หนึ่งสัปดาห์ต่อมา – ห้องนั่งเล่นชั้นบนของคฤหาสน์ขาว
แสงแดดยามสายสาดพาดผ่านหน้าต่างบานสูง ลอดผ่านม่านโปร่งตกกระทบพื้นไม้โอ๊คสีขาวสะอาดตา
กลิ่นชาอุ่นจาง ๆ จากกาน้ำร้อนที่ยังไม่ได้ถูกแตะต้องลอยอบอวลในอากาศ
เอวารานอนกึ่งนั่งบนโซฟา L-Shaped สีครีมนวล
ร่างกายของเธอซูบผอมลงอย่างเห็นได้ชัด
ใต้ตาคล้ำจาง ๆ ผิวขาวซีดที่เคยเปล่งประกายดูเปราะบางขึ้นทุกวัน
แต่ในมือของเธอยังมีมือของเขา
พันธุกาลนั่งเคียงข้าง
มือหนึ่งกุมมือภรรยาแน่น อีกมือคอยแตะหลังมือเธอเป็นระยะ
ดวงตาคมขรึมที่เคยสงบนิ่ง บัดนี้เต็มไปด้วยความอ่อนล้าและความกังวลสะสม
เสียงประตูเลื่อนเปิดเบา ๆ
ราฟาล เดินเข้ามาในห้องหลังจากนำเลือดไปตรวจในแล็บของห้องผ่าตัดเล็ก
แสงอาทิตย์ตกกระทบเสื้อกาวน์ของเขาเป็นเงาขลับ ดวงตาจับจ้องแท็บเล็ตที่อยู่ในมืออย่างแน่วแน่
“มีข่าวดีครับ!”
เสียงของเขาทำให้พันธุกาลเงยหน้าขึ้นทันที เอวาราค่อย ๆ ลืมตาเบา ๆ
“ผลเลือดล่าสุดของเอวา…ดีกว่าที่ผมคาดไว้มาก เม็ดเลือดขาวของเธอไม่ได้เพิ่มขึ้น ระบบภูมิคุ้มกันไม่แสดงการต่อต้านโครโมโซมแปลกปลอมที่อยู่ในตัวเธอ”
ราฟาลเงยหน้ามองทั้งคู่ ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นใจ
“พูดง่าย ๆ คือ…ร่างกายของเอวา ‘ยอมรับ’ เด็กคนนี้แล้วครับ”
พันธุกาลถอนหายใจเบา ๆ โน้มตัวลงแนบหน้าผากกับมือภรรยาโดยไม่ต้องมีคำพูดใด ๆ
เอวาราพึมพำเบา ๆ ทั้งน้ำตา
“เขากำลังต่อสู้อยู่จริง ๆ ใช่ไหมคะ…”
แต่ราฟาลไม่ได้ยิ้มให้กับข่าวดีนั้นมากนัก เพราะยังมีอุปสรรคใหม่ที่รออยู่
“…แต่ยังมีสิ่งที่เราต้องเผชิญอย่างหนักหน่วงเช่นกันครับ”
เขาปัดหน้าจอแท็บเล็ต โชว์แผนผังวิเคราะห์ดีเอ็นเอและตารางอัตราการเจริญเติบโตของตัวอ่อน
“ตอนนี้…อายุครรภ์ของเอวาสูงกว่าระยะเวลาปกติถึง สองเท่า ร่างกายของทารกพัฒนาในสปีดเดียวกับมนุษย์อมตะ”
เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“มนุษย์อมตะตั้งครรภ์เพียง 5 เดือน ก่อนคลอด…และเด็กคนนี้ กำลังเติบโตในอัตรานั้น
“แต่…เขาอยู่ในร่างกายของมนุษย์ธรรมดา!”
เอวาราค่อย ๆ หันหน้ามา น้ำเสียงแผ่วเบา
“แล้ว…ฉันต้องทำอย่างไรคะ พี่หมอราฟาล…”
ราฟาลมองเธอด้วยสายตาจริงจัง ก่อนกล่าวต่อ
“คุณต้องให้ร่างกายทำงานหนักกว่าคนท้องทั่วไป อย่างน้อย สองเท่า และสิ่งสำคัญที่สุด—
“ต้องจัดสารอาหารให้สอดคล้องกับจังหวะการทำงานของตับ เพื่อให้มันสามารถส่งกรดอะมิโนและน้ำตาลให้ลูก…ทันทุกวินาที”
เขายื่นแผนโภชนาการให้
“ผมจะให้คุณกินวันละ 5-6 มื้อ เป็นมื้อเล็กแต่เน้นโปรตีนคุณภาพสูง
“ดื่มเวย์โปรตีนเสริมอีกวันละสองครั้ง ทุก 3 ชั่วโมง ห้ามพลาดแม้แต่มื้อเดียว
“และถ้าคุณตื่นกลางดึก…ต้องมี Night Feed เพิ่มอีก 1 มื้อเล็ก”
พันธุกาล เงยหน้าขึ้น ดวงตาแน่วแน่ น้ำเสียงมั่นคง
“ครับ…พี่หมอ”
เขาหันมามองเอวารา ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ผมพร้อมจะสู้ไปกับภรรยาและลูกของเรา…
“เราจะให้เขามีชีวิต…
“เราจะสู้กับธรรมชาติของตัวเอง…
“ไม่ใช่เพื่อพิสูจน์ว่ามันเป็นไปได้
“แต่เพื่อปกป้อง ‘สิ่งมีชีวิตหนึ่งเดียว’ ที่หัวใจของเราสองคนสร้างขึ้นมาจาก ‘รักแท้’ ”
เอวารา น้ำตาไหลอาบแก้ม
แต่รอยยิ้มของเธอสว่างกว่าทุกแสงในห้องนั้น
เธอยกมือมากุมมือเขาแน่น
ราฟาล พยักหน้าเบา ๆ ก่อนกล่าวด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความหวัง
“ถ้าคุณทั้งคู่พร้อม…เราจะสู้ไปด้วยกันครับ!”
ภาพตรงหน้าช่างงดงาม
มันคือภาพของ มนุษย์ต่างสายพันธุ์ ที่จับมือกันเพื่อฝ่าฟันอุปสรรคแห่งการกำเนิดใหม่
ซึ่งยังไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่า…ผลจะออกมาเป็นเช่นไร
โถงใหญ่ของคฤหาสน์ขาว
เหล่าแม่บ้านทั้งห้าคนยืนเรียงกันอย่างเป็นระเบียบในชุดยูนิฟอร์มสะอาดเรียบร้อย
โถงใหญ่ของคฤหาสน์ที่เคยสงบเงียบ บัดนี้อบอวลไปด้วยความมุ่งมั่น
พวกเธอไม่เคยได้รับคำสั่งเร่งด่วนเช่นนี้มาก่อน แต่ไม่มีใครบ่น ไม่มีใครลังเล
พันธุกาล ยืนอยู่ตรงหัวโต๊ะ สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวแขนพับ
ดวงตาสงบนิ่ง แต่เปี่ยมไปด้วยความแน่วแน่
ด้านหลังเขาคือบอร์ดสีขาวที่ถูกตรึงขึ้นอย่างเร่งด่วน
รายการสารอาหารและกรอบเวลาถูกเขียนด้วยลายมือที่เรียบร้อย
ข้างตัวเขาคือ ออร์ล่า—ภรรยาของหมอราฟาล และเป็นพยาบาลที่จะมาดูแลเรื่องนี้
เธอถือแท็บเล็ต พร้อมเช็คแต่ละรายการในระบบ
พันธุกาลสบตาแม่บ้านทุกคน ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“จากวันนี้ไป นายหญิงของพวกเราต้องได้รับอาหารทุก ๆ 3 ชั่วโมง วันละไม่ต่ำกว่า 6 มื้อ
“แต่ละมื้อต้องมีโปรตีนคุณภาพสูง สมดุลพลังงาน รวมทั้งอาหารเสริม วิตามิน และแร่ธาตุ
“และต้องตรงเวลาเป๊ะทุกวัน”
เขาหยุดเล็กน้อย มองสีหน้าของพวกเธออย่างแน่วแน่
“หากคุณเอวาตื่นขึ้นมากลางดึก… ต้องมี มื้อย่อย พร้อมทันที
“ผมจะไม่ยอมให้มีแม้แต่หนึ่งมื้อที่พลาด”
แม่บ้านทุกคนพยักหน้าพร้อมกัน ใบหน้าเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
ออร์ล่า ยื่นมือขึ้น พร้อมกล่าวด้วยความมั่นใจ
“ฉันจะส่งพยาบาลผู้ช่วยฉันมาคุมทุกล็อตอาหารเองค่ะ—
“ตารางทั้งหมดจะซิงค์กับนาฬิกาสมาร์ทวอชของน้องเอวา รวมถึง เครื่องวัดชีพจรของเธอโดยตรง
“หากเธอมีอาการอ่อนเพลีย หรือระดับน้ำตาลต่ำ เครื่องจะเตือนเราทันที”
พันธุกาลพยักหน้ารับด้วยแววตาเปี่ยมความหวัง
“ทุกคน…
“ผมไม่ได้เรียกประชุมวันนี้เพื่อแค่สั่งงาน
“แต่เพราะผมรู้ว่า พวกคุณทุกคนรักคุณเอวา เหมือนที่ผมรัก
“เราไม่ได้แค่ทำอาหาร…
“เรากำลังทำ ทุกมื้อ เพื่อรักษาชีวิตหนึ่งชีวิต และอีกหนึ่งหัวใจที่ผมจะไม่ยอมสูญเสีย”
บรรยากาศทั้งห้องเงียบขรึม
ก่อนที่หัวหน้าแม่บ้านจะก้าวออกมา
เธอโค้งให้พันธุกาลเล็กน้อย แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“พวกเราทุกคนจะทุ่มเทแรงกาย แรงใจ และสองมือนี้… เพื่อให้คุณเอวาและนายน้อยได้มีพลานามัยที่แข็งแรงและสมบูรณ์
“เพื่อเป็นนายหญิงและนายน้อยของเราตลอดไปค่ะ”
พันธุกาล ยิ้มบาง ๆ เป็นครั้งแรกในรอบหลายวัน
เขาพยักหน้าเบา ๆ ก่อนหันไปมองออกนอกหน้าต่างที่รับแสงอรุณเช้า
แม้เมฆแห่งความไม่แน่นอนยังบดบังท้องฟ้า
แต่เขาเริ่มมองเห็น…แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์
แม้หมอราฟาลจะเตือนว่าทารกคนนี้อาจหมดลมหายใจทันทีที่ลืมตาดูโลก
แต่เขาจะเชื่อ…ใน ‘ปาฏิหาริย์’
เชื่อในความรักของผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ยอมแลกทุกอย่าง
เพื่อการถือกำเนิดของชีวิตที่ไม่มีใครคิดว่าจะเป็นไปได้
และตราบใดที่เธอยังสู้…เขาจะสู้เคียงข้างเธอ เพื่อ ‘ลูกของเรา’