เช้าวันต่อมา — คฤหาสน์ขาว

แสงแดดยามสายส่องผ่านผ้าม่านสีครีมเข้ามาในห้องนอนกว้าง กลิ่นอ่อนจางของดอกลาเวนเดอร์จากแจกันข้างหัวเตียงยังลอยอยู่ในอากาศ

แต่บรรยากาศกลับไม่สดใสเหมือนทุกเช้า

เอวารานอนอยู่บนเตียง รู้สึกผะอืดผะอมตลอดเวลา

มือข้างหนึ่งกุมหน้าท้องไว้แน่น

เธอพยายามฝืนลืมตาขึ้นมามองพันธุกาลที่นั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียง

เขามองเธอด้วยสายตากังวล

มือเขาแตะหลังมือเธอเบา ๆ

“ผมโทรหาพี่หมอกับออร์ล่าแล้ว พวกเขากำลังมา” เสียงของเขานุ่มลึกแต่แฝงด้วยความร้อนรนที่ปิดไม่มิด

ไม่นานนัก…

ราฟาล ในเสื้อกาวน์ทับเสื้อเชิ้ตเรียบ กับ ออร์ล่า ในเสื้อยืดแขนยาวพับขึ้นถึงข้อศอก เดินเข้ามาพร้อมกัน

“ขอโทษที่ให้รอนะกาล” ราฟาลทัก พลางพยักหน้าให้พันธุกาล

“โอเคมั้ยคะ น้องเอวา?” ออร์ล่าเข้ามานั่งข้างเตียง กุมมือเอวาราเบา ๆ ก่อนจะสังเกตุอาการไปรอบ ๆ

เอวารา พูดด้วยน้ำเสียงเหมือนมีอะไรมาจุกที่ลิ้นปี่

“รู้สึกไม่ค่อยดีเลยค่ะ…พี่ออร์ล่า”

ราฟาลตรวจเบื้องต้น

ใช้ไฟฉายส่องดวงตา กดเบา ๆ ที่หน้าท้องของเอวารา ตรวจชีพจรข้อมือ

ออร์ล่าเฝ้าสังเกตอาการเงียบ ๆ

ไม่ถึงนาที เธอก็หันไปมองสามีของเธอด้วยแววตาหนักแน่น

“…ฉันเป็นแบบนี้ตอนท้องทุกครั้งเลยนะ”

พันธุกาลที่ยืนอยู่เงียบ ๆ เอ่ยขึ้นขึ้นทันที

“หมายความว่าไงครับ?”

ราฟาลผละออกจากเตียง หันมาทางเขา

“เราขอคุยกันข้างนอกสักครู่ได้ไหม”

ทั้งสามออกมาที่ระเบียงนอกห้อง แสงแดดเช้าอาบไหล่พวกเขาเบา ๆ

พันธุกาลยืนกอดอก สายตาเป็นห่วง

ออร์ล่าหันมาพูดตรง ๆ

“กาล… นี่มันคืออาการของผู้หญิงที่กำลังตั้งท้อง!”

พันธุกาลชะงัก ส่ายหน้าทันที

มันเป็นไปไม่ได้…

ราฟาลมองเขาอย่างเข้าใจ

พันธุกาลพูดด้วยน้ำเสียงมึนงง

“พวกเรามีโครโมโซม 24 คู่ แต่เอวามี 23 คู่ เราสองคนไม่มีทางให้กำเนิดชีวิตได้…”

หมอราฟาลพูดขึ้นว่า

“ถ้างั้นก็ตรวจเลือดเธอเพื่อความแน่ใจ”

พันธุกาลไม่พูดอะไร เขาแค่พยักหน้าเบา ๆ

เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง

เอวารานอนหายใจกระเพื่อมอยู่บนเตียงนอน…

พันธุกาลนั่งข้างเตียง ใช้นิ้วเกลี่ยปอยผมที่หล่นลงหน้าผากของเธอ ก่อนจะลูบศีรษะเบา ๆ อย่างอ่อนโยน

ราฟาลเดินเข้ามา ถือแท็บเล็ตในมือ มองหน้าพันธุกาลนิ่ง ๆ ก่อนจะพูดว่า

“ผลตรวจออกแล้ว… เอวา ‘ตั้งครรภ์’ จริง ๆ”

พันธุกาลนิ่งไปเหมือนถูกแช่แข็ง

…สายตาเหมือนกำลังครุ่นคิด

ราฟาลมองหน้าพันธุกาลพักหนึ่ง ก่อนเอ่ยขึ้นว่า

“คุณอย่าเพิ่งคิดไปไกล เพื่อความชัดเจน เรามาตรวจโครโมโซมเด็กเลยดีกว่า”


ห้องผ่าตัดเล็ก – คฤหาสน์ขาว

หมอราฟาลเดินเข้ามาในห้องผ่าตัดเล็กอีกครั้ง ด้วยฝีเท้าที่หนักแน่นและเต็มไปด้วยความรอบคอบ

ในมือของเขาคือหลอดเลือดตัวอย่างจากเอวารา

ปริมาณเพียงพอสำหรับการตรวจหา cfDNA1 ของทารกที่แฝงอยู่ในกระแสเลือดของเธอ

เขาวางหลอดเลือดลงอย่างระมัดระวัง

ก่อนจะกดปุ่มเปิด HyperGeneX-24™—เครื่องวิเคราะห์พันธุกรรมยุคใหม่ล่าสุดที่พัฒนาขึ้นโดยศูนย์ชีววิทยาชั้นสูงของวาเลนสไตน์

…เสียงเครื่องทำงานอย่างนุ่มนวล…

พลาสมาเลือดของเอวาราไหลเข้าสู่ระบบควบแน่นอุณหภูมิ -8°C ก่อนถูกส่งผ่านการแยกแถบโมเลกุลด้วยระบบฟลูออเรสเซนต์เชิงลึก

ราฟาลยืนนิ่ง เพ่งจ้องจอแสดงผลอย่างเคร่งเครียด…

เสียงเครื่องดังแผ่ว เป็นจังหวะที่สม่ำเสมอ ราวกับเสียงลมหายใจของใครบางคนในความมืด

ในวินาทีต่อมา…

ข้อมูลเริ่มปรากฏขึ้นบนหน้าจอ

ตัวเลขและแถบสีเปล่งประกายอยู่ใต้แสงเย็นของจอมอนิเตอร์

ราฟาลสูดหายใจเข้า… จ้องมองข้อมูลตรงหน้า

ผลลัพธ์ที่จะเปลี่ยนทุกอย่าง กำลังค่อย ๆ ปรากฏขึ้น

เขาเบิกตากว้างพร้อมพึมพำกับตัวเอง…เบาๆ

“…พระเจ้า…ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ…!!”



ห้องนอน — คฤหาสน์ขาว

ในห้องนอนที่เปิดหน้าต่างรับลมอ่อนจากสวนด้านนอก

เอวารานั่งพิงหมอนขนาดใหญ่ที่ถูกจัดมาใหม่เพื่อให้เธออยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน

ออร์ล่าเพิ่งเสร็จจากการจัดหมอนผ้าห่ม ก่อนจะหยิบแก้วน้ำอุ่นมายื่นให้เธอวางไว้ใกล้มือ

“ร่างกายของเธอกำลังพยายามปรับตัวกับเจ้าตัวน้อยที่อยู่ในท้องน่ะเอวา”

ออร์ล่ากล่าวพร้อมรอยยิ้ม

“อาจมีกรดไหลย้อนบ้างหรือแน่นท้อง เพราะฮอร์โมนพุ่งพล่าน ลองนั่งแบบนี้สบายกว่านอนราบเยอะเลยนะ”

เอวาราเงยหน้าขึ้น พร้อมกล่าวเบา ๆ

“ขอบคุณนะคะ…พี่ออร์ล่า ขอบคุณที่มาช่วยดูแลอย่างดี…”

พันธุกาลนั่งข้างเตียง มือหนึ่งกุมมือเธอไว้แน่น

เขาพูดด้วยน้ำเสียงแน่วแน่แต่แฝงความอ่อนโยนที่สุดที่เธอเคยได้ยิน

“ที่รัก คุณไม่ต้องกังวล… ไม่ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น พวกเราจะดูแลคุณอย่างดีที่สุด”

เอวารามองตาเขาอย่างไม่เชื่อว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้นจริง

เธอเงียบไปอึดใจ ก่อนจะเปรยออกมาด้วยน้ำเสียงเบาราวกับลมหายใจ

“…คุณไม่คิดว่าฉัน…?”

เธอไม่พูดคำที่ติดอยู่ปลายลิ้นออกมา

แต่พันธุกาลเข้าใจดี

เขากลับไม่พูดอะไรเป็นเหตุผล แต่เลือกพูดด้วยหัวใจ

“ที่รัก ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไม่ว่าสิ่งที่คุณกังวลนั้นจะเป็นจริงหรือไม่…

“ผมจะอยู่ตรงนี้ เคียงข้างคุณเสมอ ทุกวัน ทุกนาที ทุกวินาที…

“คุณจะลืมตาขึ้นมาเห็นผมในทุกเช้า และผมจะไม่มีวันยอมให้คุณจากผมไปไหน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตาม…”

เอวารากลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เธอเอื้อมมืออีกข้างขึ้นมาซ้อนทับมือเขาไว้แน่น

“…ขอบคุณคุณมากนะคะ ที่อยู่เคียงข้างฉันเสมอ…”

ประตูห้องนอนถูกเปิดออกอีกครั้ง

เสียงฝีเท้าที่หนักแน่นดังขึ้น—

หมอราฟาลก้าวเข้ามา พร้อมถือแท็บเล็ตที่โชว์ผลวิเคราะห์เต็มหน้าจอ

แววตาเขาดูทั้งตื่นเต้น ตกตะลึง และไม่แน่ใจว่าจะเริ่มพูดอย่างไร

เขาหยุดยืนตรงปลายเตียง หันหน้ามาทางทั้งคู่

“เอ่อ…พันธุกาล…”

เสียงเขาไม่ดัง แต่หนักแน่นพอจะทำให้ทั้งสองคนเงยหน้าขึ้นมาพร้อมกัน

“จากการวิเคราะห์ cfDNA ในกระแสเลือดของเอวา… ผลยืนยันว่า—

“โครโมโซมของตัวอ่อน… มีจำนวน…

23.5 คู่ ครับ”

เงียบกริบทั้งห้อง

มีเพียงเสียงลมหายใจ และจังหวะหัวใจที่ดังก้องในอกของทุกคน

ราฟาลเงยหน้ามองคนทั้งห้อง

น้ำเสียงของเขาแฝงทั้งความทึ่งและความศรัทธา

“ไม่เขื่อก็ต้องเชื่อ…

“เด็กคนนี้… พยายามต้องการมีชีวิต!”

เสียงของหมอราฟาลยังคงสะท้อนอยู่ในห้วงความคิดของคนทั้งคู่ ราวกับความตึงเครียดที่ค่อย ๆ คืบคลานเข้ามากลืนกินทุกสรรพสิ่งในห้องนั้น

เขามองแท็บเล็ตในมือ ริมฝีปากขยับช้า ๆ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น

“แต่…ถ้าเด็กคนนี้เป็นมนุษย์อมตะเพียงครึ่งเดียว…”

ราฟาลหยุด สูดหายใจลึกหนึ่งครั้ง ก่อนกล่าวต่อ

“…เขาจะมีชีวิตอยู่ได้เฉพาะในครรภ์เท่านั้น”

ความเงียบเข้าครอบงำห้อง ราวกับทุกเสียงถูกกลืนหายไปในความมืด

“ถ้าคลอดออกมา เด็กจะตายทันที เพราะโครโมโซมไม่สามารถจัดสมดุลได้ในสภาพแวดล้อมภายนอก”

ออร์ล่าหันมามองหน้าเอวาราด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วง

ขณะที่ราฟาลพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่จริงจัง

“และยิ่งไปกว่านั้น… การที่ตัวอ่อนอมตะครึ่งหนึ่งมาอยู่ในร่างกายของมนุษย์ธรรมดา มันเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน…

“การเจริญเติบโตของเด็กที่มียีนอมตะครึ่งหนึ่ง อาจกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของแม่ หรือเกิดภาวะแทรกซ้อนจนถึงแก่ชีวิตของแม่ได้”

ราฟาลลดแท็บเล็ตลงช้า ๆ ก่อนปล่อยมือให้แนบอยู่ข้างลำตัว

แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น

“ผมขอพูดตามหลักการและในฐานะเพื่อน…คุณควรเอาเด็กออกก่อนจะสายเกินไป

บรรยากาศในห้องตึงเครียดราวกับอากาศกำลังจะหยุดไหล

พันธุกาลนิ่งไปพักหนึ่ง—

ก่อนค่อย ๆ หันไปมองใบหน้าของภรรยาที่กำลังส่ายหน้าด้วยดวงตาที่แน่วแน่

เขาพยายามเอ่ยคำพูดที่ติดอยู่ในลำคอ เสียงของเขาแผ่วเบาจนแทบเป็นกระซิบ

“…ไม่ ที่รัก…”

พันธุกาลพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่สั่นไหว พยายามควบคุมอารมณ์

“เอวา คุณ…ไม่จำเป็นต้องเสี่ยงแบบนี้ ที่รัก ผมไม่อยาก…”

เขาหยุดชั่วครู่ เม้มปากแน่น ก่อนกล่าวต่อ

“…ต้องเห็นคุณเจ็บ…หรือแย่ไปกว่านั้น ถ้าการที่เราจะมีลูกคนนี้ มันหมายถึงคุณต้องจากผมไป…

“ผม… ไม่สามารถทนมันได้”

เอวาราที่อยู่ในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอน พิงหมอนผ้าขาวหนานุ่ม เงยหน้าขึ้นช้า ๆ

เธอสูดหายใจลึกหนึ่งครั้ง ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่มั่นคง และหนักแน่นที่สุดในชีวิตของเธอ

“ลูกต้องรอด ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น”

เธอหันไปสบตาสามีตรง ๆ ดวงตาเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น

“ฉันจะปกป้องเขาไว้ แม้ต้องแลกด้วยชีวิตตัวเองก็ตาม…”

เธอเอามือแตะที่หน้าท้องของตัวเองเบา ๆ แววตาอ่อนโยน เต็มไปด้วยสายใยความเป็นแม่

“เด็กคนนี้อาจไม่สมบูรณ์แบบในสายตาทางวิทยาศาสตร์ แต่สำหรับฉัน…

“เขาคือสิ่งล้ำค่าที่สุดของชีวิต เขาคือสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ที่เกิดจากความรัก

“…และฉันจะรักเขาอย่างไม่มีเงื่อนไขใด ๆ”

น้ำเสียงของเธอไม่ได้แข็งกร้าว แต่นุ่มแน่นจนไม่มีใครกล้าทัดทาน

พันธุกาลหลุบตาลงช้า ๆ

เขารู้ดีถึงความแน่วแน่ของภรรยาที่ไม่มีใครสามารถเปลี่ยนแปลงได้

เงาของแสงแดดทอดยาวผ่านกระจกหน้าต่าง สะท้อนบนใบหน้าที่เศร้าของเขา

ราวกับกำลังคิดถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้า


หน้า: 1 2 3 4 5 6