พันธุกรรมรักนิรันดร์ | บทที่ 7 เซลล์ที่ไม่มีวันตายกับหัวใจที่ยอมออโตฟาจี
เขา…พันธุกรรมอมตะที่ถูกกำหนดให้มีคู่ได้เพียงหนึ่งเดียว เธอ…นักพันธุศาสตร์ผู้ไขปริศนาความเป็นอมตะผ่าน ‘เลือด’— สู่บทพิสูจน์ความรักข้ามสายพันธุ์ที่เดิมพันด้วยชีวิต เมื่อเงื่อนไขของการเป็นอมตะคือ ต้องมีรักแท้ต่อกันเท่านั้น
พันธุกรรมรักนิรันดร์ | Eternal Love Genetics
บทที่ 7 เซลล์ที่ไม่มีวันตายกับหัวใจที่ยอมออโตฟาจี
![]() |
ห้องทำงานของเอวารา — คลินิก AVARA
แสงจาก SMART Board ฉายสว่างทั่วห้องทำงาน
สมการ SGCI-I Theory (Somatic & Germline Conversion through ICX – Immortalization) โผล่เด่นบนหน้าจอขนาดใหญ่
ข้าง ๆ กันเต็มไปด้วยโครงสร้างโมเลกุล ลูกศรเชื่อมโยง แผนภาพ และข้อมูลจำลองทางชีววิทยาไหลเรื่อย ๆ
บรรยากาศไม่ต่างจากห้องทดลองในหนังไซไฟ
มินตรานั่งไขว้ขาอยู่บนโซฟาตัวเล็กข้างโต๊ะทำงาน หาวเป็นรอบที่สาม
พลางพยักหน้าอย่างพยายามเข้าใจในสิ่งที่เอวารากำลังอธิบาย
“โอเค… เอวา ถามจริง… ให้สาวนิเทศอย่างฉันมานั่งฟังชีววิทยาระดับจักรวาลแบบนี้ เธอคิดว่าฉันจะเข้าใจมั้ยยะ”
มินตราพูด พลางยกมือป้องปากหาวอีกรอบ
เอวารายังคงจ้อง SMART Board ไม่หันมา
มือหนึ่งถือ iPad อีกมือใช้ปลายนิ้วลากไปบนจอแสดงโครงสร้างโปรตีน
“มันไม่ได้ยากขนาดนั้นหรอก ฉันอธิบายให้เข้าใจง่ายสุด ๆ แล้วนะ
“สมมตินี่คือ DNA สายพันธุ์มนุษย์อมตะ และนี่คือ ICX หรือ Immortalization Complex ที่เป็นอนุพันธ์ตัวกลาง…”
“พอ! หยุดเลย!”
มินตราเบรกทันที ยกมือขึ้นสูง
“ขอสรุปเป็นภาษามนุษย์ให้ฉันที เธอคิดค้นทฤษฎีอะไรสักอย่าง ที่จะทำให้คนธรรมดาอย่างเธอกลายเป็นอมตะ…
“เพื่อจะได้อยู่กับสามีสุดหล่อไปตลอดกาล ใช่มั้ย?”
เอวาราหันกลับมายิ้มบาง ๆ สีหน้าผสมระหว่างความจริงจังกับประกายความฝัน
“ใช่… ประมาณนั้นแหละ แต่มันไม่ใช่แค่เรื่องหัวใจนะ มันมีตรรกะทางวิทยาศาสตร์รองรับอยู่
“ฉันแค่…ต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าตำนานที่คุณพันธุกาลเคยเล่า มันจริงในระดับชีวภาพ”
เธอหมุนหน้าจอ iPad ให้มินตราดู
โมเดล SGCI-I Theory ถูกขยายให้เห็นรายละเอียดชัดเจน
“ดูนี่…สมการนี้อธิบายการทำงานของ ICX
“ถ้าในเลือดของเขามีสิ่งนี้จริง มันจะเปลี่ยน ‘สเต็มเซลล์’1 ในร่างกายมนุษย์ ให้กลายเป็น ‘สเต็มเซลล์อมตะ’ ได้”
มินตราจ้องสักพัก ก่อนยกมือขึ้นบังตา
“ฟังไม่รู้เรื่องเลยสักนิด… แต่ขอปรบมือให้เลยนะ คนที่สามารถเปลี่ยนตำนานรักอมตะให้กลายเป็นทฤษฎีชีววิทยาได้ภายในไม่กี่วัน …
“เธอคือ Brilliant Beauty ของแท้เลยเอวา แรงขับดันความรักของเธอนี่มันช่าง Sci-Fi Romance สุด ๆ”
เธอกุมมือไว้ตรงอก ทำหน้าซึ้งเหมือนกำลังอินกับหนังรักในโรงภาพยนตร์
เอวารายิ้มเขินนิด ๆ ก่อนหันกลับมองกระดานด้วยแววตาแน่วแน่
“ตอนนี้ทฤษฎีฉันเกือบสมบูรณ์แล้ว ขาดแค่อย่างเดียว… ICX ตัวจริง
“ถ้าได้เลือดจากเขามาพิสูจน์ ก็จะรู้ทันทีว่าในตัวเขามี ICX ตรงตามสมการนี้หรือเปล่า”
มินตราขมวดคิ้ว ก่อนขยับตัวเล็กน้อย
“แล้วทำไมไม่ไปขอเขาล่ะ? ใช้เลือดนิดเดียวเองไม่ใช่เหรอ?”
เอวาราถอนหายใจเบา ๆ ก่อนส่ายหน้า
“เคยขอแล้ว เขาไม่ให้ เขาบอกว่าไม่อยากให้ฉันเอาเขาไปวิจัยเหมือนเป็นหนูทดลอง”
“โหยยยย แรงงงงง…!! นี่มันฉากในซีรีส์เกาหลีเลยนะ!
“นางเอกอยากพิสูจน์รักด้วยเลือด แต่พระเอกไม่ยอมเพราะกลัวกลายเป็นหนูทดลอง ฮ่า ๆ”
มินตราหัวเราะเบา ๆ พร้อมยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ ก่อนวางแก้วลงอย่างแผ่วเบา แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเจือรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ว่า
“ฟังนะ ถ้าเธออยากได้เลือดเขาจริง ๆ แบบไม่ให้รู้ตัว เธอต้องใช้วิธีพิเศษ!”
เอวาราทำหน้าตกใจ
“จะให้ฉันไปกัดคอเขาหรือไง?”
“ไม่ใช่แวมไพร์ย่ะ!”
มินตราตวัดเสียงใส่อย่างรวดเร็ว
“เธอไม่เคยเห็นคนเป็นเบาหวานเหรอ? ใช้เครื่องเจาะเลือดปลายนิ้ว จึ๊กเดียว เลือดปูดเลย เอาแค่หยดเดียวก็พอแล้วไม่ใช่เหรอ?”
เอวาราเบิกตากว้าง ตื่นเต้นเหมือนเด็กเจอของเล่นใหม่
“มิน! เธอนี่มันกุนซือตัวแม่…
“เครื่องเจาะปลายนิ้วแบบกดจึ๊กเดียว! ไม่ต้องใช้เข็ม ไม่ต้องทำแผล แค่หยดเดียวก็เพียงพอ! เริ่ดมากกกก!”
เธอรีบปัดหน้าจอ iPad เข้า Notes แล้วบันทึกไอเดียอย่างไม่รอช้า รอยยิ้มเปื้อนใบหน้าที่ซีดเซียวมาหลายวัน
“ไม่ต้องขอบคุณนะ ฉันให้ลิขสิทธิ์เธอใช้ฟรี แต่ขอชื่อฉันอยู่ในบทความวิจัยเธอด้วย …
“มินตรา สาวนิเทศสุดสวย ผู้ให้แรงบันดาลใจในการเจาะเลือดปลายนิ้ว!” มินตราพูดพร้อมยักคิ้วสองทีติดกัน
เอวาราหัวเราะจริงจังเป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน
“ขอบคุณจริง ๆ เพื่อน… ครั้งนี้ ถ้าฉันพิสูจน์ได้ ฉันจะเปลี่ยนชีวิตตัวเอง… และชีวิตของเรา… ทั้งหมด!”
เช้าวันถัดมา — ห้องนอน คฤหาสน์ขาว
แสงแดดยามเช้าระเรื่อทะลุผ่านม่านผ้าสีครีมนวล สาดเข้ามาในห้องนอนอย่างอ่อนโยน
บนเตียงใหญ่กลางห้อง
เอวาราค่อย ๆ ลืมตาขึ้น
เธอหันไปมองพันธุกาลที่ยังนอนสงบอยู่ข้างกาย
เสียงลมหายใจของเขาสม่ำเสมอและอบอุ่น
บนโต๊ะข้างเตียง
เครื่องเจาะปลายนิ้ววางอยู่เรียบร้อย
ถัดไปเป็นสำลีแอลกอฮอล์ และแผ่นสไลด์แก้ว
เอวารานั่งนิ่งอยู่นาน
มือสั่นเล็กน้อยขณะหยิบเครื่องเจาะขึ้นมา พลางมองนิ้วชี้ของเขาอย่างลังเล
“มันจะเจ็บมากไหมนะ…” เธอกระซิบกับตัวเอง
เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วพึมพำเบา ๆ
“ขอโทษนะที่รัก…
“ฉันสัญญา…
“ถ้ามันไม่มีทางไป ฉันจะหยุด…
“แต่ตอนนี้ ขอแค่พิสูจน์ให้ได้ก่อน…”
เธอกดเครื่องเจาะ
แกร๊ก!
“โอ๊ยยย…” พันธุกาลสะดุ้งตื่น ลืมตาขึ้นทันที
“คุณเล่นอะไรอีกแล้วครับ…ที่รัก…”
เลือดสีแดงสดผุดขึ้นที่ปลายนิ้ว
เอวาราหน้าตื่น รีบจับนิ้วของเขาไว้
“ขอโทษ! ฉันขอโทษ! คุณเจ็บมั้ย มาฉันดูให้… ต้องบีบอีกนิดนะ จะได้ไม่เป็นบาดทะยัก… รอแป๊บ…”
เธอใช้แผ่นสไลด์แก้วแตะเลือดอย่างคล่องแคล่ว
แล้วหยิบสำลีแอลกอฮอล์มาเช็ด ก่อนแปะพลาสเตอร์ลงอย่างเร่งรีบ
พันธุกาลยิ้มเจื่อน ๆ ทั้งที่ยังงัวเงีย
“เหมือนผมจะเป็นหนูทดลองให้คุณไปแล้วนะครับ…”
คำพูดนั้นแทงเข้ากลางใจเอวารา
เธอเงยหน้าขึ้น แววตาเจ็บลึก
“สิ่งที่ฉันทำ… มันเพื่อเราทั้งคู่นะ ฉันทำเพื่อนาคตของเรา…” เธอตอบเสียงสั่น แต่หนักแน่น
พันธุกาลถอนหายใจ ยกตัวขึ้นนั่งพิงพนักเตียง
“ผมไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า… การได้แต่งงานกับด็อกเตอร์พันธุศาสตร์จะหมายถึง… เอ่อ… กลายเป็นหนูทดลองแบบนี้”
“ฉันไม่มีเวลามาอธิบายแล้ว เดี๋ยวเลือดแห้งคาแผ่นสไลด์”
เธอตัดบทเสียงห้วน ลุกขึ้นพร้อมแผ่นสไลด์ในมือ เดินออกจากห้องทั้งชุดนอน
พันธุกาลนั่งมองเธอเงียบ ๆ
ความสำนึกผิดค่อย ๆ ผุดขึ้นบนใบหน้า จากคำพูดเมื่อกี้
ไม่นานต่อมา — ห้องผ่าตัดเล็ก
พันธุกาลแต่งตัวเรียบร้อย เดินตรงไปยังห้องผ่าตัดเล็ก
เมื่อประตูเลื่อนเปิดออก
เขาเห็นเอวารากำลังส่องกล้องจุลทรรศน์อย่างจดจ่อ
“เอวา… ผมขอโทษนะครับ เมื่อกี้ผมพูดไม่คิดเลย”
เสียงเขานุ่มนวล และจริงใจ
“ผมไม่ได้ตั้งใจจะบั่นทอนความตั้งใจของคุณ”
เอวารายังคงไม่ละสายตาจากกล้อง
“ไม่เป็นไรค่ะ… ตอนนี้ฉันกำลังทำสิ่งสำคัญ”
พันธุกาลยิ้มจาง ๆ
“ให้ผมชดเชยโดยพาออกไปทานข้าวดีไหมครับ อากาศดี อารมณ์ก็จะดีไปด้วย”
“ไม่ว่างค่ะ วันนี้ฉันต้องทำงาน”
พันธุกาลพยักหน้าเบา ๆ ถอนหายใจ
“เข้าใจครับ”
….
ก่อนเดินออกจากคฤหาสน์ เขาหันไปสั่งลุงแก้วที่ยืนรออยู่ไม่ไกล
“วันนี้คุณเอวาจะทำงานที่บ้านทั้งวัน ดูแลเธอให้ดีที่สุดนะลุง อย่าให้ขาดตกบกพร่องเป็นอันขาด”
“รับทราบครับท่าน ผมจะดูแลคุณเอวาอย่างดีที่สุดครับท่าน”
ลุงแก้วตอบด้วยท่าทางแข็งขัน
