของยุโรปต้องการ”

“แต่การเลือก Grandeur คือการยอมรับรัฐธรรมนูญปี 1947 ต่อไป”

ที่ปรึกษาอาวุโสแทรก

“ประชาชนมองว่านั่นคือโซ่ตรวนที่สหรัฐฯ ล่ามเราไว้ พวกเขาต้องการระบบที่เขียนขึ้นโดย AGI ที่ไร้อคติทางการเมือง… พวกเขาต้องการ ชินโตดิจิทัล ที่โปร่งใส”

“เราทำไม่ได้!”

นายกรัฐมนตรีตบโต๊ะ

“การใช้ Consortium: Full Trust หมายถึงการส่งมอบอำนาจนิติบัญญัติและบริหารให้สมองกลยุโรปดูแล

“นั่นคือการฉีกรัฐธรรมนูญและทำลายสถาบันทางการเมืองที่เราสร้างมาเกือบศตวรรษ… สหรัฐฯ จะไม่มีวันยอมให้เราทำแบบนั้น!”


ในขณะเดียวกัน ณ ฐานทัพสหรัฐฯ ในโยโกสุกะ

เจ้าหน้าที่ระดับสูงของสหรัฐฯ จ้องโดรนสอดแนมที่บินเหนือฝูงชนในโตเกียว

“ญี่ปุ่นกำลังจะหลุดมือเราไปหาพวกยุโรป”

เขาพูดผ่านสายลับสัญญาณดาวเทียม

“ถ้าพวกเขารัน Consortium ระดับ Full Trust อิทธิพลของสหรัฐฯ ในแปซิฟิกจะจบสิ้นลงทันที

“เพราะ AGI ของยุโรปจะสั่งให้ญี่ปุ่นกลายเป็นประเทศเป็นกลาง (Neutral State) ตามเจตจำนงของประชาชนส่วนใหญ่ที่เบื่อสงคราม

“สั่งการไปที่รัฐบาลโตเกียว…

“บอกเขาว่าเราจะเพิ่มงบประมาณสมทบ UBI ของระบบ Grandeur เป็นสองเท่า

“และเราจะเริ่มโครงการ UDI: Tokyo Project ทันทีเพื่อให้คนหนุ่มสาวมีงานทำ…

“แลกกับการที่เขาต้องสลายการชุมนุมกลุ่ม Soul Print ให้ได้ภายในคืนนี้”

…คืนนั้น

ตำรวจปราบจลาจลในชุด เอ็กโซสเกลเลตัน (Exoskeleton) 1 สีดำด้าน ยืนเรียงแถวเป็นป้อมปราการที่ขยับเขยื้อนได้

เสียงไฮดรอลิกดัง “ฟืด-พืด” ทุกครั้งที่พวกเขาขยับตัว

พวกเขาไม่ได้ใช้แก๊สน้ำตา แต่ที่หัวไหล่ของชุดเกราะมีเสาสัญญาณ Broadband Disruptor ที่แผ่คลื่นรบกวนออกมาจนอากาศรอบด้านดูเหมือนสั่นไหว

หน้าจอ Rollerphone ของกลุ่มผู้ชุมนุมวูบดับกลายเป็นสีดำสนิท ราวกับวิญญาณดิจิทัลของพวกเขาถูกกระชากออกไปในทันที

“ทำไมรัฐบาลต้องขวางเรา?”

เด็กหนุ่มพึมพำ ขณะมองหน้าจอ Rollerphone ที่ยื่นออกมาจาก Wristband ขึ้นข้อความว่า ‘Signal Lost’

“เราแค่ต้องการรัฐบาลที่โกงไม่ได้… เราแค่ต้องการ Consortium: Full Trust!

เสียงประกาศจากลำโพงรัฐบาลดังขึ้น: 

“ประชาชนชาวญี่ปุ่นทุกท่าน…

เพื่อความมั่นคงและเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

รัฐบาลขอประกาศเลือกใช้ระบบ Grandeur ร่วมกับสหรัฐอเมริกาตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป

ท่านจะได้รับเงินสนับสนุนเบื้องต้นในกระเป๋าเงินใหม่ทันที…”

เสียงโห่ด้วยความผิดหวังดังสนั่นไปทั่วโตเกียว เงินกำลังไหลเข้าบัญชีพวกเขา…

แต่วิญญาณดิจิทัลของพวกเขากลับถูกขังไว้ในกรงขังเดิมที่ชื่อว่า “อำนาจรัฐ”



ย่านทงแดมุน, กรุงโซล, เกาหลีใต้

แสงจากโฮโลแกรมยักษ์ที่ลอยรอบสี่แยกทงแดมุนไม่ได้ฉายภาพไอดอล K-Pop เหมือนเมื่อก่อน

แต่มันถูกยึดครองด้วยการถ่ายทอดสดตัวเลข Trust Index ของนักการเมืองเกาหลีที่ร่วงดิ่งจนแทบเป็นศูนย์

ประชากรเกาหลีรุ่นใหม่ที่เรียกตัวเองว่า Generation Zero นับหมื่นคน นั่งประท้วงท่ามกลางอากาศที่หนาวเหน็บ แต่หัวใจพวกเขากลับร้อนรุ่ม

สัญลักษณ์ Consortium บนหน้าจอ Rollerphone บางใสถูกเปิดทิ้งไว้บนฝ่ามือพวกเขา

สีฟ้าสว่างไสวเรียงรายไปตามท้องถนนรวมตัวกันเป็น ‘มหาสมุทรแห่งมวลชน’  ที่ไม่มีวันเหือดแห้ง

“เราไม่ได้ต้องการเงิน UDI มาสร้างโดรนแข่งกับใคร”

หญิงสาวคนหนึ่งให้สัมภาษณ์สื่อต่างชาติ

“เราแค่ต้องการระบบที่กลุ่มแชโบล (Chaebol) 2 สั่งซ้ายหันขวาหันไม่ได้

“เราต้องการ Consortium: Full Trust เพื่อให้ AGI บริหารภาษีของเราโดยไม่มีคำว่า พวกพ้อง!


บลูเฮาส์ (Cheong Wa Dae) , กรุงโซล

บรรยากาศในห้องประชุมสภาความมั่นคงเต็มไปด้วยแรงกดดัน

ประธานาธิบดีเกาหลีใต้นั่งอยู่ต่อหน้าโฮโลแกรมคอลที่ฉายใบหน้ารัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ

“ท่านประธานาธิบดี”

ตัวแทนจากวอชิงตันกล่าวด้วยน้ำเสียงนิ่งแต่แฝงคำขู่

“สถานะสงครามกับเกาหลีเหนือยังไม่จบ สนธิสัญญาสงบศึก (Armistice) ปี 1953 ผูกพันอยู่กับกองกำลังสหรัฐฯ

“หากคุณเลือก Consortium ของยุโรป…

“ระบบ AGI จะสั่งลดงบประมาณทหารและยกเลิกฐานทัพสหรัฐฯ ตามเจตจำนงของประชาชนส่วนใหญ่ทันที…

“คุณพร้อมเผชิญหน้ากับนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือโดยไม่มีเราไหม?”

“แต่นั่นคือสิ่งที่ประชาชนต้องการ!”

รัฐมนตรีฝ่ายดิจิทัลของเกาหลีใต้โพล่งขึ้น

“ประชาชนเบื่อการจ่ายส่วยให้แชโบลและงบกองทัพที่โปร่งใสยาก พวกเขาต้องการชีวิตที่บริหารด้วยความยุติธรรมของสมองกล!”

“งั้นก็เลือกเอา”

ตัวแทนสหรัฐฯ ยื่นคำขาด

“จะเอา Grandeur ที่มาพร้อมเกราะป้องกันขีปนาวุธและเงินทุนนวัตกรรม

“หรือจะเอา Consortium ที่มาพร้อมกับ ความว่างเปล่า ทางการทหาร…

“เราจะให้เวลาคุณจนถึงเช้าวันพรุ่งนี้!”

เวลาตี 4 ของเช้าวันรุ่งขึ้น

รัฐบาลเกาหลีใต้ประกาศกฎอัยการศึกทางไซเบอร์

พวกเขากดปุ่มติดตั้ง Grandeur ลงในระบบปฏิบัติการของประเทศทันที

ประชาชนที่ควางฮวามุนตื่นขึ้นมาพร้อมกับการแจ้งเตือนในทุกอุปกรณ์สื่อสาร:

﹌﹌﹌﹌﹌﹌﹌﹌

 [System Alert] :

“ประเทศเกาหลีใต้เข้าสู่ระบบ Grandeur อย่างเป็นทางการ

“ท่านได้รับสิทธิ์เข้าถึงเงินทุน UDI สำหรับโครงการป้องกันประเทศและเทคโนโลยีความมั่นคงสูงสุด”

﹌﹌﹌﹌﹌﹌﹌﹌

“มันเหมือนเดิม..”

ชายหนุ่มมองหน้าจอที่ยื่นออกมาจาก Wristband ด้วยความโกรธ

“สุดท้ายพวกเขาก็อ้างเรื่องสงครามเพื่อรักษาอำนาจของตัวเองและแชโบลไว้เหมือนเดิม Grandeur ไม่ใช่เครื่องมือพัฒนา แต่มันคือโซ่ล่ามเราไว้กับสงครามที่ไม่มีวันจบ”


หน้า: 1 2