“ที่ดาวของฉัน เราจะตั้งชื่อระบบดาวโดยดูจากดาวฤกษ์ที่มีมวลมากที่สุดในระบบนั้นค่ะ

“ถ้าระบบมีหลายดวง เราจะให้ดาวฤกษ์ที่มั่นคงที่สุดเป็น ‘Pres’ แล้วลำดับลดหลั่นลงมาเป็น ViceChief เป็นต้น”

Pres… ที่แปลว่า ‘ประธาน’ อย่างนั้นเหรอครับ?” เมธัสพึมพำ

“ถูกต้องค่ะ เช่น…

PresAshveilLornEdge,

ViceAshveilLornEdge,

ChiefAshveilLornEdge

เธอยกนิ้ววาดชื่อในอากาศ ตัวอักษรเรืองแสงจาง ๆ ลอยอยู่ชั่วครู่แล้วหายไป

“น่าสนใจมากเลยครับ” เมธัสเอียงหน้าเล็กน้อย “ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่า… เราสามารถเอาตำแหน่งในองค์กรไปตั้งชื่อดาวได้ด้วย”

เขายิ้มบาง ๆ ก่อนถามต่อ “แล้วคำต่อท้ายล่ะครับ อย่าง LornEdge นี่มีความหมายไหมครับ?”

เคทิสพยักหน้าอย่างช้า ๆ

“มากเลยค่ะ—

“คำต่อท้ายใช้เพื่ออธิบายบริบทพลังงานของตำแหน่งดาวฤกษ์นั้น ๆ เช่น

LornEdge แปลว่า ‘ขอบของแหล่งพลังงานล้า’

“ส่วน Ashveil หมายถึง ‘ม่านฝุ่นจากการล่มสลายของระบบดาวก่อนหน้า’

“พื้นที่แบบนั้นมักมีสนามแม่เหล็กอ่อน และเวลาของที่นั่นไหลช้ากว่าโดยธรรมชาติ”

เมธัสเงียบไปครู่หนึ่ง

“ดีจังเลยนะครับ…แค่ชื่อก็เห็นภาพแล้ว… แต่ของผม…”

เขาถอนหายใจเบา ๆ

“ที่ดาวผม เราจะตั้งชื่อดาวฤกษ์จากหลายปัจจัยครับ”

เขาเริ่มอธิบายอย่างใจเย็น

“บางทีก็อิงจากหมายเลขลำดับในแคตาล็อก เช่น HIP, HD, Gliese หรือ TYC แล้วตามด้วยเลขประจำตัวดาว

“บางชื่อก็มาจากดาวเทียมที่ค้นพบ เช่น Kepler-186 หรือ TESS J0854+1232

“และในกรณีของดาวฤกษ์ เราอาจใส่ Spectral Type เช่น G2V, B9IIIp ร่วมกับพิกัดท้องฟ้าในระบบกริด ICRS หรือ B1950

“ทั้งหมดนี้เพื่อให้ระบุตำแหน่งดาวได้แม่นยำทางคณิตศาสตร์ครับ”

เงียบ

เขาเงยหน้ามองเคทิส ซึ่งกำลัง…กระพริบตาถี่ ๆ เหมือนระบบการตั้งชื่อเหล่านั้นเข้าไปติดอยู่ในช่องลมหายใจของเธอ

“เข้าใจยากมากเลยค่ะ…” เธอพึมพำออกมาเหมือนคนเพิ่งฟื้นจากคลื่นสเปกตรัมชนจิต

เมธัสหัวเราะเบา ๆ พร้อมลูบหลังคอตัวเอง

“ผมก็ว่า…มันไม่ค่อยโรแมนติกเท่าไหร่ครับ แต่ก็นะ…มันแม่นยำดี”

เคทิสเอนตัวมาหาเขาเล็กน้อย ยิ้มอย่างอ่อนโยน

“ถึงแม้ชื่อดาวของคุณจะเป็นรหัสแปลก ๆ… แต่ตัวคุณก็ยังเป็นดาวฤกษ์ที่มีแสงของตัวเองอยู่ดี”

เมธัสยิ้มแล้วหลับตา ราวกับต้องการรักษาความฝันนี้ไว้ให้นานที่สุด เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเสียงเบา

“เออ… แล้วที่คุณบอกว่า…ยาน VeltrayWhale หลงทางหาทางกลับไม่ได้…”

เคทิสยิ้มบาง ๆ อย่างคนที่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อ

“นี่แหละค่ะ คือปัญหาในงานของฉัน… แต่ก็เพราะปัญหานี้ไงคะ…ที่ทำให้ฉันได้พบคุณ”

เมธัสหันมามองตาเธอทันที สีหน้าของเขายังสงบนิ่งเหมือนเดิม แต่แววตานั้นกลับมีร่องรอยความตื่นรู้บางอย่าง

“คุณ beam… เพื่อส่งคลื่นสมองไปควบคุมอะไรบางอย่างใช่ไหมครับ?”

เคทิสพยักหน้าอย่างช้า ๆ

“ใช่เลยค่ะ… คุณเดาได้เก่งมาก!

“เวลายาน VeltrayWhale อยู่ในสภาวะ ‘หลับ’ หรือเข้าสู่ระยะพลังงานต่ำสุด…

“พวกมันจะไม่ตอบสนองต่อคำสั่งใด ๆ เลย นอกจากคลื่นสมองของ ‘ผู้ควบคุมเพียงหนึ่งเดียว’ ที่เคย imprint พวกมันไว้”

“ซึ่งก็คือคุณ?”

เธอยิ้มเบา ๆ คล้ายกับยอมรับความเป็นเจ้าของแบบไม่เต็มใจแต่เต็มหัวใจ

“ค่ะ…

“ปกติแล้ว เราสามารถติดต่อกับ VeltrayWhale ได้ แม้จะไกลกันสุดขั้วจักรวาล ผ่าน QeTron

“แต่เมื่อไหร่ที่พวกมันเข้าสู่ ‘สภาวะหลับ’… QeTron ก็จะหลับไปด้วย”

เมธัสขมวดคิ้วเล็กน้อย “เค-ทรอน?”

“QeTron เป็นคู่อนุภาคพัวพันของ Qe ค่ะ…

“เหมือนที่คุณกับฉันมี QeLyra คู่กัน… มันคือ ‘คู่ลิขิตพัวพันแห่งโชคชะตา’

“Lyra คือหมู่ดาวรูป ‘พิณ’… สำหรับพวกเรา มันไม่ได้แค่แปลว่าเครื่องดนตรี

“แต่แปลว่า ‘เสียงของโชคชะตา’ ที่กำลังจะบรรเลงเมื่อทั้งสองพบกัน

เมธัสนิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วพูดช้า ๆ อย่างคนที่เพิ่งต่อจิ๊กซอว์ได้ชิ้นสำคัญ



“นั่นหมายความว่า… การที่เราพบกัน ก็เป็นเพราะ ‘โชคชะตา’ ?”

เคทิสพยักหน้าเบา ๆ

“ถูกต้องแล้วค่ะ”

“พวกเราทุกคนถูกกำหนดให้มี ‘เนื้อคู่’ ผ่าน QeLyra ที่อยู่ในสมองคนละหนึ่งชุด คือ QeLyraWhisper และ QeLyraListen

“เมื่อใดก็ตามที่เราเข้าใกล้เนื้อคู่ในระยะแขนเอื้อม คลื่นสมองของทั้งคู่จะเริ่มพัวพันกัน และจะปลุกให้ QeLyraListen ตื่นขึ้น”

เธอเอานิ้วแตะที่ขมับตัวเองเบา ๆ

“และเมื่อนั้น… เราจะได้ยินเสียงของอีกฝ่าย ผ่านหัวใจ หรือสมอง… ตลอดชีวิต ไม่ว่าเราจะอยู่คนละฟากของจักรวาลก็ตาม”

เมธัสหัวเราะเบา ๆ ก่อนพยักหน้า

“และนั่นหมายความว่า…คุณส่งคลื่นสมองเพื่อปลุกให้ QeLyraListen ของผมตื่น ใช่ไหมครับ?”

“ใช่ค่ะ” เธอตอบทันที ราวกับ…รอให้เขาถามประโยคนั้นมานาน

“มันเป็นความบังเอิญมาก ๆ จริง ๆ… ที่ฉัน beam คลื่นสมองผ่านเครื่องส่งแบบสุ่มเส้นทาง เหมือนคนตาบอดในหมอกควัน

“ฉันแค่หวังจะปลุก VeltrayWhale ที่ไหนสักแห่ง โดยไม่รู้เลยว่ามันอยู่ที่ไหนในกาแล็กซี่”

เธอหันไปมองฟ้าสีเทาอมฟ้าของโลกในฝัน

“แต่คลื่นนั้น…กลับไปเข้าเครื่องมือของคุณ ในช่วงเวลาที่คุณสวมมันไว้บนศีรษะพอดี

“คลื่นสมองของฉัน ซึ่ง VeltrayWhale ถูกออกแบบมาให้รับ กลับไปกระตุ้น QeLyraListen ในสมองของคุณแทน”

เธอกลับมามองเขา

“แล้วคุณก็ได้ยินเสียงของฉัน… ใช่ไหมคะ?”

เมธัสพยักหน้า

“ครับ… แต่คุณไม่ได้ยินเสียงของผม เพราะคลื่นสมองของผมส่งไปไม่ถึงคุณ เลยไม่สามารถปลุก QeLyraListen ที่อยู่ในสมองของคุณได้…”

เคทิสนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มอีกครั้ง

“คงจะใช่ค่ะ… แต่พวกเราก็มีวิธีแก้นะคะ” เธอพูดอย่างภูมิใจแบบเด็กที่ทำโปรเจกต์สำเร็จ

“มันเป็นวิธีที่เรารู้กันมานานแล้วว่า เราสามารถ Remap QeLyraWhisper และ QeLyraListen ให้พัวพันกันด้วยรหัสใหม่”

“ฉันกำหนดรหัสดังกล่าวให้ตรงกับคลื่นสมองของฉันเอง จากนั้นก็ใช้เครื่องมือชื่อว่า NeurpHaloArray (เนิร์ปฮาโลอะเรย์) เพื่อปลุก QeLyraListen ในสมองของฉัน…”

เธอหันมามองเขาอีกครั้ง ดวงตาเธอสะท้อนแสงฝัน เหมือนสระน้ำใสในคืนที่เงียบที่สุดในโลก

“และวันนั้น… เราทั้งคู่ก็ทำสำเร็จ! ฉันได้ยินเสียงของคุณ เป็นครั้งแรก”

เธอยิ้ม…ไม่ใช่แค่ด้วยริมฝีปาก แต่ด้วยแสงบางอย่างที่เปล่งออกมาทั้งร่าง

เมธัสหลับตา พึมพำเหมือนคนกำลังสรุปบางอย่างที่อยู่ในใจมานานแสนนาน

เสียงของเขานุ่มลง… ลึกลง จนแทบจะกลายเป็นเสียงในหัวใจ

“นี่มันเหมือนกับว่า… เราเป็น ‘เนื้อคู่’ กันด้วย ‘โชคชะตา’ ครึ่งหนึ่ง… และด้วยการ ‘จับมือร่วมกัน’ อีกครึ่งหนึ่ง?”

เคทิสนิ่งไปชั่วอึดใจ ก่อนจะยิ้มออกมาแบบที่ไม่มีใครในจักรวาลจะยิ้มแบบนี้ได้

เธอหันหน้าไปทางเขา ดวงตาเปล่งประกายคล้ายหมอกน้ำแข็งบน Paleviolet ที่เพิ่งได้รับแสงแรกของวัน

“ใช่แล้วล่ะค่ะ… การที่จะเป็นเนื้อคู่กันให้ตลอดรอดฝั่ง เราควรจะจับมือร่วมกัน ไม่ใช่แค่พึ่งโชคชะตา”

เคทิสหยุดเล็กน้อย ชายตามองเขาอย่างมีความหมาย ก่อนพูดต่ออย่างนุ่มนวล

“เราควรจับมือกันไว้… แล้วไม่ปล่อย ไม่ว่าจะผ่านอะไรไปก็ตาม ใช่ไหมคะ?”

เมธัสลืมตา แล้วจ้องมองเธออย่างชัดเจนที่สุดเท่าที่ความฝันจะอนุญาตให้ทำได้ เสียงของเขานิ่งแน่ว

“ผมเข้าใจแล้วครับ… และนั่นทำให้ผมมั่นใจว่า…

“คุณคือ ‘เนื้อคู่หนึ่งเดียวในจักรวาล’ ที่ผมเฝ้าตามหามาทั้งชีวิต”

เคทิสยิ้ม ดวงตาของเธอเปล่งประกายระยิบ เหมือนกลุ่มดาวแรกที่โผล่ขึ้นหลังม่านราตรี

เหมือนเด็กสาวที่เพิ่งรู้ว่า ‘เนื้อคู่’ มีอยู่จริงในจักรวาลนี้ และเขาก็กำลังนั่งอยู่ตรงหน้า

“ฉันก็เช่นกันค่ะ เมธัส…

“คุณคือ ‘หนึ่งเดียวในจักรวาล’ ที่ฉันไม่เคยคาดคิดเลยว่าจะได้พบในชีวิตนี้”

เธอเอนศีรษะพิงอากาศเบา ๆ รอยยิ้มขยายกว้างขึ้นอย่างไม่รู้ตัว

“และยิ่งกว่าความฝัน…

“คุณคือสิ่งที่ทำให้ฉันอยากอยู่ในฝันนี้ไปตลอด…โดยไม่ต้องตื่นเลยสักวัน…”

เมธัสขยับตัวเข้าใกล้เธออีกนิด ราวกับโลกทั้งใบหายไปแล้ว เหลือเพียงสองเสียงในห้วงฝัน

“เคทิส…”

“คะ?”

“ฟังนะครับ…” น้ำเสียงเขามั่นคง

“ผมต้องการไปหาคุณ ไม่ว่าด้วยวิธีใดก็ตาม…

“ต่อให้ผมต้องใส่ชุดป้องกันรังสีไปทั้งชีวิตเมื่ออยู่บนโลกของคุณ

“ต่อให้ผมหายใจไม่สะดวกหรือเดินไม่ได้…

“เคทิส คุณบอกผมมาเถอะครับ ผมจะทำทุกอย่าง”

เคทิสนิ่งไปนานกว่าปกติ ดวงตาของเธอหลุบต่ำลงเล็กน้อย เธอสูดหายใจลึก

“เมธัสคะ…

“มันมีอุปสรรคหลายอย่าง…คุณก็รู้… ทั้งเรื่องการเดินทาง… เรื่องสภาพร่างกายที่อาจปรับตัวไม่ได้กับดาวของฉัน…

“แม้แต่เรื่องอากาศที่คุณจะใช้หายใจ…

“มันดูห่างไกลจากความเป็นจริงเหลือเกิน…”

เมธัสพูดทันที

“คุณส่งรายละเอียดดาวของคุณมาในสมองผมให้มากที่สุดได้ไหมครับ? ผมจะวิเคราะห์เองว่าเราต้องปรับอะไรบ้าง จะต้องเตรียมอะไรบ้าง”

เขาหยุดชั่วครู่ ก่อนพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ส่วนเรื่องยาน… จริง ๆ แล้ว วันนี้ผมมีเรื่องหนึ่งอยากเล่าให้คุณฟังครับ”

เคทิสเลิกคิ้ว

“เรื่องอะไรเหรอคะ?”

“ที่องค์กรของผม… เพิ่งมีข่าวลับว่า พวกเราพบยานต่างดาวตกลงมาบนโลกครับ”

แววตาของเคทิสเปลี่ยนทันที—จากสีเขียวอ่อนโยน กลายเป็นสีเขียวเข้ม ด้วยความสนใจที่ลึกและจริง

จริงเหรอคะ? คุณบอกได้ไหม…ว่ายานลักษณะยังไง?

เมธัสส่ายหัวเบา ๆ

“ผมยังไม่เห็นมันด้วยตาตัวเองเลยครับ เพราะมันเป็นข่าวลับภายในองค์กร ไม่มีใครปล่อยรูป ไม่มีใครพูดถึงในโซเชียล

“แต่…ผมจะต้องไปที่นั่นให้ได้ เพื่อดูมันกับตาตัวเอง ว่ามันคืออะไร และเผื่อว่า…

“ผมอาจใช้ยานลำนั้น เดินทางไปหาคุณได้”

เคทิสยกมือแนบอก สีหน้าเต็มไปด้วยความรู้สึกผสมกันหลายชั้น

“ถ้าคุณไปถึงแล้ว… ช่วยส่งรายละเอียดยานมาให้ฉันได้ไหมคะ?”

“ได้แน่นอนครับ…”

เมธัสสูดหายใจลึก ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

“เคทิส…

“ไม่ว่าจะยังไง—ชาตินี้—ผมต้องไปพบคุณให้ได้ครับ”

เธอยิ้มอีกครั้ง รอยยิ้มที่คล้ายแสงจากดาวที่อยู่ไกลเกินเอื้อม แต่ก็ยังเห็นได้ทุกคืน

“ฉันเข้าใจค่ะ เมธัส…

“พวกเราที่ Paleviolet เชื่อกันว่า ‘สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ จะกลายเป็นไปได้เสมอ… ถ้าเรามีศรัทธา’ ”

เธอเงียบไปชั่วครู่ ก่อนหัวเราะเบา ๆ แบบที่ทำให้ฝันทั้งผืนสั่นสะเทือน

“เอ่อ… เพื่อนฉันเรียกไปทานข้าวอีกแล้วค่ะ… วันนี้พอแค่นี้ก่อนนะคะ”

เมธัสยิ้ม เหมือนเด็กชายที่ถูกปลุกตอนหนังสือภาพเพิ่งเปิดถึงหน้าที่สวยที่สุด

“ได้ครับ เคทิส…”

เขาหลับตาลงช้า ๆ

“…ผมคิดถึงคุณนะครับ คิดถึงทุกลมหายใจของผมเลย”

เธอหัวเราะคิก ๆ เสียงของเธอลอยห่างออกไปอย่างแผ่วเบา

“ฉันก็เช่นกันค่ะ… แล้วเจอกันใหม่นะคะ”


หน้า: 1 2 3 4 5 6