หลังโขดหินน้ำแข็ง ห่างจากยานปลาวาฬไม่ถึง 50 เมตร

เมธัสกับอาร์จันนั่งหมอบอยู่หลังสันหิมะที่นูนขึ้นราวคลื่นแข็งสีขาว

พวกเขาวางแผ่นฉนวนบางรองใต้ตัว

ร่างทั้งคู่ซุกอยู่ในชุดความร้อนกันหนาวระดับอาร์กติก

แต่แววตา—

กลับเต็มไปด้วยประกายตื่นเต้นยิ่งกว่าความหนาวเย็น

ยานปลาวาฬสีเงินวาววับตั้งตะหง่านอยู่กลางลานโล่งของฐานวิจัย

แสงจากดวงอาทิตย์เหนือฟยอร์ดสะท้อนผิวยานจนเหมือนกระจกชีวะที่กำลังหายใจ

“โคตรเหมือนมีชีวิตเลยว่ะ…”

อาร์จันกระซิบ ใบหน้าเต็มไปด้วยความตื่นตาอย่างเปิดเผย

“มันเหมือนปลาโลมาที่…ไม่ต้องว่าย แต่เฝ้ารอใครบางคนจะเข้าไปหา”

เมธัสเงียบ

เขาไม่ได้ยินเสียงเพื่อนด้วยซ้ำ

ดวงตาเขาแน่วนิ่ง…

ใบหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย เหมือนคนเพิ่งสัมผัสพลังบางอย่าง

“ฉันจะต้องบอกเธอ” เมธัสพูดเบา ๆ

เขาเอนหัวเล็กน้อยคล้ายกดสวิตช์ลึกในสมอง

…แล้วกระซิบออกจากลำคออย่างแผ่วเบา

เคทิส… ผมเห็นมันแล้ว

อาร์จันหันขวับ

สีหน้าเหมือนจะพูดว่า “ไอ้นี่อินหนักไปละมั้ง

แต่ก่อนจะได้พูดแซวอะไร…เมธัสนิ่งไปเล็กน้อย

เสียงผู้หญิงบางเบาดังขึ้นในหัวเขา

ชัดเจนแม้เป็นเสียงจากอีกฟากของจักรวาล

“คุณช่วยบอกลักษณะยานให้ฉันรู้ได้ไหมคะ”

เมธัสกระพริบตาช้า ๆ

“เดี๋ยวผมจะสะท้อนภาพให้คุณเห็นเลยครับ…”

อาร์จันขมวดคิ้ว

มองเพื่อน เหมือนกำลังเผชิญหน้ากับพระภิกษุที่เพิ่งขึ้นอภิญญา

“คุณสามารถสะท้อนภาพได้แล้วเหรอคะ”

เสียงเคทิสกลับมาอีกครั้งในหัว

เมธัสพึมพำยิ้ม ๆ กับตัวเอง

“ผมเพิ่งฝึกได้เมื่อวานนี้เอง… เดี๋ยวจะลองดูครับ”

เขาเพ่งสายตาไปยังลำยาน

จุดโฟกัสแคบลงจนทุกสิ่งโดยรอบหายไป

เหลือเพียง ภาพสะท้อนสีเงินสด ที่ย้อยโค้งเหมือนครีบปลาวาฬ และแสงหิมะที่แตะอยู่บนตัวมัน…

พลันเสียงเคทิสลอยเข้ามาอีกครั้ง

“ว้าวว… คุณเก่งมาก ฉันได้ภาพแล้วค่ะ…”

เมธัสยิ้มอ่อน… ลมหายใจอุ่นพวยพุ่งออกจากจมูกเป็นไอ

เสียงเธอดังอีกครั้ง

ใช่แล้วค่ะ! นี่แหละ… VeltrayWhale ของฉันที่หายไป…

“คุณช่วยบอกพิกัดได้ไหมคะ? ฉันจะ beam คลื่นสมองไปปลุกมัน”

เมธัสหันไปมองอาร์จันทันที

“เธออยากได้พิกัดเพื่อจะ beam ไปหามันว่ะ…

“ถ้าฉันบอกพิกัดเธอจากกูเกิ้ลแมพ… เธอจะเข้าใจมั้ยวะ?”

อาร์จันทำหน้าครุ่นคิด

“เธออยู่ต่างดาว จะเข้าใจพิกัดที่มนุษย์โลกคิดเองได้ไงวะ”

เมธัส ถอนหายใจเงียบ ๆ

“เออ นั่นดิ”

อาร์จัน ยกนิ้วชี้ขึ้นช้า ๆ เหมือนพยายามลากภาพในหัวให้ชัด

“เอางี้—

“ในเมื่อเธอ beam จากดาว 40 ปีแสง มาหานายที่แคลิฟอร์เนียได้ แปลว่าเธอ ตั้งมุม beam ได้เองแน่ ๆ”

เขาหยุดนิดหนึ่ง ก่อนเสริมเสียงต่ำลง

“แล้ว beam นั่นมันต้องวิ่งผ่านอะไรบางอย่างที่ทำให้ space-time มันบิดจนโค้งมาหาโลกเราได้”

เมธัสพยักหน้าช้า ๆ เสียงเขาหนักแน่น

“ใช่ Neutrino beam มันโค้งไม่ได้ เว้นแต่ว่าจะวิ่งผ่าน space-time ที่บิดจริง ๆ — อย่างใกล้ดาวนิวตรอน หรือหลุมดำ…”

อาร์จันขมวดคิ้วแน่นขึ้น

“งั้นแปลว่า…

“เธอต้องคำนวณ trajectory ไว้ล่วงหน้าระดับจักรวาลเลยนะ—

“คำนวณว่า beam จะต้องวิ่งผ่านอะไร ไปหักเหตรงไหน

“ถึงจะมาเข้าหัวนายเป๊ะขนาดนั้น”

เมธัสส่ายหน้าเบา ๆ

“ตามทฤษฎีควรเป็นแบบนั้น… แต่เธอบอกฉันว่า—

“เธอยิงแบบสุ่ม หวังแค่จะปลุกเจ้ายานนี่ เพราะไม่รู้เลยว่ามันหลงอยู่ที่ไหนในกาแล็กซี่”

อาร์จัน เบิกตากว้าง

ก่อนเอ่ยด้วยเสียงที่ทึ่งสุดชีวิต

โห! นี่มัน…

โคตร…จะโคตร…จะโคตร จะฟลุ๊กเลยนะที่ beam เธอโค้งมาเข้าหัวนายเป๊ะ!!

“นั่นแหละ ที่ฉันจะอธิบายนาย…

“มันมีทั้ง ‘พรหมลิขิต’ และ ‘โชคชะตา’ ในวินาทีนั้น”

เมธัสยิ้มบาง พลางยักคิ้วเล็กน้อย

อาร์จันหัวเราะในลำคอ ส่ายหน้าแบบยอมแพ้

“เอาล่ะ ขอตัดบทจากปรัชญาความรักก่อน… สรุปคือ—

“เธอ beam มั่ว แต่เธอล็อกมุมยิงไว้หลังจากนั้นได้ใช่มั้ย?

เมธัสพยักหน้า

“ใช่ ฉันว่าเธอล็อกไว้จากฝั่งเธอทันทีที่ QeLyra ของฉันตอบสนอง”

อาร์จันเงียบไปอึดใจ ก่อนพูดเหมือนปิ๊งไอเดีย

“โอเค งั้นไม่ต้องยุ่งอะไรให้มาก…

“นายแค่บอกเธอว่า จากมุมนั้นที่เคยยิงมาหานาย—

“ให้เธอเบนไปอีกกี่องศา…แค่นั้นพอ”

เมธัสเบิกตาเล็กน้อย ยกมือแตะหน้าผากเบา ๆ

“ทำไมฉันคิดไม่ออกวะ… ขอบใจนายมาก”

เขาควักมือถือออกมาอย่างรวดเร็ว แล้วพูดใส่เครื่องทันที

GeoNavAI — คำนวณ angular distance จาก Santa Barbara ถึงพิกัดปัจจุบัน บนพื้นโลก”

เสียงตอบจาก AI ดังขึ้นในสายลมหิมะ

63.7 องศา

เมธัสหลับตาลง กล้ามเนื้อใบหน้าเกร็งเล็กน้อย เหมือนกำลังปรับคลื่นสมอง ก่อนจะพูดเบา ๆ ผ่าน QeLyra

“เคทิส…

“จากจุดที่คุณ beam มาหาผมครั้งแรก

“ให้เลื่อนมุม beam ไปตามแนวเดิมอีก… 63.7 องศา”

ความเงียบปกคลุม

แล้วเสียงที่นุ่มนวลของเธอก็ดังขึ้นในหัวเขา

“เข้าใจแล้วค่ะ…”

เพียงไม่กี่อึดใจ

แผ่นหลังของยานปลาวาฬสีเงินเริ่มขยับ

เนื้อผิวเหมือนโลหะมีชีวิต ค่อย ๆ แบ่งตัวออกตรงกลาง…

เกิดรอยแยกคล้ายเนื้อเยื่อแหวกทางเพื่อให้บางสิ่งผ่านเข้าไปได้

ฟวืดดด…

แสงสีฟ้าอ่อนลอดออกมาจากภายในโพรง

ภายในไม่มีเบาะ

ไม่มีหน้าจอ

ไม่มีปุ่ม

มีแต่ความนิ่ง ขาว สะอาด และสัมผัสบางอย่างที่เรียกว่า ‘การรอคอย’

เมธัสลุกขึ้นมองอย่างช้า ๆ ขณะอาร์จันยังนั่งนิ่ง มองสลับระหว่างเพื่อนกับยาน

อาร์จันตะโกนเบา ๆ

“นายทำอะไรของนายวะ…”

เมธัสหันมายิ้ม

แววตามั่นคงราวกับรู้คำตอบของคำถามทุกข้อแล้ว

ฉันไม่ได้ทำอะไรเลย…เธอต่างหาก… ที่เปิดมัน!



Svalbard – ฐานวิจัยชั่วคราวกลางหิมะ

หิมะยังคงปกคลุมทุกสิ่งด้วยสีขาวเยือกเย็น

ลมหนาวพัดแรงกระแทกเสื้อกันหนาวของเหล่าวิศวกรจนพลิ้วไหว เหมือนจังหวะของหัวใจที่กำลังเต้นรัว

ยานประหลาดสีเงินเงาวาวนอนนิ่งอยู่กลางแผ่นโพลีเมอร์พื้นแข็ง —

ไม่มีรอยเชื่อม ไม่มีประตู ไม่มีรอยขีดข่วน

เหมือนถูกหล่อขึ้นจากเส้นสายของธรรมชาติผสานเข้ากับมิติของอนาคต

ทันใดนั้น…

ฟวืดดด…

เสียงบางอย่างแทรกขึ้น เหมือนเนื้อเยื่อกำลังแยกตัว

ทีมสำรวจสะดุ้งแทบพร้อมกัน—

ทุกสายตาจ้องไปยังลำตัวยานที่ค่อย ๆ แบ่งกลางออก

รอยแยกนั้นขยายตัวอย่างสงบนิ่ง…

       ไม่มีกลไก

ไม่มีเสียงเครื่องยนต์

มีเพียงการแยกตัวของเนื้อเยื่อที่ฟังดู…

มีชีวิต

บ้าเอ๊ย…” วิศวกรคนหนึ่งพึมพำ มือกำด้ามปืน Safety Testing Gun แน่น

อาริศยกมือขึ้นเบา ๆ เป็นสัญญาณ

อย่ายิง

เขาก้าวไปด้านหน้าอย่างช้า ๆ ขณะยังไม่มีใครกล้าก้าวตาม

จากรอยแยกนั้น—

เยื่อเนื้อชั้นหนึ่ง ค่อย ๆ คลี่ตัวออก

ปูลงบนพื้นเป็นขั้นบันไดสีขาว 3 ชั้น ไล่ระดับลงสู่พื้นหิมะ

เหมือน ‘ลิ้นของยาน’ ที่กำลังเชื้อเชิญ

“…เราต้องเข้าไปดู”

อาริศพูดด้วยเสียงกดต่ำแต่หนักแน่น แล้วค่อย ๆ วางเท้าบนบันไดนิ่มนวลนั้น

เนื้อผิวยืดหยุ่นเล็กน้อย เหมือนกำลังก้าวลงบนแผ่นกล้ามเนื้อที่มีชีพจร

ไม่มีเสียงเตือน

ไม่มีแรงสะท้อน

ทีมที่เหลือลังเล แต่ในที่สุด…

พวกเขาก็เดินตามเข้าไป

ไม่มีใครกล้าส่งเสียง


ภายในยาน – โพรงชีวะ

แสงสีฟ้าอ่อนเรืองขึ้นรอบตัว — ไม่มีหลอด ไม่มีโคม

…แสงนั้นดูเหมือน เกิดจากผนังที่กำลังหายใจ

พระเจ้า…

เสียงหลุดออกจากวิศวกรหญิงคนหนึ่งโดยไม่ตั้งใจ

ผนังชีวะสั่นเบา ๆ ราวกับรับรู้

อาริศเอื้อมมือแตะ —

อุณหภูมิผิวปรับเปลี่ยนทันทีตามอุณหภูมิฝ่ามือของเขา ราวกับยานกำลังเรียนรู้ว่าเขาคือใคร

“วัสดุนี้มีการปรับตัว…

Bioadaptive Alloy แน่ ๆ”

เขาพึมพำแล้วหยิบอุปกรณ์ขึ้นวัด

“มันไม่ใช่โลหะธรรมดา

“มันคือ…

“สิ่งมีชีวิตกลไก—

ชีวะจักรกล

ทุกคนเงียบราวกับถูกสะกด

ก่อนจะค่อย ๆ เดินตามเขาเข้าไปภายใน

บริเวณใจกลางโถงขาวที่ว่างเปล่า

บางสิ่งค่อย ๆ โผล่ขึ้นจากพื้น

คล้ายแท่นโปร่งใสที่มีแสงเคลื่อนไหวในนั้นเป็นคลื่น

ทันใดนั้น…โฮโลกราฟสามมิติลอยขึ้นตรงหน้าทีม

แผนที่ระบบสุริยะปรากฏขึ้นกลางอากาศ

จุดเรืองแสงเคลื่อนผ่านดาวเคราะห์หลัก ก่อนจะพุ่งเป็นเส้นคดเคี้ยวแบบไม่เป็นเส้นตรง… ไม่เป็นวงโคจรปกติ

อาริศก้าวเข้าไปใกล้

ยกแท็บเล็ตขึ้นถ่ายภาพอย่างรวดเร็ว แล้วหรี่ตาเพ่ง

“นั่นมัน…ร่องแรงโน้มถ่วง

“แต่ไม่ใช่วงโคจรปกติ

“มันใช้ Lagrange Points เป็นทางผ่าน…

“นี่คือ…

The Arches of Chaos!1

เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยเสียงหนักแน่น

“แต่ไม่ใช่แบบที่เราคิดไว้ —

“ยานนี้ปรับตัวเองให้ ‘ลื่นไถล’ ไปตามร่องพลังงาน

“ไม่ฝืนแรงโน้มถ่วง แต่หลอมตัวเข้ากับมัน… Gravity Grooves (ร่องแรงโน้มถ่วง)

“แสดงว่า…”

เขานิ่งอึ้งชั่วครู่ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงครุ่นคิด

“ถ้ามันเป็นชีวะจักรกลจริง…

“ผิวยานน่าจะมีระบบสัมผัสระดับควอนตัม ตรวจจับโครงสร้าง Spacetime Fabric2 เพื่อค้นหาแรงโน้มถ่วงไม่สมมาตร

“แล้วขยับตัวให้สอดคล้องกับแนวร่อง —

“ไม่ใช่ฝืนมัน แต่ ‘กลืนไปกับมัน’ ”

เขายังไม่ทันพูดจบ

สายตาก็เหลือบไปเห็นทางสีขาวที่ทอดยาวไปอีกด้าน

เส้นทางที่ดูเหมือนจะนำไปสู่…

ห้องเครื่อง


ห้องเครื่อง – กลไกชีวะ

ภายในห้องสีขาวบริสุทธิ์—

โครงสร้างมหึมาคล้ายถุงสมองปลาที่เรืองแสงม่วงอ่อน ลอยนิ่งกลางห้องอย่างสงบ

ปล่อยคลื่นพลังงานเป็นระลอกที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

เสียง “วืด…วืด…” ดังเบา ๆ

อาริศเดินเข้าไปใกล้

ยกเครื่องวัดสนามพลังงานขึ้นตรวจสอบ ก่อนหน้าจอจะขึ้นค่าที่ผิดปกติ

“มัน…ดูดพลังงานไปเฉย ๆ เลย

“ไม่มีการแผ่รังสี ไม่มีความร้อนสูญเสีย”

เขาอ้าปากช้า ๆ ก่อนพึมพำกับตัวเอง

“นี่มัน…

Warp Bubble3… “

เขาหันขวับไปมองทีมวิศวกร

“ยานลำนี้ไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยแรงผลัก

“แต่มัน บิดอวกาศรอบตัวมันให้ ‘หดสั้นลง’ …

“เรากำลังยืนอยู่ต่อหน้า—

Warp Drive4

“…ของจริง!”


เซลล์ชีวะจักรกล

ทันใดนั้น

สายตาเขาสะดุดเข้ากับชิ้นส่วนขนาดเล็กที่หลุดออกมาจากผนัง

มันคล้ายแผ่นโปร่งใสมีสีเรืองรอง ขนาดเท่านิ้วโป้ง

อาริศหยิบมันขึ้นมา พินิจใกล้ ๆ ก่อนจะพึมพำกับตัวเองเบา ๆ

“พวกมันคือ…เซลล์

เขายัดมันลงกระเป๋าเสื้อโค้ทอย่างระมัดระวัง

ทีมวิศวกรที่เหลือยังยืนอึ้ง

บางคนอ้าปากค้าง

บ้างหันมามองเขาเหมือนไม่เชื่อสายตา


ด้านนอกยาน

หลังจากสำรวจรอบแรกเสร็จ อาริศพาทีมเดินออกจากยาน

สีหน้าของเขายังไม่หายจากความตื่นตะลึง

“เราจะยังไม่แตะระบบข้างในตอนนี้…

“แต่เราต้องเตรียมแผนชำแหละมันเป็นชั้น ๆ

“ทุกวัสดุ ทุกโครงสร้าง ทุกเส้นใย

“เราต้องรู้ว่ามันสร้างจากอะไร ใช้ยังไง

“แล้วทำไมมนุษย์ยังคิดไม่ถึง”

เขาหันกลับไปมองยานอีกครั้ง

มันยังคงหายใจเบา ๆ อยู่ตรงนั้น… ราวกับกำลังเฝ้ามองมนุษย์คนแรกที่เดินเข้ามาในร่างของมัน


หน้า: 1 2 3 4