ลุงแก้ว คนรับใช้วัย 65 ปีของคฤหาสน์หลังใหญ่

ผายมือเชิญเอวารา เดินออกจากประตูหน้าบ้านด้วยท่าทางนอบน้อม พร้อมเอ่ยด้วยน้ำเสียงสุภาพและนุ่มนวล

“เชิญครับ…คุณผู้หญิง”

เอวาราหันมายิ้มเขินเล็กน้อย ก่อนตอบอย่างสบาย ๆ

“แหม ลุง ไม่ต้องเรียกฉันว่าคุณผู้หญิงก็ได้ค่ะ มันจั๊กกะจี้… ให้เรียกว่า ‘คุณเอวา’ ก็พอ”

“ได้ขอรับ…คุณเอวา”

ลุงแก้วตอบกลับด้วยน้ำเสียงเปี่ยมความเคารพ

ก่อนจะโค้งคำนับเล็กน้อย แล้วหมุนตัวเดินนำเธอไปยังรถเก๋งสีเหลืองที่จอดอยู่ลานหน้าคฤหาสน์

แต่เมื่อเอวารามาถึง เธอก็ต้องชะงักทันที

ที่นั่งคนขับว่างเปล่า…

มินตรา…หายตัวไป!

หัวใจของเอวาราเต้นผิดจังหวะ เธอรีบหันไปทางลุงแก้ว

“ลุงคะ…

“เพื่อนฉัน ยัยมิน ที่มาด้วยกัน

“เธอหายตัวไปค่ะ!”

ลุงแก้วเลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนพยักหน้าด้วยท่าทางไม่ร้อนรน

“เดี๋ยวผมช่วยตามหาให้ครับคุณเอวา”

ทั้งสองคนเริ่มเดินวนไปทั่วสวนหน้าคฤหาสน์

ลุงแก้วตะโกนเรียกด้วยน้ำเสียงที่ฟังเหมือนกึ่งตลกกึ่งจริงจัง

“คุณมิน… ยัยมิน… คุณมิน!”

เอวาราก้าวเร็วขึ้นเรื่อย ๆ พร้อมบ่นพึมพำด้วยความกังวล

“แกหายไปไหนเนี่ย ยัยมิน! เห็นคำพูดสุดท้ายบอกว่าเจอมนุษย์อมตะ…

“รึว่าโดนมิจฉาชีพพาตัวไปแล้ว!?”

เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่สายกลับเงียบสนิท

“โอ๊ย ไม่รับสายเลย…

“แล้วดูสิ พื้นที่บ้านหลังนี้กี่ไร่ก็ไม่รู้ จะหาเจอมั้ยเนี่ยวันนี้…

ยัยมินนน อยู่หนายยย!

ในขณะที่เธอกำลังจะเดินกลับมาที่รถ

ลุงแก้ววิ่งกลับมาพอดี พร้อมพูดด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้น

“เจอแล้วครับคุณเอวา…

“นั่งคุยอยู่กับคุณวินตรงซุ้มกลางสวนโน่นแหน่ะครับ”

เอวาราหันขวับทันที

“คุณวิน?”

ลุงแก้วพยักหน้าเรียบ ๆ ก่อนทำท่าเชิญ

ทั้งคู่รีบมุ่งหน้าไปยัง ซุ้มศาลาสีขาวสไตล์ยุโรป ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางสวนไม้ดอกอันร่มรื่น

ท่ามกลางกลิ่นหอมอ่อนของ กุหลาบฝรั่งเศส และ ลาเวนเดอร์ ที่ลอยมากับสายลมเย็น

“เอวา ทางนี้ ๆ!” เสียงของมินตราร้องเรียก พร้อมโบกมือด้วยท่าทีร่าเริง

เมื่อเอวาราเดินไปถึง เธอพบว่า มินตรานั่งอยู่ตรงข้ามชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่ง

ชายหนุ่มกำลังส่งรอยยิ้มเจือความเขินเล็กน้อย รอการแนะนำด้วยท่าทีสุภาพ

“นี่แก!”

เอวาราเอ่ยเสียงเบาแต่เข้ม

“หนีมานั่งกุ๊กกิ๊กอยู่ตรงนี้เองเหรอ! แล้วทำไมไม่รับโทรศัพท์ฉัน?”

“ขอโทษจ้ะ…”

มินตรารีบยิ้มแหย ก่อนตอบเสียงเบา

“ฉันปิดเสียงไว้น่ะสิ… เธอก็รู้นี่ ว่าเวลาฉันคุยอะไรเพลิน ๆ ฉันไม่อยากให้มีอะไรมารบกวน”

“คุยเพลิน ๆ กับ…” เอวาราชำเลืองมองชายหนุ่มที่นั่งยิ้มอยู่ด้านข้าง

“อ๋อ! เอ่อ…คุณธาวินคะ” มินตราหันไปพูดอย่างกระตือรือร้น “นี่คือเอวา เพื่อนฉันที่เข้าไปสัมภาษณ์มนุษย์อมตะในคฤหาสน์น่ะค่ะ”

เอวาราส่งยิ้มสุภาพ ก่อนโค้งศีรษะเล็กน้อย

“สวัสดีค่ะ”

ชายหนุ่มโค้งศีรษะตอบพร้อมรอยยิ้ม

“สวัสดีครับ ผม ‘ธาวิน วาเลนสไตน์’ ครับ”

เอวาราทำหน้าฉงนทันที

“หือ… วาเลนสไตน์?”

“อ่า… ใช่ครับ” ธาวินหัวเราะแห้ง ๆ “นั่นเป็นนามสกุลของผมครับ”

“เอ่อ… ไม่ค่อยคุ้นที่มีคนแนะนำตัวเองพร้อมนามสกุลน่ะค่ะ”

“อ้อ ไม่เป็นไรครับ ผม…มักจะติดพูดแบบนั้นเสมอ มันกลายเป็นนิสัยไปแล้วครับ แหะ ๆ”

ธาวินยกมือเกาหัวด้วยความเขิน

เอวารายิ้มจาง ๆ ก่อนถามต่อ

“แล้วคุณเป็น…?”

“ผมเป็นเพื่อนของไอ้กาลครับ” ธาวินตอบทันที พร้อมยิ้มอารมณ์ดี

“พอดีผมมาหาเพื่อนคุยน่ะครับ แล้วบังเอิญเจอคุณมินซะก่อน คุยกันเพลินมากครับ…เหมือนรู้จักกันมานานแล้วเลย”

มินตราพยักหน้ารับอย่างแรง

“ใช่ ๆ! สนุกมากเลยค่ะ คุณวินคุยได้ทุกเรื่องจริง ๆ ว่าง ๆ นัดมาคุยกันอีกนะคะ”

“ได้เลยครับ” ธาวินยิ้มกว้าง “อย่าลืมทักมาในไลน์นะครับ” เขาทำปากจุ๊บใส่เธอเบา ๆ

มินตราแลบลิ้นตอบกลับแบบน่ารัก ๆ

เอวาราส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนพูดตัดบท

“เอาล่ะค่ะ เราคงต้องขอตัวกลับแล้วนะคะ”

“ยินดีเลยครับ” ธาวินลุกขึ้นด้วยความสุภาพ “เดี๋ยวผมเดินไปส่งที่รถเอง”

ธาวินเดินนำไปพร้อมลุงแก้ว ส่วนสองสาวค่อย ๆ เดินตามหลัง

ท่ามกลางบรรยากาศยามบ่ายที่แดดเริ่มอ่อนแสง



ทันทีที่เอวาราเปิดประตูรถเข้าไปนั่ง

มินตราโบกมือให้ธาวินอย่างร่าเริง ส่วนชายหนุ่มเองก็โบกมือตอบ พร้อมรอยยิ้มที่ติดอยู่บนริมฝีปากนานกว่าปกติเล็กน้อย

เอวาราชำเลืองมองเพื่อนสาวข้าง ๆ ก่อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงติดแซวเล็ก ๆ พร้อมเลิกคิ้ว

“นี่เธอ… คุยกันไม่เท่าไหร่ สนิทกันขนาดนี้เลยเหรอ?”

มินตรายิ้มบาง ๆ พร้อมพูดทันที ขณะเข้าเกียร์และขับรถออกไปด้วยความคล่องมือ

“เค้าเฟรนลี่มากเลยนะ ฉันว่าฉันชักจะชอบเขาแล้วล่ะสิ เอวา”

เอวาราหัวเราะเบา ๆ พร้อมส่ายหน้าอย่างไม่อยากเชื่อ

“แหม… สาวไฟแรงสูงเชียวนะแก แต่ฉันเชียร์นะ แกก็โสดมานานแล้ว…น่าจะเจอเนื้อคู่กระดูกคู่ซะที”

มินตรายักไหล่

“ก็ไม่รู้ว่าเค้าจะชอบฉันไหมหรอกนะ แต่เขาคุยสนุกดีจริง ๆ

“ว่าแต่แกเหอะ…ไปสัมภาษณ์มนุษย์อมตะได้เรื่องอะไรมั้ย?”

เอวาราถอนหายใจยาว ก่อนเอนหลังพิงเบาะ

“ตอนนี้ฉันยังสับสนอยู่เลยแก จับตรรกะยังไม่ค่อยถูก สรุปก็คือ

“ผู้ชายที่นัดฉัน และเป็นเจ้าของบ้านหลังนั้นด้วย เขาบอกว่าเขาเป็นมนุษย์อมตะ”

“เธอหมายถึง ‘กาล’ เพื่อนคุณธาวินเหรอ?” มินตราถามพร้อมหันมามอง

“ถ้าพันธุกาล ก็น่าจะใช่นั่นแหละ” เอวาราตอบ

มินตราทำตาโตเล็กน้อย พร้อมหลุดเสียงออกมา

“เหอ… ชื่อ ‘พันธุกาล’ เหรอ ฟังดูอมตะมากเลยนะเนี่ย”

เอวารายิ้มจาง ๆ ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงที่เริ่มจริงจังขึ้น

“เรื่องชื่อ เรื่องบรรยากาศต่าง ๆ ฉันว่า…มันสร้างกันได้นะ

“แต่สิ่งที่เขาพูด มันดูจริงมากเลย

“เออ… เขาบอกว่าพ่อเขาเป็น ศรีปราชญ์ ด้วยนะ”

มินตราถึงกับเบิกตากว้าง พร้อมหลุดเสียงออกมาอย่างตกใจ

โอ้ แม่เจ้าวววว! ขนาดนั้นเชียวเรอะ!

“นี่ถ้าฉันไม่ได้เห็นสีหน้าแกตอนนี้นะ ฉันต้องคิดว่า หมอนั่นหลอกแกได้อย่างอยู่หมัดเลยล่ะ”

เอวาราหัวเราะออกมา ก่อนตอบอย่างคิดเล่น ๆ

“เรามาลองคิดกันซิ ว่าเหตุผลอะไรที่เขาจะต้องมาหลอกฉัน?”

“จีบไงยะหล่อน!” มินตราโพล่งขึ้นทันที

“มุกแบบผู้ชายโรแมนติกเชิงปั่นอะ ‘ผมรอคุณมาเป็นพันปี’ ‘รักตลอดกาล’ อะไรแบบนั้น หล่ออมตะอะไรแบบนี้ล่ะ…

“ได้ผลกับสาวนักวิทย์สาย pretty geek แบบเธอสุด ๆ เลยนะ”

เอวาราส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงที่แฝงความครุ่นคิด

“ไม่รู้สิ… แต่ฉันรู้สึกถึงความจริงใจในทุกคำที่เขาพูดเลยนะ”

เธอหยุดพูดชั่วครู่ก่อนสายตาจะเหม่อลอยออกไปนอกรถ

ในหัวของเธอวนเวียนอยู่กับประโยคที่เขาเอ่ยกับเธอ

‘ผมเพิ่งมีความรู้สึกนั้น…เมื่อไม่นานนี้เองครับ’

มินตราหรี่ตามองเพื่อนสาวที่จู่ ๆ ก็ดูเหมือนล่องลอยอยู่ในความฝัน

เธอเอ่ยขึ้นพร้อมยิ้มมุมปาก

“แต่ฉันไม่เชื่อว่า นักวิทย์อย่างแก จะไม่พยายามหาทางพิสูจน์แบบวิทยาศาสตร์ เช่น…ตรวจ DNA อะไรทำนองนั้นน่ะ”

เอวารากระพริบตา ก่อนดึงสติตัวเองกลับมา

เธอหัวเราะหึ ๆ พร้อมปรับโหมดเป็นสาวมั่น

“แน่นอนย่ะหล่อน! เรื่องแบบนี้ไม่พลาดหรอก ด็อกเตอร์สาวจอมเฟี้ยวอย่างฉันน่ะ

“ฉันถามเขาด้วยคำถามแบบเธอนั่นแหละ”

มินตราหันมาถามอย่างสนใจ

“เหรอ แล้วเค้าตอบว่าอะไร?”

“เขาตอบว่า พวกเขาทุกคนมีโครโมโซม 24 คู่

“ส่วนมนุษย์ปกติ…ซึ่งก็คือแกกับฉัน…มี 23 คู่”

เอวาราตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง

มินตราทำตาโต พร้อมพูดอย่างติดตลก

“แล้วแกก็ขอเจาะเลือดเค้ามาพิสูจน์?”

เอวาราหัวเราะพรืด

“บ้าเหรอ! ไปขอเจาะเลือดอะไรตอนนั้น…

“แต่ก็ไม่รู้แหละนะว่าต่อไปจะเป็นยังไง

“แต่ฉัน…ก็อยากหาโอกาสทำอยู่เหมือนกันนั่นแหละ”


เชิงอรรถ
1. ^ โครโมโซม (Chromosome) คือ แพ็กเกจเล็ก ๆ ในเซลล์ที่เก็บข้อมูลพันธุกรรมไว้ในรูปของ DNA เปรียบเสมือนคู่มือการสร้างและดูแลร่างกาย มนุษย์มีทั้งหมด 46 แท่ง (23 คู่) ครึ่งหนึ่งจากพ่อ อีกครึ่งหนึ่งจากแม่ แต่ละแท่งบรรจุ “ยีน” ซึ่งเป็นรหัสเล็ก ๆ ที่กำหนดลักษณะต่าง ๆ ตั้งแต่สีตา รูปร่าง ไปจนถึงความเสี่ยงต่อโรคบางชนิด

💙 อัปแล้ว! …
 
การแจ้งเตือน
ลบทั้งหมด

💙 อัปแล้ว! พันธุกรรมรักนิรันดร์ บทที่ 2 กฎชีววิทยาของผู้มีคู่ได้เพียงหนึ่งเดียว

3 กระทู้
2 ผู้ใช้
3 Reactions
12 เข้าชม
Lamoonman
กระทู้: 54
Admin
หัวข้อเริ่มต้น
(@lamoonman)
Creator
เข้าร่วม: 3 เดือน ที่ผ่านมา
[#19]

 

“ปล่อยใจให้แผ่วเบา… ดั่งละอองดาวที่ล่องลอยสู่จักรวาลนี้”

 

ยินดีต้อนรับรี้ดทุกท่าน คลื่นสัญญาณความถี่แผ่ต่อเนื่องแล้ว ณ Lamoonman.Space แห่งนี้!

 

ไรท์ขอแผ่ “คลื่นความโน้มถ่วง” ระลอกที่ 2 จากนิยายแนว Sci-Fi Romance เล่มที่ 1 ในซีรีส์ชุด Infinite Cosmic Love SS1 อย่างเป็นทางการ

 

“พันธุกรรมรักนิรันดร์ – Eternal Love Genetics”

 

เมื่อตรรกะทางวิทยาศาสตร์อันเข้มข้น ปะทะกับห้วงอารมณ์ความรู้สึกอันซับซ้อน ท้าทายกฎเกณฑ์แห่งกาลเวลา

 

🛰️ บทที่ 2: กฎชีววิทยาของผู้มีคู่ได้เพียงหนึ่งเดียว

 

ในบทนี้สัญญาณความลับทางพันธุกรรมได้ทวีความเข้มข้นขึ้น เมื่อตัวแปรสำคัญของมนุษย์สายพันธุ์อมตะถูกเปิดเผย

 

ภายใต้ความลับของการมีชีวิตเหนือกาลเวลา กลับถูกพันธนาการไว้ด้วยเงื่อนไขสุดโหดร้ายทางชีววิทยา นั่นคือ…

 

กระบวนการจับคู่ของโครโมโซมที่ถูกลิขิตมาให้ “มีคู่ได้เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น”

 

หากฝืนกฎ… หรือหัวใจไม่ได้หลอมรวมเป็นพันธะเดียวกันอย่างแท้จริง แสงแห่งเซลล์ของคนรัก จะดับสิ้นและสูญเสียไปตลอดกาล!

 

🪐 ลิงก์หน้าสารบัญ:  https://lamoonman.space/fiction/eternal-love-genetics/

☄️ ลิงก์บทที่ 2: https://lamoonman.space/fiction/eternal-love-genetics-chapter-2/

 

“เมื่อธรรมชาติไม่ได้ออกแบบมาให้เราเผื่อใจ… เพราะในระดับเซลล์ ตัวตนของฉันมีไว้เพื่อเธอคนเดียว”

 

หากรี้ดเดินทางมาถึงปลายสุดของบทที่ 2 นี้แล้ว รู้สึกอย่างไรกับ “กฎชีววิทยาของผู้มีคู่ได้เพียงหนึ่งเดียว” บ้าง?

 

สามารถ ส่งสัญญาณคอมเมนต์ร่วมสะท้อนความรู้สึก และพูดคุยกับไรท์ในอนุภาคพื้นที่แห่งนี้ได้เสมอเลยนะครับ

 

เพราะทุกคลื่นความคิดเห็นของรี้ดคือพลัง Kinetic ที่ร่วมขับเคลื่อนจักรวาลแห่งนี้ไม่ให้เงียบเหงา

 

 

Lamoonman.Space

 

2 ตอบกลับทั้งหมด
LittlelovelyGirl
กระทู้: 13
(@littlelovelygirl)
Binary Star
เข้าร่วม: 3 สัปดาห์ ที่ผ่านมา

ความรักไม่ต้องการเวลา

แค่รู้ว่ารักถูกคน ถูกเวลา

แค่รู้ว่ารักอุปสรรคใดๆก็พร้อมจับมือกันฝ่าฟัน


ตอบ
1 ตอบกลับ
Lamoonman
Admin
(@lamoonman)
เข้าร่วม: 3 เดือน ที่ผ่านมา

Creator
กระทู้: 54

@littlelovelygirl ขอบคุณสำหรับมุมมองที่ดีๆ ครับ 👍 😇 

ไรท์ชอบประโยคนี้มากเลยครับ โดยเฉพาะ “รักถูกคน ถูกเวลา”

บางครั้งความรักก็ไม่ได้วัดกันที่ว่าอยู่ด้วยกันมานานแค่ไหน แต่คือการได้พบคนที่พร้อมจะจับมือกันก้าวผ่านทุกอุปสรรคไปด้วยกัน

ดีใจมากที่รี้ดสัมผัสแก่นของเรื่องในมุมนี้ได้ ขอบคุณที่แบ่งปันมุมมองดีๆ และร่วมเดินทางไปกับนิยายเรื่องนี้นะครับ 🌹 😇 


ตอบ

หน้า: 1 2 3 4