เมธัสรีบกลับมาถึงห้องพักชั้น 7 ในหอพักของ SpaceZ พร้อมความตั้งใจแน่วแน่—คืนนี้เขาจะไม่นอนดึก
เขาปิดประตู วางกระเป๋า เปลี่ยนชุด อาบน้ำ แปรงฟัน ทำกิจวัตรทุกอย่างให้เสร็จสิ้นภายในเวลาไม่ถึงยี่สิบนาที
คืนนี้…เขามีเรื่องมากมายที่อยากคุยกับเธอ
เคทิส…
เธอจะเปิดประตู QeLyra รับเขา เมื่อเขาหลับลึกเข้าสู่ฝัน และดูเหมือนเธอเองก็ชอบช่วงเวลานั้นเช่นกัน
เมธัสค่อย ๆ ลดตัวลงนอน ดึงผ้าห่มคลุมไหล่ ปล่อยใจให้ผ่อนคลาย ให้จิตเข้าสู่ภาวะที่เขารู้จักดีจากตำราประสาทวิทยา
“REM sleep—Rapid Eye Movement… สเตจที่สมองทำงานเกือบเท่าตื่น แต่ร่างกายอยู่ในสภาวะอัมพาตชั่วคราว
“ในช่วงนี้… QeLyra ในสมองฉันจะเริ่ม ‘ปล่อยพัลส์’ ไปเคาะประตู QeLyra ของเธอ…”
…
…
ความรู้สึกวูบหนึ่งผ่านเข้ามา จากนั้น… ภาพของเธอก็เริ่มปรากฏ
เส้นผมสีกาแล็กซี่ไหลสยายเหนือฉากหลังที่เขาไม่อาจระบุได้ว่าเป็นที่ใด
ดวงตาของเธอเปล่งประกายเจิดจ้าแต่ละมุน
เธอยืนอยู่ตรงหน้าเขาในความฝัน…สดใสและจริงเกินกว่าจะเป็นภาพหลอน
“คุณหลับแล้วใช่ไหมคะ…”
เสียงเธอชัดเจน ไม่ใช่แค่เพียงความคิด แต่เป็นเสียงที่เขา ได้ยิน ผ่าน QeLyra ที่เชื่อมถึงกัน
“ใช่ครับ… ผมอยากคุยกับคุณ” เมธัสยิ้ม
“หลายเรื่องเลย”
เธอหัวเราะเบา ๆ ก่อนเดินเข้ามาใกล้กว่าเดิม
“คืนนี้ QeLyra ของฉันพร้อมมากค่ะ ฉันเลยเปิดรับคุณไว้”
“ทำไมผมเห็นคุณได้เฉพาะตอนหลับครับ?”
เคทิสเอียงศีรษะเล็กน้อย ราวกับใช้ความคิด
“ฉันไม่แน่ใจนักค่ะ แต่ดูเหมือนว่าสมองของคุณอาจยังควบคุม QeLyra ของคุณไม่ได้…
“ต้องอาศัยการ ‘กระตุ้น’ จากภาวะฝันลึก—ตอนที่สมองของคุณเข้าสู่ความถี่เฉพาะ”
“อ่า… Theta และ Gamma waves ที่เกิด synchrony แบบ phase-locked”
เมธัสพึมพำ
“เพราะในภาวะนั้น QeLyra ฝั่งคุณจะปล่อย ‘Neurophase Ping’ มากระตุ้นสมองผมกลับมา เกิด entrainment สองฝั่ง…”
“ดูเหมือนคุณจะรู้เยอะกว่าฉันอีกนะคะ” เธอยิ้ม
“ผมแค่เรียนมาทางประสาทวิทยาน่ะครับ” เขาหัวเราะเบา ๆ “แต่พอมาเจอ QeLyra ของคุณเข้าไป ทุกทฤษฎีที่เรียนมาดูธรรมดาไปเลย”
เธอมองเขาอย่างอ่อนโยน ก่อนจะเอ่ยขึ้นเบา ๆ
“วันก่อนคุณถามฉันใช่ไหม ว่าฉันมาจากไหน…”
“ครับ… คุณบอกว่า ‘โลกของฉัน’ ” เมธัสสบตาเธอ
“แต่ผมไปวิเคราะห์สัญญาณของคุณมาจนรู้ว่า ที่ที่คุณอยู่… ระบบดาวของคุณ มันชื่อว่า TRAPPIST-12 ในภาษาดาราศาสตร์ของเรา”
เธอเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย
“แทรพพิสต์-วัน…”
“แต่คุณอาจมีชื่อเรียกดาวของคุณที่ต่างจากเรา” เมธัสรีบเสริม
“เหมือนที่ผมไม่เคยรู้มาก่อนว่า โลกของผมมีชื่อว่า ‘Terra’ จนเพื่อนผมบอก”
เธอยิ้มบาง ๆ
“เทอร์ร่า… ชื่อไพเราะดีนะคะ”
“งั้นคุณเรียกโลกของผมว่า Terra นะ”
เธอพยักหน้าอย่างนุ่มนวล
“ได้ค่ะ”
ทั้งคู่นั่งลงบนผืนแสงที่โค้งตัวโอบรับพวกเขาไว้ในโลกของความฝัน
เมธัสสบตาเธออย่างอบอุ่น ก่อนจะพูดออกมาเบา ๆ
“Terra ของผม…
“อากาศบางวันเย็นจัด บางวันร้อนจนแทบลุกเป็นไฟ แต่เราอยู่กับมันมาตลอด
“เรามีแสงอาทิตย์ที่ไม่สว่างจ้าเกินไปจนมองไม่ได้… แต่ก็ไม่อ่อนจนเศร้าใจ
“เราเรียกสิ่งนั้นว่า ‘อรุณรุ่ง’ เป็นช่วงเวลาที่สวยที่สุดของวัน
“มีมหาสมุทรที่ไม่เคยนิ่ง แต่ก็เป็นที่พักใจของคนนับหมื่นล้าน
“และมีท้องฟ้ากลางคืนที่เต็มไปด้วยดาว…ดาวที่ผมไม่เคยรู้เลย ว่าอีกฟากหนึ่งของมันมีคุณอยู่…”
เคทิสส่งสายตาสีเขียวละมุนให้เขา แล้วพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“Terra ของคุณงดงามมากนะคะ…”
เคทิสสบตาเขาอย่างอ่อนโยน ก่อนสูดลมหายใจช้า ๆ
“โลกของฉัน…
“เรามีดวงอาทิตย์เล็ก ๆ ที่โคจรช้า
“เมืองของเราถูกสร้างไว้กลางเส้นพรมแดนระหว่างแสงกับเงา เพราะเราต้องอาศัยอยู่ในจุดสมดุลระหว่างความร้อนและความเยือกเย็นของดาว
“เรามีดวงจันทร์เจ็ดดวง…แต่ที่จริงพวกมันเป็นดาวเคราะห์พี่น้องกัน ที่โคจรใกล้กันราวกับครอบครัว
“เวลามองขึ้นไปจากพื้นผิว คุณจะเห็นพวกมันลอยเรียงกันเหมือนลูกปัดในแสงแดงอมส้ม
“และทะเลของเรานั้นเงียบสงบ… มันจะเรืองแสงทุกครั้ง เมื่อมีสิ่งมีชีวิตสัมผัสผิวน้ำ…”
เมธัสมองเธอด้วยแววตาลึกซึ้ง ก่อนพึมพำเบา ๆ
“ฟังดู… เหมือนฝันเลยครับ…”
“คุณก็เหมือนกันค่ะ…” เคทิสกระซิบเสียงอ่อน ก่อนจะหยุดค้างไปชั่วขณะ ราวกับเพิ่งนึกอะไรบางอย่างออก
“อ้อ… ที่จริงฉันก็ไปค้นข้อมูลมาเหมือนกันนะคะ ว่าดาวของฉัน…มีชื่อเรียกว่าอะไร”
เมธัสเลิกคิ้วเล็กน้อย
“แปลกดีนะครับ… เหมือนกับทุกอารยธรรมที่ต่างก็เรียกดาวตัวเองว่า ‘โลก’ โดยไม่รู้ว่าคนอื่นมองว่ามันคือดาวอะไร”
“ใช่ค่ะ” เธอยิ้มน้อย ๆ ดวงตายังคงทอดมองเขาแนบแน่น
“ฉันเองก็เพิ่งรู้ ว่าชื่อดาวของฉัน คือ ‘Paleviolet’ ”
เมธัสเบิกตากว้าง รอยยิ้มปรากฏทันที
“พาวล์ไวโอเล็ต… ชื่อเพราะมากเลยครับ ฟังแล้วนุ่มลึกเหมือนสีจริง ๆ เลย”
เคทิสหัวเราะเบา ๆ ขณะเอียงศีรษะเล็กน้อย
“เรา…ตั้งชื่อดาวจากสีที่มองเห็นได้ จริง ค่ะ”
เธอเน้นคำว่า ‘จริง’ อย่างนุ่มนวล
“จากพื้นผิวจริง ๆ ของมัน ไม่ใช่แค่สเปกตรัมหรืออุณหภูมิพลังงาน”
เธอนิ่งไปครู่หนึ่ง เหมือนกำลังนึกถึงชื่อดาวต่าง ๆ ที่เคยเห็น
“…Dullred, Ashgreen, Charblue, Burntrose…”
แต่ละชื่อที่เปล่งออกมาจากปากเธอช่างเหมือนบทกวีของดวงดาว
เมธัสทำตาเคลิ้มฝัน ยิ้มบาง ๆ ราวกับชื่อเหล่านั้นพาเขาลอยผ่านอวกาศไปจริง ๆ
“โอ้… เป็นชื่อที่โรแมนติกมากเลยครับ”
เขาเอนตัวเล็กน้อย ขณะพูดต่อด้วยน้ำเสียงเต็มเปี่ยมด้วยความสนใจ
“เพราะพวกคุณ…มองเห็นดาวต่าง ๆ ได้ชัดใช่ไหมครับ? พวกคุณใช้กล้องแบบไหนเหรอ…โฟตอนมอดูเลชัน? หรือสเปกตรัมอินฟราเรด?”
เคทิสพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงราวกับกำลังเล่าเรื่องจากเทพนิยาย
“เราใช้โครงข่าย Imaging Grid ที่ถักทอระหว่างกลุ่มดาวกว่าเจ็ดพันดวงค่ะ
“เชื่อมกันเป็นตาข่ายข้อมูลขนาดมหึมา เราสามารถเห็นทุกดาวในกาแล็กซี่…ราวกับวางอยู่ตรงหน้า”
เมธัสยิ้มออกมา ดวงตาเปล่งแสงเหมือนเด็กชายที่เพิ่งได้เห็นกล้องดูดาวครั้งแรก
“ดีจังเลยนะครับ… ผมอยากให้โลกของผมตั้งชื่อดาวแบบนั้นบ้าง มันเรียบง่ายแต่มีมนต์ขลัง”
เขาหัวเราะในลำคอเบา ๆ
“ชื่อแค่ ‘สี’ บวก ‘เฉด’ ก็สามารถตั้งได้ทั้งกาแล็กซี่แล้ว”
เขาหยุดเล็กน้อย สีหน้าเปลี่ยนเป็นขวยเขิน แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงปนขำ
“แต่พวกเรายังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสีจริงของดาวพวกนั้นคืออะไร… เลยต้องใช้ชื่อกล้องมาตั้งน่ะครับ แล้วก็เติมรหัสไปเรื่อย ๆ อย่าง TRAPPIST-1e…”
เขาแค่นหัวเราะแห้ง ๆ
“ซึ่งก็เป็นชื่อที่เราตั้งให้ดาวของคุณนั่นแหละ… TRAPPIST คือชื่อ ‘กล้อง’ ครับ”
เคทิสเบิกตากว้าง ก่อนจะขมวดคิ้วอย่างมีอารมณ์ขัน
“พวกคุณ… ตั้งชื่อดาวของฉัน…จากชื่อ ‘กล้อง’ ?!”
เธอทำตาโตแล้วกลั้นหัวเราะ ก่อนจะปล่อยเสียงหัวเราะใส ๆ ออกมาในที่สุด
เมธัสยักไหล่แบบคนยอมรับผิด
“ต่อไปคงมีชื่อดาวแบบ Hubble-178 หรือ James Webb-5566 อะไรแบบนั้นครับ แห่ะๆ”
เคทิสยังหัวเราะอยู่ ก่อนจะหันมามองเขาด้วยแววตาครุ่นคิด
“แล้วดาว Terra ของคุณ… ถ้ามองจากไกล ๆ จะเห็นเป็นสีอะไรเหรอคะ?”
เมธัสยิ้มอย่างมีความฝัน ดวงตาเต็มไปด้วยความหมายเกินคำบรรยาย
“เพราะดาวของผมมีมหาสมุทรครอบคลุมถึง 71%… เวลามองจากอวกาศ เราจะเห็นเป็นสีน้ำเงินอ่อนอมขาวครับ สีของน้ำ…กับปุยเมฆ”
เคทิสเบิกตากว้าง “Paleblue!”
เมธัสพยักหน้า “ใช่ครับ… สีเฉดนั้นเลย”
เธอยิ้มอย่างตื่นเต้น ก่อนจะเอ่ยราวกับเพิ่งต่อจิ๊กซอว์ได้พอดี
“’พาวล์บลู’ เป็นชื่อหนึ่งในฐานข้อมูลดาวของเราค่ะ เป็นดาวที่มองเห็นจาก Paleviolet ได้ชัดเจน สีฟ้าสดใส สวยจนต้องหยุดดู…
“ถ้ามองจากจุดของฉัน มันจะอยู่ ‘เลยขึ้นไปจากจานกาแล็กซี่’ และอยู่ตรงขอบนอกของส่วนโน้มกลางกาแล็กซี่… ห่างออกไปราว 40 ปีแสงจักรวาล”
เมธัสนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดช้า ๆ ดวงตาเต็มไปด้วยความฉงน
“นั่นมัน… พิกัดของดาว TRAPPIST-1e เมื่อมองมุมกลับจาก Terra ของผมเลยนะครับ แล้วระยะทางก็พอ ๆ กัน… 39.5 ปีแสง…”
เธอมองเขานิ่ง ก่อนจะพูดเบา ๆ
“หรือว่า… ดาว Terra ของคุณ… ก็คือ Paleblue ของเรา?”
ดวงตาสีเขียวอ่อนของเธอวาววับ ราวกับค้นพบบางอย่างที่ซ่อนอยู่ในห้วงความคิด