ณ ห้องนอนของเมธัส ในขณะที่เขาหลับลึก…

ท่ามกลางความเงียบสงัดในห้อง ม่านบางพลิ้วไหวจากลมแอร์เบา ๆ ราวกับลมหายใจของจักรวาล

เมธัสได้พบกับเธออีกครั้ง…

เคทิส—ผู้หญิงจากดาวที่ห่างออกไปราวสี่สิบปีแสง

ร่างเลือนรางของเธอปรากฏขึ้นท่ามกลางม่านแสงเงาในห้วงฝัน

รอยยิ้มของเธออบอุ่นจนบรรยากาศโดยรอบกลายเป็นโลกที่ทั้งสองเคยรู้จัก แม้จะเป็นแค่โลกแห่งความฝัน

แต่หัวใจของทั้งคู่ยังสื่อถึงกันได้อย่างชัดเจน ราวกับถูกเดินสายตรงด้วยคลื่นความรู้สึกที่ไม่มีวันขาดช่วง

การสนทนาผ่านไปอย่างละเมียดละไม พวกเขานั่งคุยกันดั่งคู่รักที่ไม่ได้พบกันเนิ่นนาน

คำพูดอันอ่อนโยนของเธอแผ่วเบาแต่ชัดเจน ดุจดาวที่ส่องประกายในค่ำคืนไร้เมฆ

ความทรงจำร่วมกันผุดขึ้นราวกับฟองน้ำที่ลอยขึ้นจากก้นบึ้งของเวลา

ทุกวินาทีในความฝันนี้…ช่างมีค่ามากกว่าหลายปีในโลกความจริงนัก

“ตอนสมัยเรียนผมเป็นเด็กเรียนมากครับ” เมธัสพูดพร้อมรอยยิ้มเขิน ๆ

เคทิสนั่งขัดสมาธิบนผืนแสง มือยันพื้นอย่างสบาย ๆ “ฉันเดาออกเลยค่ะ”

“ผมเรียนเร็วกว่าเพื่อนหลายปี”

เขาเอนหลังพิงต้นแสงที่ไม่รู้ว่าคืออะไรในโลกจริง

“เลยได้ปริญญา 3 ใบตอนอายุ 25 ปี… ประสาทวิทยา, ฟิสิกส์ดาราศาสตร์ และชีวควอนตัม”

เคทิสเอนตัวมาข้างหน้า ดวงตาเธอเป็นประกาย “เก่งจังเลย ถึงว่าคุณเข้าใจเรื่องสมองและดาราศาสตร์อย่างลึกซึ้ง”

“ผมหลงใหลระบบเชื่อมโยงระหว่างจิตสำนึกกับพลังงานมาก” เมธัสหัวเราะ “พอเรียนจบก็สมัครเข้า SpaceZ เป็นองค์กรด้านการบินอวกาศของเอกชน

“งานแรกของผมคือดูแลโครงการเล็ก ๆ ที่ไม่มีใครสนใจ”

“ชื่อโครงการว่าอะไรคะ?”

“’อวกาศประสานจิต‘ ครับ”

เมธัสพูดพลางมองขึ้นไปบนท้องฟ้าแห่งความฝันที่เต็มไปด้วยกลุ่มดาวระยิบระยับ

“เราใช้เครื่องสแกนสมองด้วยคลื่น Neutrino beam เพื่อส่งและรับคลื่นสมองระหว่างโลกกับอวกาศ”

เคทิสพึมพำเบา ๆ เหมือนละเมอ

“ชื่อโครงการของคุณเพราะมากเลย… มันเหมือนอวกาศโอบจิตของเราทั้งคู่ไว้ ให้มันประสานกันไปชั่วนิรันดร์”

เมธัสหัวเราะเบา ๆ พลางหลุบตาลง

“แต่คนทั้งองค์กรมองมันว่าเป็นของเล่นของนักวิจัย”

“ไม่ใช่ของเล่นเลยค่ะ”

เธอสบตาเขาแน่วแน่

“ที่ดาวของฉันก็วิจัยเรื่องนี้มานานแล้ว เราใช้คลื่นสมองในการปลุกระบบที่อยู่ในสภาวะหลับให้ตื่นขึ้น… แม้อยู่กันคนละดาว”

เมธัสหันมามองเธอช้า ๆ

“แม้วัตถุประสงค์ต่างกัน…แต่เราก็บรรลุเป้าหมายเดียวกัน

“โครงการของผมต้องการคุยกับมนุษย์ต่างดาวที่ต่างภาษาผ่านสมองโดยตรง

“แต่สิ่งที่มันทำ… กลับปลุกอะไรบางอย่างในสมองผมให้ตื่นขึ้น และสามารถคุยกับคุณได้”

เคทิสเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนกระซิบเบา ๆ

“อย่างนี้นี่เอง… ฉันถึงสามารถ beam เข้าสมองคุณได้ เพราะโครงการของคุณนั่นแหละที่ทำให้เราได้รู้จักกัน”

“มันคือเรื่องบังเอิญใช่ไหมครับ?”

เคทิสยิ้มจาง ๆ ก่อนขยับตัวเข้ามาใกล้ ดวงตาของเธอเหมือนมรกตสีอ่อนที่กำลังจะเผยปริศนา



“ฉันทำงานในองค์กรใหญ่องค์กรหนึ่งค่ะ…

“แต่ฉันอยู่ในแผนกแผนที่กาแล็กซี่ หน้าที่ของฉันคือดูแลกลุ่มแรงโน้มถ่วงที่เรียกว่า VeltrayArc (เวลเทรย์อาร์ค)

“เป็นแถบโค้งสีม่วงเทาจาง ๆ ที่ทอดผ่านแกนหมุนของกาแล็กซี่ทางตะวันออกเฉียงล่าง

“…ดาวของฉัน Paleviolet อยู่ที่ส่วนล่างสุดของเส้นโค้งนั้นค่ะ”

เมธัสหลับตาลงช้า ๆ แล้วพึมพำ

“ถ้าเทียบจากมุมมองของ Terra… เส้นโค้งนั้นน่าจะพาดผ่านกลุ่มดาว Aquarius บนท้องฟ้าโลกเลยครับ”

เขาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย สายตาเหม่อมองภาพจำลองของท้องฟ้าเหนือศีรษะ ริมฝีปากของเขาขยับช้า ๆ ราวกับพูดกับความคิดตัวเอง

“…แต่ความจริงคือ ดาวเหล่านั้น…ไม่เคยอยู่ใกล้กันเลยด้วยซ้ำครับ”

เคทิสเอียงคอเล็กน้อย ดวงตาเธอเต็มไปด้วยความสงสัยที่อ่อนโยน

“พวกคุณ… ยังใช้ระบบจัดกลุ่มดาวตาม ‘มุมมองจากดาวของตัวเอง’ อย่างนั้นเหรอคะ? … ทั้งที่คุณรู้แล้วว่าดาวเหล่านั้นไม่ได้อยู่ใกล้กันเลย”

เมธัสยิ้มบาง ๆ มือข้างหนึ่งยกขึ้นเกาใต้ท้ายทอย ราวกับกำลังเขินในความไม่สมเหตุสมผลของเผ่าพันธุ์ตัวเอง

เขาเบนสายตากลับมายังเธออีกครั้ง ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงเรียบแต่ซ่อนความอ่อนไหว

“บางที…ก็เหมือนกับชีวิตเราบางคนที่ดูเหมือนใกล้มากในสายตา แต่จริง ๆ แล้ว…อยู่ไกลจนสัมผัสไม่ได้เลย”

เขาหยุดสั้น ๆ พลางยิ้มให้ตัวเอง มืออีกข้างลูบผ่านแผนที่ดาวเรืองแสงที่ลอยอยู่ระหว่างเขากับเคทิส ราวกับต้องการยืนยันว่า ‘จุดเชื่อม’ เหล่านั้นมีอยู่จริง

“เราแค่เชื่อมจุด… เพราะไม่อยากให้ท้องฟ้าว่างเปล่าน่ะครับ”

เคทิสยิ้มเช่นกัน รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเข้าใจ ก่อนพูดเสียงเรียบนิ่ง

“กลุ่มดาว VeltrayArc ของเรา ประกอบไปด้วย 5 ระบบดาวที่อยู่ใกล้กัน ล่างสุดคือระบบดาวของฉัน… และดาวของคุณ…Paleblue…ก็อยู่ในส่วนบนสุดของ VeltrayArc

เสียงของเธอไหลเอื่อยเหมือนลำธารบนดาวอื่น

“หน้าที่ของฉันคือการส่งยานสำรวจออกไปเก็บ Log การเดินทางของแต่ละเส้นทางผ่านระบบดาวต่าง ๆ

“จากนั้นข้อมูลทั้งหมดจะถูกสะท้อนกลับสู่ศูนย์ควบคุม และเข้าสู่ทีมวิเคราะห์ของเรา เพื่อสร้างแผนที่แบบไดนามิกระดับกาแล็กซี่”

“ฟังดูเหมือนระบบสมองของยานเลยครับ”

เมธัสเอ่ย พลางโน้มตัวเข้าหาเธอเล็กน้อย

“แสดงว่ายานของคุณต้องมีประสิทธิภาพมากเลยสินะครับ ถึงสามารถเดินทางข้ามระบบดาวแบบนั้นได้”

เคทิสยิ้มแบบที่เขาไม่แน่ใจว่านั่นคือความภูมิใจ หรือแค่ความเคยชิน

“พวกมันเป็น ‘ยานชีวะ’ ค่ะ เราเรียกมันว่า VeltrayWhale (เวลเทรย์วาฬ)

เธอพูดขณะวาดรูปทรงโค้งลงบนพื้นฝันด้วยปลายนิ้ว

“พวกมันกินสสารในอวกาศ เหมือนปลาวาฬแหวกว่ายในทะเลอีเทอร์

“สสารเหล่านั้นจะกลายเป็นพลังงาน อากาศ น้ำ และแม้แต่อาหาร…ให้ลูกเรือ

“แต่ยานรุ่นหลังไม่ต้องใช้ลูกเรืออีกต่อไป เพราะพวกมัน ตื่นรู้ ได้ด้วยตัวเอง”

“เหมือนเป็นสิ่งมีชีวิต…ที่กลายเป็นยาน” เมธัสพึมพำ

“ค่ะ” เธอพยักหน้า “แต่พวกมันมีปัญหาอยู่อย่างหนึ่ง…

“เมื่อพวกเราส่งยานไปถึงชายขอบ VeltrayArc—บริเวณที่เรียกว่า PresCorelightVeltrayArc

“ยาน VeltrayWhale ทุกลำที่ไปถึงตรงนั้น…หาทางกลับไม่เจอเลยค่ะ”

เมธัสขมวดคิ้ว

…เพรสคอร์ไลท์เวลเทรย์อาร์ค?

เคทิสหันมาสบตาเขาอย่างช้า ๆ

“ค่ะ นั่นแหละคือชื่อระบบดาวของ Terra ของคุณ”

เมธัสหลุดหัวเราะเบา ๆ

“…ชื่อระบบดาวของเราน่ะ เรียกว่า Solar System ครับ ฟังดูเหมือนชื่อเครื่องทำน้ำร้อนไหมครับ…”

เคทิสหลุดหัวเราะ เสียงของเธอละมุนจนเมธัสยิ้มตาม

“อะไรนะคะ… ระบบพลังงานแสงอาทิตย์?”

“ใช่ครับ…” เขายักไหล่ “เหมือนเรากลัวดวงอาทิตย์จะน้อยใจ เราเลยตั้งชื่อระบบดาวตามมันแค่ดวงเดียวเลย” 😅

เธอยิ้มเขินในแบบที่ไม่เหมือนใคร ก่อนพูดต่อ…


หน้า: 1 2 3 4 5 6