กิน อยู่ ฟิต | ตอนที่ 2 ซูเปอร์ฟู้ด & อาหารเสริม


22 views

ในตอนที่ 2 นี้เราจะมาคัดเลือก “ซูเปอร์ฟู้ด” ที่อัดแน่นด้วยสารอาหารที่สำคัญแต่ละชนิด เพื่อจะมาเป็นอาหารเพื่อยืดอายุขัยและชะลอวัย โดยจะขอเรียกย่อๆ ว่า L3 นะครับ

แนวทางในการคัดเลือก ซูเปอร์ฟู้ด

1️⃣ อัดแน่นด้วยสารอาหารที่สำคัญแต่ละชนิด และได้ประโยชน์ที่คุ้มค่ามากกว่าส่วนที่เป็นข้อเสีย

2️⃣ สามารถหาซื้อได้ง่ายและไม่ทำลายสุขภาพฟันจนเกินไป (แข็งไป หรือ มีกรดมากไป จนทำให้ฟันสึก)

3️⃣ ให้สารอาหารที่จำเป็นต่อการชะลอวัยในระดับโมเลกุล

4️⃣ อยู่ในวงจรการบริโภคตามธรรมชาติที่สอดคล้องกับวิวัฒนาการของมนุษย์และสัตว์

กิน อยู่ ฟิต | ตอนที่ 2 ซูเปอร์ฟู้ด & อาหารเสริม

กลุ่มที่ 1: โปรตีน ไขมันดี และแร่ธาตุ
● ไข่ ● นม ● ไก่ ● หมู ● แซลมอน ● แมคเคอเรล ● ปลาทู ● หอยนางรม ● เครื่องในสัตว์ (ตับ, หัวใจ) ● ถั่วต้ม ● นมถั่วเหลือง/เต้าหู้ ● นมอัลมอนด์ ● เมล็ดฟักทอง

กลุ่มที่ 2: ผัก ผลไม้ และพรีไบโอติกส์
● บล็อกโคลี่ ● ผักคะน้า ● มะเขือเทศ ● เห็ด ● ต้นอ่อนทานตะวัน ● ฝรั่ง ● แก้วมังกร ● กล้วยน้ำว้า ● มะละกอ ● ส้ม ● องุ่นม่วง ● ผลไม้ตระกูลเบอร์รี

กลุ่มที่ 3: อาหารหมัก และโพรไบโอติกส์
● นัตโตะ ● โยเกิร์ต ● ชีสแท้

อาหารเหล่านี้ เป็นการคัดเลือกจากการที่ผู้เขียนทดลองกินมาแล้วหลายปี ซึ่งได้ผลเป็นอย่างดี และหลังจากนั้นก็นั่งถกกับ AI (Gemini) จนสามารถจิ๊กซอว์อาหารได้ครบทุกสารอาหารในที่สุด

ซึ่งเมื่อให้ Gemini ประมวลผลภาพรวมออกมาทั้งหมด ก็ได้คำตอบว่า:

จากการพิจารณาอาหารทุกชนิดในรายการ L3 เราสามารถสรุปการครอบคลุมของสารอาหารหลักในแต่ละกลุ่มได้ดังนี้ครับ

กรดอะมิโน (Amino Acids)

รายการอาหารของเราครอบคลุม กรดอะมิโนจำเป็นทั้ง 9 ชนิด ได้อย่างสมบูรณ์แบบครับ โดยเฉพาะในกลุ่มโปรตีนจากสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เช่น ไข่ ไก่ หมู ปลา และ นม ซึ่งเป็นโปรตีนสมบูรณ์ (Complete Protein) ที่มีกรดอะมิโนครบถ้วน

วิตามิน (Vitamins)

วิตามินที่ละลายในไขมัน (A, D, E, K):

🔵 วิตามิน A: ได้จาก มะเขือเทศ และ มะละกอ ซึ่งเป็นแหล่งของเบต้าแคโรทีนที่ร่างกายเปลี่ยนเป็นวิตามิน A

🔵 วิตามิน D: ได้จาก ปลาทะเลน้ำลึก (แซลมอนแมคเคอเรล) การได้รับจากอาหารอาจไม่เพียงพอสำหรับคนเมือง ซึ่งเป็นจุดที่ต้องพิจารณาการเสริม

🔵 วิตามิน E: ได้จาก เมล็ดดอกทานตะวัน และ อัลมอนด์ แต่การกินเมล็ดดอกทานตะวัน และ อัลมอนด์อบ อาจทำให้ฟันสึกในระยะยาว จึงควรกินเป็น ต้นอ่อนทานตะวัน หรือ นมอัลมอนด์ แทน

🔵 วิตามิน K: ได้จาก บล็อกโคลี ผักคะน้า และ ชีส นัตโตะ ซึ่งให้วิตามิน K2 ที่สำคัญต่อกระดูกและหลอดเลือด

วิตามินที่ละลายในน้ำ (C, B-Complex):

🔵 วิตามิน C: ได้อย่างเต็มที่จาก ฝรั่ง มะละกอ ส้ม ซึ่งเป็นผลไม้วิตามินซีสูง

🔵 วิตามิน B-Complex: ครบถ้วนจากแหล่งอาหารที่หลากหลาย ทั้ง ไข่ และ เนื้อสัตว์ (B12) ต้นอ่อนทานตะวัน (โฟเลต) ปลา (B6) นม (B2) เห็ด (ฺB2, B3, B5)

แร่ธาตุ (Minerals)

รายการอาหารของเราครอบคลุมแร่ธาตุที่จำเป็นส่วนใหญ่ได้เป็นอย่างดี

🔵 แคลเซียม: แหล่งที่มาหลักคือ นม ชีส และ บล็อกโคลี/ผักคะน้า

🔵 เหล็ก: ได้จาก เครื่องใน/เนื้อสัตว์ (เหล็กชนิด Heme) รวมถึง ผักคะน้า (เหล็กชนิด Non-Heme)

🔵 สังกะสีหอยนางรม เป็นแหล่งที่ดีที่สุด (ควรกินแบบสุกในปริมาณที่น้อยและเว้นช่วงหลายวัน เพราะเป็นอาหารที่ให้แร่ธาตุสูงมาก)

🔵 แมกนีเซียม: ได้จาก เมล็ดฟักทอง และอาหารอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น แก้วมังกร ฝรั่ง นม ชีส เต้าหู้ ผักคะน้า ปลาแซลมอน

🔵 โพแทสเซียม: ได้จาก กล้วยน้ำว้า และ มะละกอ

กรดไขมัน (Fatty Acids)

🔵 โอเมก้า-3 (DHA): ครอบคลุมได้ยอดเยี่ยมจาก ปลาทะเลน้ำลึก (แซลมอนแมคเคอเรลปลาทู)

🔵 โอเมก้า-6: ได้จากเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ตามปกติ

ไฟโตนิวเทรียนท์ (Phytonutrients)

กลุ่มสารต้านอนุมูลอิสระ:

🔵 ไลโคปีน (Lycopene), แอนโทไซยานิน (Anthocyanin): ได้จาก มะเขือเทศ ผลไม้ตระกูลเบอร์รี

🔵 เบต้าแคโรทีน (Beta-carotene), ฟลาโวนอยด์ (Flavonoids): ได้จาก มะละกอ ส้ม

🔵 คลอโรฟิลล์ (Chlorophyll), ลูทีน (Lutein): ได้จาก บรอกโคลี ผักคะน้า

🔵 แอนโทไซยานิน (Anthocyanin), เรสเวอราทรอล (Resveratrol): ได้จาก องุ่นม่วง ผลไม้ตระกูลเบอร์รี

กลุ่มสารต้านการอักเสบ:

🔵 ซัลโฟราเฟน (Sulforaphane): ได้จาก บล็อกโคลี

🔵 เควอซิทิน (Quercetin): ได้จาก มะเขือเทศ

หมายเหตุ

🟠 ไม่ควรกินน้ำผลไม้ เพราะอาจขาดวิตามินซี และน้ำตาลฟรุกโตสที่มากไป

🟠 ไม่ควรกินผลไม้ปั่น เพราะวิตามินซีจะสลายเมื่อสัมผัสออกซิเจน

🟠 ไม่ควรเฉาะผลไม้ทิ้งไว้ เพราะวิตามินซีจะสลายเมื่อสัมผัสออกซิเจน

🟠 การเคี้ยวอาหารจะช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อกรามและกล้ามเนื้อบริเวณหน้าให้แข็งแรง ช่วยให้หน้าไม่เหี่ยว

บทสรุป

อาหาร L3 ที่ลิสต์มานี้ ยังมีจุดที่อาจเป็นข้อจำกัดและจำเป็นต้องพิจารณาการเสริมจากภายนอก ได้แก่:

🟡 วิตามิน D: สำหรับผู้ที่ได้รับแสงแดดไม่เพียงพอ

🟡 โอเมก้า-3 (DHA): หากไม่ได้กินปลาทะเลน้ำลึกบ่อย เช่น แซลมอน

🟡 วิตามิน E: หากไม่ได้กินอาหารที่เป็นแหล่งของวิตามิน E บ่อย เช่น ต้นอ่อนทานตะวัน หรือ นมอัลมอนด์

🟡 แมกนีเซียม: หากไม่ได้กินอาหารที่เป็นแหล่งของแมกนีเซียมบ่อย เช่น เมล็ดฟักทอง

NOTE: การเลือกรูปแบบอาหารเสริมขึ้นอยู่กับความต้องการและไลฟ์สไตล์ของแต่ละคน

🟣 หากต้องการให้ร่างกายดูดซึมได้ดีและปลอดภัย นมเสริมอาหาร เป็นทางเลือกที่ยอดเยี่ยม (อ่านข้อมูลสารอาหารบนฉลากก่อนตัดสินใจซื้อ)

🟣 หากเน้นความเข้มข้นของสารอาหารและต้องการพกพาไปได้ทุกที่ อาหารเสริมชนิดเม็ด คือคำตอบที่ตรงจุด (ปรึกษาแพทย์หากไม่แน่ใจ)

‼️ อาหารเสริมชะลอวัย CoQ10, Astaxanthin, NAD จำเป็นต้องกินไหม

สำหรับผู้เขียน ไม่เคยกิน 3 ตัวนี้ ผมกินเพียงอาหาร L3 ตามที่ลิสต์ไว้เป็นส่วนใหญ่ ร่วมด้วยการออกกำลังกายตามที่เสนอไว้ในตอนที่ 1 ซึ่งร่างกายก็แข็งแรงดี ยังไม่เป็นโรคอะไร และยังคงมีคนทายอายุน้อยกว่าอายุตามบัตรประชาชนไปหลายปี ดังนั้นก็อยู่ที่ท่านว่าจะกินหรือไม่ โดยผมจะเพียงให้ความรู้แบบกลางๆ เท่านั้น

CoQ10

CoQ10 เป็นสารสำคัญที่ร่างกายผลิตได้เอง และเป็นหัวใจในการสร้างพลังงานของไมโทคอนเดรีย ซึ่งเปรียบเสมือนโรงไฟฟ้าของเซลล์ แม้ว่าเราจะได้รับ CoQ10 จากอาหารในรายการ L3 ของเรา เช่น เนื้อสัตว์ และ ปลาแซลมอน แต่ปริมาณที่ได้รับนั้นน้อยมาก และความสามารถในการผลิตของร่างกายก็ลดลงเมื่ออายุมากขึ้น

แอสตาแซนธิน

แอสตาแซนธิน เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งทำหน้าที่ปกป้องเยื่อหุ้มเซลล์และไมโทคอนเดรียจากการถูกทำลายจากอนุมูลอิสระ เราได้รับสารนี้จาก ปลาแซลมอน ที่อยู่ในรายการอาหาร L3 ของเรา แต่สารนี้สลายตัวได้เมื่อโดนความร้อนสูง ทำให้การปรุงสุกอาจทำให้ได้รับในปริมาณที่ไม่เพียงพอ

NAD

NAD คือโคเอนไซม์สำคัญที่ช่วยในการซ่อมแซมดีเอ็นเอและกระตุ้นการทำงานของยีนชะลอวัย ซึ่งระดับ NAD+ จะลดลงตามอายุ แม้ว่าอาหารเสริมอย่าง NMN หรือ NR จะถูกวิจัยเพื่อช่วยเพิ่มระดับ NAD+ แต่ก็ยังถือว่าเป็นองค์ความรู้ที่ค่อนข้างใหม่

ข้อมูลเพิ่มเติม

จากการศึกษาพบว่าลำไส้ของเราไม่ได้เอื้อต่อการดูดซึม CoQ10 แอสตาแซนธิน และ NAD นั่นหมายถึง ร่างกายมนุษย์ถูกออกแบบมาให้พึ่งพิงการสร้างสารเหล่านี้ด้วยตนเอง เป็นหลัก

การสังเคราะห์ภายในร่างกาย

   🟢 CoQ10: ร่างกายสามารถสังเคราะห์ CoQ10 ได้เองในแทบทุกเซลล์ โดยเฉพาะในไมโทคอนเดรียเพื่อใช้ในการสร้างพลังงาน

   🟢 แอสตาแซนธิน: แม้เราจะไม่ได้สังเคราะห์เอง แต่การได้รับสารตั้งต้นจากอาหาร (เช่น แคโรทีนอยด์) ก็ช่วยให้ร่างกายมีวัตถุดิบในการทำงาน

   🟢 NAD: ร่างกายสามารถสังเคราะห์ NAD ได้จากวิตามิน B3 (ไนอะซิน) ซึ่งเป็นสารอาหารที่เราได้รับจากอาหารทั่วไปอยู่แล้ว

ทำไมถึงไม่ถูกออกแบบมาให้รับจากอาหารภายนอก?

   🟢 ปริมาณที่ต่ำมากในอาหาร: ปริมาณของ CoQ10 และแอสตาแซนธินในอาหารส่วนใหญ่นั้นต่ำมากจนแทบไม่มีนัยสำคัญ ซึ่งต่างจากวิตามินซีหรือวิตามินดีที่เราต้องได้รับจากภายนอก

   🟢 ความสามารถในการดูดซึมที่จำกัด: สารเหล่านี้มีโมเลกุลขนาดใหญ่และละลายในไขมัน ทำให้ลำไส้ของเราดูดซึมได้ยาก ซึ่งเป็นอีกข้อพิสูจน์ว่าร่างกายไม่ได้ถูกออกแบบมาให้พึ่งพาการได้รับจากอาหารเป็นหลัก

ดังนั้น การบริโภค CoQ10แอสตาแซนธิน หรือ NAD จึงไม่ได้อยู่ในวงจรการบริโภคตามธรรมชาติที่สอดคล้องกับวิวัฒนาการของมนุษย์ การเสริมสารเหล่านี้จึงเป็นทางเลือกที่ต้องใช้วิจารณญาณ

บทสรุป

อาหารเสริมอย่าง วิตามินดี ถือเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคนยุคปัจจุบันที่ใช้ชีวิตในอาคารเป็นส่วนใหญ่ เพราะเป็นสิ่งที่ร่างกายขาดไปตามวิวัฒนาการ

สำหรับ CoQ10, แอสตาแซนธิน, และ NAD นั้น การตัดสินใจกินหรือไม่กินเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล เพราะยังไม่มีการพิสูจน์อย่างแน่ชัด

แต่การกินแบบ L3 + ออกกำลังกายวิ่งโซน 2 30-45 นาที และบอดี้เวท Push, Pull, Leg ท่าละ 1 เซ็ท ถึงระดับ Train to Failure และหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดๆ สำหรับผู้เขียน ได้ผลที่น่าพึงพอใจ จนไม่ต้องไปเสริมอาหารเสริมชะลอวัยดังกล่าว

อาหารเสริมชนิดเม็ดที่ผมกินตอนนี้ก็มีเพียง วิตามินดี กับ น้ำมันปลา และ แมกนีเซียม ในบางวัน เท่านั้นเองครับ 


ต่อไปเราจะเจาะลึกถึงรายละเอียดของการออกกำลังกาย วิ่งอย่างไรให้ยืดอายุ และชะลอวัย ติดตามตอนต่อไปนะครับ



🔵 อัปแล้ว! …
 
การแจ้งเตือน
ลบทั้งหมด

🔵 อัปแล้ว! กิน . อยู่ . ฟิต | Eat . Live . Fit ตอนที่ 2 ซูเปอร์ฟู้ด & อาหารเสริม

8 กระทู้
2 ผู้ใช้
8 Reactions
27 เข้าชม
Lamoonman
กระทู้: 112
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@lamoonman)
Creator
เข้าร่วม: 5 เดือน ที่ผ่านมา
[#49]

 

“พักจากงานการสักพัก แล้วหันมาดูแลสุขภาพตัวเองมากขึ้น”

 

ยินดีต้อนรับรี้ดทุกท่าน เข้าสู่บันทึกการทดลองและปรับจูนกลไกร่างกาย (Biohacking) กับซีรีส์

 

กิน . อยู่ . ฟิต | Eat . Live . Fit

 

เพราะร่างกายที่ดี ไม่ใช่ของขวัญจากพันธุกรรมเสมอไป แต่มันคือผลลัพธ์ของ กิน . อยู่ . ฟิต อย่างมีระบบ

 

🛰️ ตอนที่ 2: ซูเปอร์ฟู้ด & อาหารเสริม

 

ในยุคที่ใครๆ ก็มองหา “อาหารเสริม” แต่บทความนี้จะมาเปิดเผยว่า “ซูเปอร์ฟู้ด” คือคำตอบจากธรรมชาติที่ช่วยให้ไม่ต้องพึ่งอาหารเสริมทุกตัว

 

🪐 ลิงก์หน้าสารบัญ: https://lamoonman.space/biohacking/eat-live-fit/

☄️ ลิงก์ตอนที่ 2: https://lamoonman.space/biohacking/eat-live-fit-chapter-2/

 

“เพราะการเลือกสิ่งดีๆ เข้าสู่ร่างกาย ถือเป็นการให้รางวัลชีวิตที่ถูกต้องที่สุด”

 

หากรี้ดอ่านตอนที่ 2 แล้วรู้สึกอย่างไร หรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับ ซูเปอร์ฟู้ด & อาหารเสริม ส่งสัญญาณคอมเมนต์ คุยกับไรท์ในอนุภาคพื้นที่แห่งนี้ได้เสมอเลยนะครับ

 

ขอให้ทุกๆ วัน เป็นวันสุขภาพดีของรี้ด!

 

 

Lamoonman.Space

 

7 ตอบกลับทั้งหมด
LovelylittleYing
กระทู้: 49
(@lovelylittleying)
Triple Star
เข้าร่วม: 2 เดือน ที่ผ่านมา

กลุ่มที่ 1: โปรตีน ไขมันดี และแร่ธาตุ

กิน

● ไข่ ● นม ● ไก่ ● หมู  ● ปลาทู ● ● ถั่วต้ม ● นมอัลมอนด์ ยังไม่เคยกิน เคยกินแต่นมโอ๊ต

 

กลุ่มที่ 2: ผัก ผลไม้ และพรีไบโอติกส์

กิน

● ผักคะน้า ● เห็ด ●  ส้ม 

 

กลุ่มที่ 3: อาหารหมัก และโพรไบโอติกส์

 ● ชีสแท้

เพิ่งเริ่มกินฮับ

 

 

ส่วนวิตามิน ตอนนี้น่าจะขาดวิตามินM(money) อิอิ


ตอบ
3 ตอบกลับทั้งหมด
Lamoonman
Admin
(@lamoonman)
เข้าร่วม: 5 เดือน ที่ผ่านมา

Creator
กระทู้: 112

@lovelylittleying

ดีมากครับ 🥂 😇  จะเห็นว่าซุปเปอร์ฟู้ดส่วนใหญ่ก็เป็นอาหารที่หลายคนกินเป็นประจำอยู่แล้ว

นั่นเป็นสิ่งพิสูจน์ว่า มันเป็นพื้นฐานสำคัญของสารอาหารที่จำเป็นในแต่ละวัน

ส่วนชีส ไรท์ขอบอกว่า นี่คือสุดยอดของซุปเปอร์ฟู้ดสำหรับกล้ามเนื้อทั่วร่างกายเลยครับ

ชีสมีคุณสมบัติดูดซึมช้า มันจะค่อยๆ เติมกรดอะมิโนให้กล้ามเนื้อในขณะที่ถูกสลายไปใช้ครับ

ส่วนวิตามิน M เป็นอีกสารที่คนขาดกันเยอะครับ 😱 

เป็นวิตามินที่หายากมากๆ ยิ่งยุคนี้คนเยอะขึ้น การแข่งขันสูงขึ้น ทำอะไรไม่ง่ายเหมือนแต่ก่อน ต้องปรับตัวกันพอสมควร 😢 :spacegirl-6: 


ตอบ
LovelylittleYing
(@lovelylittleying)
เข้าร่วม: 2 เดือน ที่ผ่านมา

Triple Star
กระทู้: 49

 

ส่วนชีส ไรท์ขอบอกว่า นี่คือสุดยอดของซุปเปอร์ฟู้ดสำหรับกล้ามเนื้อทั่วร่างกายเลยครับ

ชีสมีคุณสมบัติดูดซึมช้า มันจะค่อยๆ เติมกรดอะมิโนให้กล้ามเนื้อในขณะที่ถูกสลายไปใช้ครับ

 

ซีสนี่ก็ไม่รู้ว่ากินของแท้หรือเปล่าค่ะ อิอิ พิ่งลองหัดกิน

 


ตอบ
Lamoonman
Admin
(@lamoonman)
เข้าร่วม: 5 เดือน ที่ผ่านมา

Creator
กระทู้: 112

ถ้างั้นถามถูกคนแล้วครับ เพราะมีญาติไรท์ถามกันมากเหมือนกันว่า เราจะแยก ชีสแท้ กับ ชีสเทียม อย่างไร?

ก่อนอื่นต้องเข้าใจธรรมชาติของธุรกิจอาหารก่อนครับว่า การลดต้นทุนในขณะที่ยังคงรสชาติที่อร่อยตามต้องการตลาดนั้น

เป็นสิ่งที่ผู้บริโภคอย่างเราต้องตระหนักกันก่อนที่จะคัดสรรอาหารใดๆ เข้าสู่ร่างกายครับ

และ ชีส ก็เช่นเดียวกัน การที่ผู้ผลิตมีการลดต้นทุนด้วยการใส่ “น้ำมันพืช” เข้าไปแทน “นมวัว”

แล้วเติมรสชาติมันเค็มอร่อยลิ้นลงไปจนเหมือนชีสแท้จากนมวัว ไม่ได้เป็นสิ่งผิดกฎหมาย หากบนฉลากถูกกำกับไว้ว่า ‘Processed Cheese’

และนั่นคือสิ่งที่เราจะต้องสังเกตุทุกครั้งในการเลือกซื้อชีสครับ

อีกจุดหนึ่งที่ต้องสังเกตุก็คือ ปริมาณของนมวัว ที่เป็นส่วนผสมหลักของชีส จะต้องมีปริมาณ 98% ขึ้นไป ยิ่งถ้า 99% จะดีมาก

แถมอีกนิดนึงก็คือ สารกันบูด หรือที่เรียกอย่างสวยหรูว่า สารถนอมอาหาร หรือ วัตถุกันเสีย ซึ่งก็คือสิ่งเดียวกันนั่นแหละครับ

ถ้าเพื่อสุขภาพจริงๆ เราควรหลีกเลี่ยงสารเหล่านี้ในอาหารที่เรากิน ซึ่งในฉลากของชีสเขาจะมีกำกับไว้เช่นกัน

 

📌 สรุปก็คือ

 

เราควรเลือกชีสแท้ที่ไม่มีคำว่า

❎ ‘Processed Cheese’

 

และควรมีส่วนผสมของ

✅️ นมวัว 98 – 99%

 

และไม่ควรมีการใส่

❎ สารกันบูด

(แต่อาจต้องแลกกับโซเดียมจากการเติมเกลือมากขึ้น 😓 )

 

เดี๋ยวไว้ไรท์จะเพิ่มบทความเรื่อง ชีส โดยเฉพาะเลยครับ แจกแจงรายละเอียดทุกอย่าง รวมถึงวิธีการถนอมชีสให้เก็บไว้ได้นานๆ โดยไม่ขึ้นหืน (ขึ้นรา) ด้วยครับ :spacegirl-7: 


ตอบ
LovelylittleYing
กระทู้: 49
(@lovelylittleying)
Triple Star
เข้าร่วม: 2 เดือน ที่ผ่านมา

ปกติจะกินก็ต่อเมื่อทำหมูกะทะกินกันที่บ้านหรือไปกินชาบูที่ร้านค่ะ  อ้อแล้วก็กินตอนไปกินซิสเลอร์ด้วย 

ปกติธรรมดาก็ไม่ค่อยกินกันเท่าไร 


ตอบ
2 ตอบกลับทั้งหมด
Lamoonman
Admin
(@lamoonman)
เข้าร่วม: 5 เดือน ที่ผ่านมา

Creator
กระทู้: 112

@lovelylittleying ถ้าไปกินที่ร้านต้องระวังเป็นพิเศษครับ เพราะเราไม่รู้ว่าทางร้านเขาใช้ชีสแบบไหน

ถ้าร้านต้องการลดต้นทุน เขาอาจจะใช้ชีสเทียม หรือ Processed Cheese ครับ

ลองนึกถึงว่าเราเปิดร้านอาหารที่ไม่ใช่อาหารเพื่อสุขภาพราคาแพงดูครับ เราจะใช้ชีสเทียม หรือ ชีสแท้?

พวกโปรเซสฟู้ดทั้งหลายก็เช่นกันครับ เช่น พิชช่า แฮมเบอร์เกอร์ ลองคิดว่า เขาจะใช้ชีสเทียม หรือ ชีสแท้?

ดังนั้น ที่มั่นใจที่สุดว่า ร่างกายเราจะรับชีสแท้ที่ทำจากนมวัว ไม่ใช่น้ำพืชจากชีสเทียม เราจำเป็นต้องซื้อกินเองครับ :spacegirl-4: 


ตอบ
LovelylittleYing
(@lovelylittleying)
เข้าร่วม: 2 เดือน ที่ผ่านมา

Triple Star
กระทู้: 49

@lamoonman ที่กินล่าสุด กินครั้งแรกเลยรสชาติ มันเหมือนกินแป้งหอยทอดประมาณนั้นเลยค่ะ


ตอบ