เอกฐานลิขิตใจ | บทที่ 6 CMBClock นาฬิกาแสงแรก
การพัวพันเชิงควอนตัม—ปรากฏการณ์ที่สองอนุภาคถูกลิขิตให้สะท้อนซึ่งกันและกัน โดยไม่ขึ้นกับระยะทาง… แต่หากคู่อนุภาคนั้นถือกำเนิดในจิตใจคนสองคน นั่นคือ คู่แท้ ที่สะท้อนเสียงหัวใจของกันและกัน แม้ว่าจะอยู่คนละฟากของจักรวาลก็ตาม
เอกฐานลิขิตใจ | The Singularity of Destiny
บทที่ 6 CMBClock นาฬิกาแสงแรก
![]() |
เมธัสยืนเกาหัวอยู่กลางโถง BrainHall พลางปรายตามองเสื้อกันหนาวหนาเตอะที่ยังหุ้มร่างอยู่
“แย่ล่ะสิ… ฉันไม่ได้เอาเสื้อผ้ามาด้วยเลยนี่หว่า…” เขาพึมพำเบา ๆ กับตัวเอง
เสียงของอับดุลลอดเข้ามาในหู เหมือนดังมาจากที่ไหนสักแห่งใกล้ ๆ
“คุณสามารถไปยังตู้จัดเก็บอัตโนมัติด้านข้างของ DreamsCabin ได้ครับ เลือกชุดได้ตามสะดวก ระบบจะปรับขนาดให้พอดีกับร่างกายของคุณโดยอัตโนมัติครับ”
เมธัสพยักหน้าเบา ๆ ก่อนเดินเลี้ยวผ่านทางเดิน MoveTube ไปยังห้อง DreamsCabin
แสงในห้องค่อย ๆ สว่างขึ้นเมื่อเขาก้าวเท้าเข้าไป
พื้น ผนัง และเพดานยังคงเป็นสีขาวสะอาดอย่างน่าประหลาด
ทุกอย่างนิ่งสนิท… ว่างเปล่า… เหมือนไม่มีชีวิต
เขาเงยหน้าขึ้นตะโกนกลับไปทางโถงใหญ่
“อับดุล! ฉันไม่เห็นมีอะไรเลย!”
เสียงของอับดุลดังในหูอีกครั้ง ราวกับยืนอยู่ข้างหลัง
“คุณลองใช้คลื่นสมองสั่งดูสิครับ”
เมธัสขมวดคิ้ว ลองหลับตาลง สูดลมหายใจเข้า แล้วนึกถึง ‘ตู้เสื้อผ้า’
พลัน… ผนังด้านหนึ่งเบื้องหน้าเปล่งแสงอ่อน ก่อนจะเปลี่ยนรูปร่างกลายเป็นตู้เสื้อผ้าขนาดพอดีตัว
เขายิ้มพลางส่ายหน้า
“โคตรไฮเทค…”
ด้านในเรียงรายไปด้วยชุดคล้ายจั๊มสูทสีเทาอมฟ้า วัสดุดูบางเบาแต่ตึงแน่น
รองเท้าสลิปออนสีขาวเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ ดูทันสมัยแต่เรียบง่าย
ทุกอย่างเหมือนถูกออกแบบมาให้ ‘มีความเป็นกลางระหว่างเพศ’ — ใส่ได้ทุกคน ทุกเพศ ทุกสรีระ
เมธัสถอดเสื้อกันหนาวออกและโยนลงพื้นอย่างแรง ก่อนจะหันกลับไปเลือกชุดใหม่
แต่ยังไม่ทันได้ก้มตัว…
เขาเห็นเสื้อกันหนาวตัวนั้นค่อย ๆ ถูกพื้นยานดูดหายไป
“เฮ้ยยย…!!”
เขาร้องเสียงหลง พลางถอยหลังหนึ่งก้าวจนแทบสะดุด
เสียงอับดุลดังขึ้นเหมือนตกใจ
“เกิดอะไรขึ้นครับคุณเมธัส!”
“เสื้อ… เสื้อเก่าของฉัน มันถูกพื้นกินไปแล้ววว!!”
เมธัสยังอ้าปากค้าง
เสียงของอับดุลแปรเปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะ อย่างขบขันที่สุดเท่าที่ AI จะหัวเราะได้
“ทุกอย่างในยานนี้จะถูกรีไซเคิลครับ เพื่อการใช้งานวนกลับอย่างมีประสิทธิภาพ เราเรียกระบบนี้ว่า ‘Loop’ ครับ”
เมธัสจ้องพื้นยานอย่างไม่ไว้ใจ
“แล้ว… มันจะไม่รีไซเคิลตัวฉันแน่นะ…”
“คุณก็ยังยืนอยู่นี่ไงครับ” เสียงเรียบนิ่งของอับดุลตอบกลับ
“เออ… จริงด้วย”
อับดุลอธิบายต่ออย่างใจเย็น
“ยานนี้จะตรวจสอบ วิเคราะห์ทุกสิ่งที่เข้ามาในระบบ หากเป็นสิ่งมีชีวิตระดับจุลภาค หรือสิ่งที่ไม่มีสัญญาณชีพ มันจะย่อยเข้าสู่ระบบ Loop โดยอัตโนมัติ”
เมธัสเบิกตากว้างขึ้น
“นายหมายความว่า ถ้าฉันตายในนี้ เจ้าปลาวาฬตัวนี้ก็จะกินฉันอย่างงั้นเรอะ?”
“ใช่แล้วครับ เพื่อประสิทธิภาพในการรีไซเคิล… หรือ Loop ไงครับ”
“เช้ดดดด…!!”
เมธัสขนลุกพรึ่บ
“สยองว่ะ… แต่ก็เข้าใจนะ จะเก็บศพไว้ให้เหม็นไปทั้งยานทำไม”
“คุณเข้าใจถูกต้องแล้วครับ” อับดุลตอบกลับทันที
เมธัสส่ายหน้า ก่อนจะเริ่มถอดเสื้อผ้าชุดเดิมออกทีละชิ้นวางลงบนพื้น
ทุกชิ้นที่เขาวางลง ถูกยานกลืนหายไปเหมือนทะเลกลืนก้อนกรวด
เขามองรองเท้าผ้าใบคู่นั้นหายวับไปอย่างเสียดาย…
“ลาก่อนว่ะ… ไนกี้รุ่นลิมิเต็ดของฉัน…”
เมื่อเขาหยิบชุดใหม่จากตู้มาสวม ชุดจั๊มสูทหลวม ๆ ค่อย ๆ ปรับเข้ากับรูปร่างของเขา
ตั้งแต่ช่วงไหล่ ลำตัว ไปจนถึงความยาวของแขนขา ทุกอย่าง ‘จูน’ จนพอดีอย่างน่าทึ่ง
เขาเดินออกมาจากห้อง DreamsCabin เข้าสู่ BrainHall ด้วยท่าทีมั่นใจ
สะบัดชายแขนเสื้อเล็กน้อยแล้วหมุนตัวไปมา
“เป็นไงบ้างล่ะ? ดูเหมือนกัปตันยานจากหนังไซไฟเลยใช่มั้ย?”
“เหมาะสมกับคุณมากครับ”
อับดุลตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ดูจะยิ้มได้
“โดยเฉพาะช่วงไหล่กับอก… ระบบปรับรูปร่างได้สมบูรณ์แบบจริง ๆ”
เมธัสยิ้มกว้างอย่างภูมิใจ
แต่ทันใดนั้นก็ขมวดคิ้วอีกครั้ง
“แต่… เดี๋ยวนะ แล้วมันจะซักยังไงวะเนี่ย? ฉันไม่เห็นมีเครื่องซักผ้าบนยานเลยนี่หว่า”
“ไม่จำเป็นครับ”
อับดุลตอบทันที
“ชุดนี้เป็นรุ่น TForm Attire ผลิตจากเส้นใยชีวภาพ BioQFiber ที่สามารถย่อยคราบอินทรีย์และเหงื่อได้ด้วยกลไกระดับนาโน โดยอาศัยความชื้นในอากาศและพลังงานต่ำครับ”
เมธัสยกคิ้วขึ้น
“เอ่อ… แล้วถ้าฉันทำกาแฟหกใส่ล่ะ?”
“เพียงแค่คุณส่งคลื่นสมองว่า ‘ไม่พอใจคราบนั้น’ ระบบจะเริ่มกระบวนการล้างคราบทันที
“ใช้เวลาประมาณ 10 วินาที ชุดจะสะอาดเหมือนใหม่… โดยไม่เปียกครับ”
เมธัสหรี่ตา
“…งั้นถ้าฉันส่งคลื่นสมองตอนนี้ ชุดจะทำอะไรฉันมั้ยเนี่ย?”
“ไม่มีอะไรเกิดขึ้นครับ”
อับดุลตอบพร้อมหยอกเบา ๆ
“นอกจากความรู้สึกเหมือนชุดจะกระซิบว่า ‘ฉันสะอาดอยู่แล้วค่ะพ่อหนุ่ม อย่าตื่นเต้นไป’ ”
เมธัสหลุดหัวเราะ
“ว้าว… ฉันกำลังคุยกับเสื้อผ้าตัวเองอยู่จริง ๆ แล้วสินะ…”
“และชุดก็ตอบกลับ ‘ด้วยความยินดี’ ครับ”
เขาก้มมองตัวเองอีกครั้ง
หัวเราะเบา ๆ พลางตบบ่าซ้ายของชุดใหม่ที่เพิ่งได้
“โอเค ชนะไปเลยอับดุล… ฉันยอมรับว่านี่คือเสื้อผ้าที่ฉลาดกว่าฉันแน่ ๆ หนึ่งชุด”
“ผมจะบันทึกคำชมนั้นไว้ในหน่วยความจำทันทีครับ… ‘ครั้งแรกที่เมธัสรู้สึกดีกับเสื้อผ้า’ ”
เมธัสล้วงมือถือขึ้นมาดูเวลา ตามวิสัยปรกติของคนไม่ชอบใส่นาฬิกาข้อมือ
แต่บัดนี้ หน้าจอมันมืดสนิท…
เขากดปุ่ม power ซ้ำ ๆ …ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ลองเขย่าเบา ๆ — เผื่อจะโชคดีแบบในหนัง …ก็ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“อับดุล…”
“ครับผม?”
“บนยานนี้… มีปลั๊ก 220 โวลต์มั้ย?”
เสียงเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบอย่างสุภาพ
“ไม่มีครับท่าน… ยานปลาวาฬเป็นระบบชีวภาพเต็มรูปแบบ พลังงานถูกส่งผ่านโฟตอนชีวะ ไม่ใช่ไฟฟ้ากระแสสลับครับ”
เมธัสถอนหายใจเบา ๆ
“แย่จัง… แล้วฉันจะดูเวลาได้ยังไง?”
เขาเหลียวมองรอบห้องพลางพึมพำ
“ยานนี้มีนาฬิกาอยู่ตรงไหนรึเปล่าเนี่ย?”
เสียงตอบกลับดังขึ้นทันทีในหูของเขา ราบเรียบแต่มีกลิ่นไอความเป็นเพื่อน
“ขึ้นอยู่กับว่าคุณหมายถึงเวลาอะไรครับ… เวลาของดาว Paleviolet, เวลาของโลกคุณ หรือเวลาของยาน?”
เมธัสหลุดหัวเราะเบา ๆ
“ขอแค่ให้รู้ว่าต้องกินหรือจะนอนก็พอแล้วมั้ง”
เขาทอดสายตาผ่าน SoulWindow ออกไปยังความเวิ้งว้างเบื้องหน้า
ภายนอก—คือผืนอวกาศสีดำสนิทที่ไร้ขอบเขต ไม่มีดวงจันทร์ ไม่มีเมฆ ไม่มีทิศ ไม่มีสิ่งใดให้ยึดโยง
มีเพียง ‘จุดแสงนิ่ง ๆ’ จิ๋ว ๆ กระจายตัวเงียบงันเต็มความมืด พวกมันคือดวงดาวนับพัน… ซึ่งลอยนิ่งอย่างสงบ
“แต่มันน่าแปลกดีนะ…”
เขาเอ่ยต่อ ก่อนจะเดินไปย่อตัวลงนั่งบนเก้าอี้สีขาว ที่โผล่ขึ้นมาเหมือนรู้งาน
“ฉันไม่รู้สึกว่าตอนนี้คือกลางวันหรือกลางคืน
“ไม่รู้ด้วยซ้ำว่านี่เช้าหรือเย็น…
“ร่างกายฉันยังไม่รวน แต่ใจก็เริ่มถามหานาฬิกาแล้วล่ะ”
เสียงของอับดุลตอบกลับมาอย่างนุ่มนวล ราวกับกำลังยิ้มอยู่ในลำแสงโฟตอน
“เพราะคุณมาจากโลกครับ—โลกที่มีพระอาทิตย์ขึ้นและตกเป็นเข็มนาฬิกาตามธรรมชาติ”
เมธัสพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยว่า
“แต่ Paleviolet ไม่หมุนแบบนั้น…”
“ถูกต้องครับ”
เสียงของอับดุลเปลี่ยนโทนเล็กน้อย คล้ายพร้อมเข้าสู่โหมดสารคดี Discovery
“Paleviolet โคจรอยู่ห่างจากดาวแม่แค่ 0.028 AU — ประมาณสามเปอร์เซ็นต์ของระยะห่างระหว่าง ‘โลก’ กับ ‘ดวงอาทิตย์’
“มันใช้เวลาแค่ 6.1 วันในการโคจรรอบดาวแม่หนึ่งรอบ — ปีหนึ่งของพวกเขาสั้นกว่าวันหยุดยาวของคุณเสียอีก”
เมธัสเสริมต่อทันที
“และเพราะอยู่ใกล้มาก แรงโน้มถ่วงของดาวแม่จึงทำให้มันเกิด Tidal Locking… เหมือนดวงจันทร์ของโลก หันด้านเดียวเข้าหาโลกตลอดเวลา”
อับดุลกล่าวเสริม
“อย่างงั้นเลยครับ ในกรณีของ Paleviolet — มันหันด้านเดียวเข้าหาดาวแม่เสมอ แสงตกกระทบแค่ซีกเดียว…อีกซีกหนึ่งอยู่ในเงามืดตลอดกาล”
เมธัสพึมพำเบา ๆ ขณะเอนหลัง
“ซีกหนึ่งร้อนตลอดกาล อีกซีกหนึ่งหนาวนิรันดร์…พูดแบบนี้ฉันก็ไม่อยากไปตั้งแคมป์ฝั่งไหนเลยแฮะ”
อับดุลไม่ปล่อยให้หลุดจังหวะ
“โชคดีครับ พวกเขาไม่อยู่ทั้งสองฝั่งนั้น
“ชาว Paleviolet จะอาศัยอยู่ใน ‘เส้นแห่งสมดุล’ — เส้นแคบ ๆ ที่คั่นกลางระหว่างแสงและเงา เส้นนั้นคือบ้านของพวกเขา…
“ที่ที่แสงสีส้มทองจากดวงอาทิตย์ส่องตลอดเวลา ไม่เคยแรงเกินไป ไม่เคยมืดจนน่ากลัว…
“และไม่มีดวงอาทิตย์ขึ้นหรือตกให้ต้องคอยจับเวลา”
เสียงของอับดุลพูดต่อ น้ำเสียงเหมือนค่อย ๆ เลื่อนม่านจักรวาลให้เปิดออกทีละชั้น
“เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น… ดาว Paleviolet ถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลักครับ”
เมธัสเอนหลังพิงพนักเบา ๆ เหมือนตั้งใจฟังให้หมดทุกอย่าง
“สามส่วน… ที่หมายถึง ด้านสว่าง ด้านมืด แล้วก็ เส้นคั่นกลาง สินะ?”
“ถูกต้องครับ — เราเรียกมันว่า ‘เส้นแห่งสมดุล’ หรือ HomeSide
“ที่นั่นคือบ้านของพวกเขา…
“ผมจะแสดงให้ดูทาง HoloVis นะครับ”
