หลังโขดหินน้ำแข็ง – ข้างฐานวิจัยชั่วคราว Svalbard
หิมะบางเบาโปรยลงมาอย่างไร้ทิศทางในสายลมหนาวจัด
อาร์จันย่อตัวต่ำหลังโขดหินน้ำแข็ง ลมหายใจรินเป็นไอลอยฟุ้ง
เขามองเพื่อนที่กำลังกำหมัดแน่นเหมือนกำลังครุ่นคิด
“นายจะเอายังไงต่อวะ?” เขาถามเสียงเบา
เมธัสก้มต่ำลงกว่าเดิม สายตาแน่วแน่ผ่านร่องหินไปยัง ‘ยานปลาวาฬ’
มันยังจอดนิ่งอยู่กลางลานหิมะ ราวกับรอคอยบางสิ่ง
“รอให้พวกนั้นเข้าไปใน prefab ให้หมดก่อน… แล้วเราค่อยย่องเข้าไป”
อาร์จันขมวดคิ้ว
หันขวับมองเพื่อน
“นายหมายถึง—ย่องเข้าไปในยานต่างดาวที่เราไม่รู้แม้กระทั่งมันจะปิดประตูใส่หน้าเมื่อไหร่?”
เมธัสพยักหน้าแทบไม่ต้องคิด
“ก็ใช่น่ะสิ… เห็นมั้ย? ประตูนั่นยังเปิดอยู่เลย เหมือนมันกำลังรออะไรบางอย่างอยู่”
เขาเม้มฝีปากแน่น
มองไปยังแสงสีฟ้าที่ส่องลอดออกมาจากประตูรอยแยกของยาน ราวกับสิ่งมีชีวิตที่ยังคงหายใจเงียบ ๆ ในสายหิมะ
ทันทีที่วิศวกรคนสุดท้ายหายเข้าไปใน prefab ท่ามกลางหมอกหนาว…
เมธัสทำสัญญาณมือ — นิ้วชี้กับนิ้วกลางแตะที่หัวคิ้วแล้วตวัดไปข้างหน้าเหมือนในหนังสายลับ
“Go!”
ทั้งคู่ค่อย ๆ ลัดเลาะไปตามแนวพื้นหิมะที่ถูกเหยียบจนแน่น
สายเคเบิลคลุมด้วยผ้าใบทอดผ่านพื้น และเสาขาตั้งไฟโซลาร์เซลล์วางเป็นจุด ๆ พร้อมกล่องพลังงานสำรองกองอยู่ข้างทาง
พวกเขาหยุดที่บันไดชีวะขั้นแรก — Bio-Step
มันเหมือนกลีบหนาที่โค้งรับกับฝ่าเท้าได้พอดี
ขอบลำแสงสีฟ้าเรืองเบา ๆ ตามเส้นขอบ ราวกับเชิญชวน
อาร์จันมองเข้าไปในโพรงแสงสีฟ้าด้านใน แล้วกลืนน้ำลายเฮือก
“เราจะ… เข้าไปข้างในกันจริง ๆ เหรอวะ?”
เมธัสยิ้มบาง ไม่หันมา
“ไหน ๆ ก็มาถึงนี่แล้ว นายจะกลับไปตั้งกระทู้ยานต่างดาวทิพย์ก็ได้นะ… แต่ฉันเข้าไป”
อาร์จันส่ายหัวเร็ว ๆ
“ถ้าพวกนั้นมันจับเราได้ขึ้นมา ฉันโดนไล่ออกแน่นอนเลยนะเฟ้ย! แล้วจะเหลืออะไรให้ทำ”
เมธัสแค่นเสียงหัวเราะ
“ไม่โดนหรอก เชื่อฉันเถอะ… นายแค่ตามฉันมาเงียบ ๆ ก็พอ”
เขายกมือขึ้นแตะที่ผนังยานเพื่อพยุงตัวขึ้นขั้นแรก
แต่ทันใดนั้นเอง…
“อึ่ก!”
เมธัสสะดุ้งถอยหลังทันที
อาร์จันคว้าแขนเพื่อนอย่างตกใจ
“เฮ้ย! เป็นอะไร?!”
เมธัสหายใจถี่
จ้องมือของตัวเองเหมือนเพิ่งแตะบางสิ่งที่มีชีวิต
“ผนังมัน…
“ไม่ใช่โลหะ ไม่ใช่เซรามิก…
“มันหยุ่น ๆ … อุ่นด้วย…
“เหมือน…”
เขาเว้นจังหวะ
“…เหมือนมัน…มีชีวิต!”
อาร์จันทำตาโต
“เฮ้ยยย! โคตรน่ากลัวเลยว่ะ! ฉันเปลี่ยนใจละ ฉันว่า—”
เมธัสหันกลับมาตบไหล่เพื่อนดังปั่ก
“เฮ้ย นายอย่าเพิ่งฝ่อ ตามฉันมาเรื่อย ๆ เถอะ”
เขาก้าวขึ้น Bio-Step แรก…
พื้นยุบลงรับฝ่าเท้าเขาอย่างนุ่มนวล
อาร์จันกัดฟัน ก่อนก้าวตามขึ้นไป
พอมือแตะผนังยาน เขาก็ตัวเกร็ง
“อึ๋ย… มันรู้สึกเหมือนกำลังจับอกสิ่งมีชีวิตอยู่เลยว่ะ…”
เขาพึมพำ แต่ก็ยังตามเพื่อนเข้าไปข้างใน
ภายในโพรงกลางของยาน
ไม่มีเสียงเครื่องยนต์ ไม่มีเสียงกลไก
มีเพียงแสงสีฟ้าเรืองนวลราวกับอยู่ในโพรงแมงกระพรุน
กลางโถงสีขาวโพลน
โฮโลกราฟสามมิติ ค่อย ๆ ลอยขึ้น
แผนที่ระบบสุริยะของ PresCorelightVeltrayArc ลอยอยู่ในความเงียบ …
ไม่มีปุ่ม ไม่มีจอสัมผัส ไม่มีเกจข้อมูลใด ๆ
มีแต่แสง… และความรู้สึกบางอย่างที่บอกว่า ‘มันกำลังฟังอยู่’
เมธัสหยุดอยู่กับที่
มองเส้นโค้งของแสงที่ค่อย ๆ ขยับเปลี่ยนทิศ
เขาหันไปกระซิบเบา ๆ
“นายเห็นรึเปล่า… มันไม่ได้แสดงแค่แผนที่…”
อาร์จันพยักหน้าช้า ๆ
“…แต่มันแสดง ‘เส้นทาง’ ที่เคลื่อนตัวอยู่ตลอดเวลา…”
เมธัสยิ้มจาง ๆ ท่ามกลางแสงชีวะเรืองสีฟ้าที่กระทบผิวหน้าเขาเบา ๆ
“เหมือนมันรอให้เรา…ถามคำถามอะไรบางอย่าง”
แสงโฮโลกราฟยังคงล่องลอยกลางห้องเงียบงัน
อุณหภูมิในยานอุ่นกว่าภายนอกเพียงเล็กน้อย … พอให้ลมหายใจของอาร์จันไม่กลั่นเป็นหมอก
แต่เย็นพอให้หัวใจเต้นแรงอย่างประหลาด
จู่ ๆ เสียงอ่อนหวานก็ดังขึ้น… แต่ไม่ใช่ในอากาศ
เสียงของเคทิสสะท้อนเข้ามาในสมองเมธัสอย่างชัดเจน
“เมธัส… คุณเข้ามาในยานแล้วใช่ไหมคะ”
เมธัสเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย หันตามเสียงแม้ไม่มีใครอยู่
เสียงของเขาเบาจนแทบเป็นกระซิบ
“ใช่… เคทิส คุณรู้ได้ไงครับ… คุณเห็นผมเหรอ?”
อาร์จันหันขวับมาอย่างฉับพลัน
จ้องเพื่อนที่กำลังพูดลอย ๆ เหมือนกำลังสื่อสารกับ… แม่ย่านางเรืออวกาศ
เสียงของเคทิสในสมองของเมธัส อ่อนโยนแต่มั่นคง
“ตอนนี้ QeTron ของ VeltrayWhale ทำงานแล้วค่ะ… ฉันสัมผัสได้ถึงคลื่นสมองของคุณผ่านมัน”
เมธัสหลับตา
สูดลมหายใจลึก
“เคทิส…
“ผมสามารถไปกับยานลำนี้ เพื่อไปหาคุณได้ใช่ไหมครับ”
เงียบอยู่ชั่วอึดใจ…
เหมือนหัวใจเขาหยุดเต้นเพื่อรอฟังคำตอบนั้น
เสียงของเธอกลับมา…เบากว่าเดิม แต่จริงจังขึ้น
“เมธัส…มันมีบางอย่างที่คุณต้องรู้”
เมธัสลืมตาขึ้นทันที
“อะไรเหรอครับ? บอกผมมาเลย”