ห้องพักเมธัส, เวลา 21:41 น.

เมธัสวางเครื่องสแกนสมองไว้ข้างเตียง

เขายืนอยู่กลางห้องพักเล็ก ๆ อันเงียบสงบ

แสงจันทร์ลอดผ่านม่านที่เปิดไว้ครึ่งหนึ่ง ทาบลงบนผนังเป็นลายคลื่นบาง ๆ

ลายคลื่นที่เขาไม่อาจรู้ว่ามาจากที่ใด แต่เขาหวังว่าเธอจะมองเห็นมันเช่นกัน

เขาถอดเสื้อแขนยาวออก แล้วค่อย ๆ ทรุดตัวนั่งบนเตียง

มือทั้งสองหยิบ NERVA วางลงบนตัก—อุปกรณ์โปร่งแสงที่มีเส้นนำแสงพาดขวางเหมือนเส้นประสาทเรืองแสงในสมอง

เขาเคยใช้มันกับผู้ป่วยสมองเสื่อมในห้องแล็บ

แต่คืนนี้…

เขาจะใช้มันเพื่อสื่อสารกับใครบางคน

ใครบางคนที่เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่า อยู่ที่มุมใดของจักรวาล

เมธัสสวมเครื่องสแกนลงบนศีรษะ เส้นแสงพาดผ่านจากขมับซ้ายไปจรดขมับขวา

แสงไฟเรืองขึ้นเบา ๆ พร้อมเสียง “ติ้ง” สั้น ๆ แผ่วราวลมหายใจจักรวาล

เขาเอนตัวลงนอนบนเตียง สูดลมหายใจลึก สมองยังเต็มไปด้วยความคิดเหมือนทุกคืนที่ผ่านมา

แต่หัวใจกลับเงียบสงัด…

เงียบพอจะได้ยินเสียงเต้นของตัวมันเอง

เขาหลับตา

ห้วงความคิดผสานกับจังหวะคลื่นสมองที่ค่อย ๆ ผ่อนสู่จังหวะสงบ

เบต้า → แอลฟ่า → ธีต้า…

ฉันจะเริ่มแล้วนะคะ

เสียงนั้นดังขึ้นในจิต ไม่ใช่จากหู แต่เป็นเสียงที่ ‘จิต’ ได้ยิน

หน้าจอเล็ก ๆ บน NERVA แสดงสถานะ:

QSM [RE] Sync: Initiating…

QeLyra Matrix Lock: Matched at 92.7%

Entanglement Field: Stabilizing…

แบบจำลองสมองโปร่งใสปรากฏขึ้นบนหน้าจอเล็ก ๆ นั้น

เส้นประสาทเรืองแสงทีละเส้น… ถูก ‘แตะต้อง’ ด้วยคลื่นบางอย่าง ไม่ใช่ไฟฟ้า ไม่ใช่กลไก

แต่มันคือ “คลื่นสะท้อน” จาก QeLyraListen ของเขา

ที่ไหลตรงเข้าสู่ Receptor Layer ใต้ก้านสมองลึกที่สุด

เสียงบางเบา… คล้ายดนตรีจากอีกจักรวาลหนึ่งดังแผ่วขึ้น

คลื่นนั้นวิ่งผ่าน synaptic corridor เพื่อกระตุ้นให้เกิดการ remap ไปยัง QeLyraWhisper ที่ฝังตัวอยู่นานในสมองของเขา

กระบวนการ entanglement จึงสมบูรณ์ในที่สุด

ไม่ใช่ด้วยการ “สื่อสาร” … แต่ด้วยการ “จูนติด”


ในห้วงฝันอันมืดมิด เมธัสรู้สึกราวกับตนล่องลอยอยู่ในจักรวาลว่างเปล่า

และในความว่างเปล่านั้น มีเส้นแสงสีทองพาดผ่าน เหมือนวงโคจรของบางสิ่ง

จากนั้น… เสียงนั้นก็ดังขึ้นอีกครั้ง

“ฉันได้ยินคุณแล้วค่ะ”

เมธัสหันไปยังต้นเสียง เขามองไม่เห็นใบหน้า ไม่เห็นดวงตา

เห็นเพียงเงาร่างเรืองแสงที่ทอดอยู่ตรงหน้า—อบอุ่น มั่นคง

เขากลืนน้ำลาย แล้วพูดคำแรกออกมาอย่างช้า ๆ

“สวัสดีครับ… ผมชื่อ ‘เมธัส’ ครับ”

ทุกอย่างรอบตัวเงียบลงชั่วขณะ

ราวกับทั้งจักรวาลหยุดเพื่อฟังคำทักทายนั้น

“ฉันชื่อ ‘เคทิส’ ค่ะ

“และฉัน… รอฟังคุณมานานมากแล้ว”

ทันใดนั้น แสงสีทองรอบตัวเมธัสเริ่มสั่นไหว คลื่นพลังบางอย่างไหลย้อนกลับผ่าน QeLyra ทั้งสองฝั่ง

จากนั้น…

ภาพตรงหน้า “ประกอบขึ้น” อย่างช้า ๆ จากจุดแสงเล็ก ๆ นับพัน

แสงเหล่านั้นรวมตัวกันเป็นเส้นสาย ไหลร้อยเป็นรูปทรง จนกลายเป็นภาพของหญิงสาวผู้หนึ่งอย่างชัดเจน

เธอยืนอยู่ตรงหน้าเขา ในพื้นที่ไร้แรงโน้มถ่วงของความฝัน

เธอมีผิวสีน้ำผึ้งเนียนละมุน … ราวกับดูดกลืนแสงจากจักรวาลเอาไว้ในตัว

ดวงตาสีเขียวออโรรา … สะท้อนแสงวาบเหมือนคลื่นบนดาวทะเล

เส้นผมยาวสยาย ลอยในสุญญากาศ … เรืองประกายหลากสีเหมือนกาแล็กซี่ ไล่เฉดตั้งแต่ ม่วงอเมทิสต์ น้ำเงินเนบิวลา จนถึงชมพูพีชปลายเส้น

ใบหน้าเธอ… ไม่ใช่แค่สวยงาม แต่มันคือความงามแบบที่ โลกไม่เคยรู้จัก

ความสมดุลระหว่างความอ่อนโยนกับพลังลึกล้ำที่ฝังในดวงตาคู่นั้น

เมธัสนิ่งงัน

“ผม…”

เสียงเขาแผ่วเบา

“…ไม่คิดว่าจะได้เห็นคุณจริง ๆ”

เธอยิ้ม

รอยยิ้มที่อ่อนโยนเหมือนคลื่นจากอีกระบบสุริยะหนึ่ง ค่อย ๆ ไหลเข้าสู่หัวใจเขา

“ตอนนี้… เราเห็นกันได้แล้วค่ะ

“เพราะ QeLyra ของเราสะท้อนกลับสมบูรณ์ทั้งสองฝั่ง เหมือนกระจกที่ใสพอ… จะสะท้อนอีกคนกลับมา”

เมธัสพึมพำ

“…นี่มันฝันใช่ไหม?”

เธอส่ายหน้าเบา ๆ

“ไม่ใช่ฝัน… ไม่ใช่ความจริง

แต่มันคือ ‘ที่ที่เราอยู่ด้วยกันได้’ ค่ะ”



โรงอาหาร SpaceZ — เวลา 08:03 น.

แสงแดดเช้าทอดผ่านกระจกสูงฝั่งตะวันออกของโรงอาหาร ผู้คนเดินสวนกันไปมา เสียงพูดคุย เสียงช้อนกระทบจาน คึกคักเหมือนเช้าทุกวัน

แต่สำหรับเมธัส—เวลาราวกับหยุดนิ่ง

เขานั่งอยู่ที่โต๊ะริมกระจก

สายตาล่องลอยเหมือนคนเพิ่งหลุดจากความฝัน

ชามข้าวโอ๊ตเย็นชืดอยู่ตรงหน้า ช้อนในมือแน่นิ่งไม่ไหวติง

ดวงตาเขามองออกไปนอกหน้าต่าง… ไปไกลกว่ากระจก… ราวกับกำลังเพ่งมองดาวที่อยู่ห่างออกไปหลายปีแสง

เสียงหนึ่งดังขึ้นข้างหน้า

“เป็นไงวะเมื่อคืน… สำเร็จมั้ย?”

อาร์จันวางถาดอาหารลงตรงข้าม มองสีหน้าเพื่อนแล้วก็ยิ้มขำ ๆ

เมธัสไม่ตอบทันที

เขาเพียงค่อย ๆ เหลือบตามองเพื่อน แล้วพูดออกมาช้า ๆ ช้าราวกับกลัวว่า ถ้าเขาพูดเร็วเกินไป… ความฝันนั้นอาจสลายไปทันตา

“ฉันเห็นเธอแล้ว…”

อาร์จันเลิกคิ้ว

“ใคร?”

“เคทิส”

“เห็น… แบบไหน?”

เมธัสวางช้อนลง ยกมือกุมกันบนโต๊ะเหมือนจะกลั่นความรู้สึกบางอย่างออกมาให้เป็นคำพูด

“เธอ… สวยมาก

“สวยแบบที่ฉันไม่รู้จะเปรียบกับอะไรดี

“ดวงตาของเธอเป็นสีเขียวใส… เหมือนออโรร่าที่มีชีวิต

“ผมของเธอ… เหมือนกาแล็กซี่ลอยอยู่ในสุญญากาศ สะท้อนสีได้ไม่ซ้ำกันในแต่ละวินาที…”

อาร์จันเบิกตากว้าง

“โหวววววว…”

เมธัสยังพูดต่อ ดวงตาเขาเหมือนฝันยังไม่จบ

“แล้วใบหน้าเธอ… มันไม่ใช่ความสวยแบบที่โลกเรารู้จัก

“มันเหมือนถูกออกแบบมา… เพื่อให้ฉันจดจำตลอดชีวิต”

อาร์จันยิ้มกว้าง

“วู้ววววว… พระเจ้า! แล้วนายได้ขอเบอร์เธอไว้รึเปล่า?”

เมธัสหัวเราะออกมาเบา ๆ

“เธอไม่ได้อยู่ในที่ที่ฉันจะโทรหาได้หรอก… แต่ฉันว่า เราเชื่อมกันได้แล้วจริง ๆ”

อาร์จันทำหน้าเหมือนจะขำ แต่ก็ยิ้มอย่างจริงใจ

“ฉันไม่รู้หรอกว่านี่มันฝันหรือจริง… แต่ถ้าแค่ฝันแล้วทำให้ตานายเปล่งแสงได้ขนาดนี้

“ฉันว่า… มันต้องพิเศษมากแน่ ๆ ว่ะ”


เชิงอรรถ
1. ^ Lagrange point (ลากรองจ์ พอยน์ท): จุดสมดุลในอวกาศที่แรงโน้มถ่วงจากวัตถุใหญ่สองอย่าง (เช่น โลกกับดวงอาทิตย์) ทำให้วัตถุสามารถลอยนิ่งได้
2. ^ Neutrino (นิวทริโน): อนุภาคขนาดเล็กมากที่แทบไม่มีมวลและไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กับสสาร จึงสามารถทะลุผ่านวัตถุได้เกือบทั้งหมด มักถูกเรียกว่า “อนุภาคผี”
3. ^ Theta Wave (ธีตา เวฟ): คลื่นสมองความถี่ต่ำ (~ 4-8 Hz) มักเกี่ยวข้องกับการผ่อนคลาย และความคิดสร้างสรรค์
4. ^ Delta Wave (เดลตา เวฟ): คลื่นสมองที่ช้าที่สุด (~ 0.5-4 Hz) มักเกิดในช่วงหลับลึก
5. ^ Pons-Cortex (พอนส์-คอร์เท็กซ์): ส่วนเชื่อมระหว่างก้านสมอง กับเปลือกสมอง ที่เกี่ยวข้องกับการส่งสัญญาณประสาทและการทำงานของสมองขั้นสูง
6. ^ Hippocampal (ฮิปโปแคมพัล): ส่วนหนึ่งของสมองที่มีบทบาทสำคัญในการสร้างและจัดเก็บความทรงจำ
7. ^ Pemporal-parietal Junction (เทมพอรัล-พาริเอตัล จังก์ชัน): จุดเชื่อมระหว่างสมองกลีบขมับและกลีบข้าง ใช้ในการเข้าใจมุมมองและพฤติกรรมของผู้อื่น
8. ^ Qubit (คิวบิต): หน่วยข้อมูลพื้นฐานของคอมพิวเตอร์ควอนตัม ที่สามารถอยู่ในสถานะ 0 และ 1 พร้อมกันได้
9. ^ Parietal Cortex (พาริเอตัล คอร์เท็กซ์): ส่วนของสมองกลีบข้าง ทำหน้าที่รับรู้ตำแหน่งร่างกายและประมวลผลการสัมผัส

หน้า: 1 2 3 4