“มีความเป็นไปได้อย่างมากครับ…” เมธัสตอบเบา ๆ ริมฝีปากยังคงมีรอยยิ้มบางขณะสายตาไม่ละจากเธอ
“…เคทิสครับ”
เธอเอียงศีรษะเข้ามาเล็กน้อย
“อะไรเหรอคะ?”
“…จะทำยังไง เราถึงจะได้เจอกันครับ?”
เคทิสกระพริบตาช้า ๆ ก่อนหัวเราะน้อย ๆ
“ก็…เราเจอกันแล้วนี่คะ”
“ผมไม่ได้หมายถึงแบบนี้ครับ…” เมธัสยกมือแตะแก้มตัวเองเบา ๆ ราวกับยืนยันว่าตนเองยังอยู่ในฝัน
“…แต่หมายถึงการเจอกันจริง ๆ —ในโลกจริง ที่ไหนก็ได้…ดาวคุณ…ดาวผม…หรือที่อื่นใดในจักรวาล ผมจะไปทุกที่ที่มีคุณอยู่”
สีหน้าของเคทิสอ่อนโยนลงอย่างเห็นได้ชัด…แต่แววตากลับเต็มไปด้วยอะไรบางอย่างที่คล้ายความลังเล
“เรื่องนั้นมัน…ไม่ง่ายเลยนะคะ” เธอพูดเสียงแผ่ว
“มันมีหลายเรื่องที่เราต้องพิจารณา…มากกว่าที่คุณคิดไว้เยอะเลย…”
ยังไม่ทันที่เธอจะพูดจบ แสงบางอย่างสะท้อนจากด้านหลังเธอ—เธอหันไปชั่วขณะ ก่อนหันกลับมาอย่างเร่งรีบ
“เอ่อ…คุณคะ ฉันต้องไปแล้วล่ะ พอดีเพื่อนฉันเรียกแล้ว”
เมธัสย่นคิ้วเล็กน้อย
“อ้าว…นี่คุณไม่ได้หลับอยู่เหรอครับ?”
เคทิสหัวเราะเบา ๆ
“เปล่าค่ะ…นี่คือช่วงเวลางานของฉัน…คุณอย่าฟ้องหัวหน้าฉันนะคะ ไม่งั้นฉันตายแน่เลย ฮิฮิ”
เมธัสหัวเราะออกมา—เสียงหัวเราะนั้นเหมือนสะท้อนกลับไปถึงร่างของเขาที่นอนกรนเบา ๆ อยู่ในห้องพัก
“งั้น…ก่อนคุณไป…” เขารีบพูด “…คุณช่วยสอนผมหน่อยได้ไหมครับ ว่าจะควบคุม QeLyra ยังไง ผมอยากทำแบบคุณได้บ้าง”
เคทิสมองเขานิ่งไปชั่วครู่ แววตาเหมือนครุ่นคิดอะไรบางอย่าง…ก่อนจะยิ้มอย่างนุ่มนวล
“ง่ายมากเลยค่ะ…
“บริเวณสมองส่วนหลังของคุณ—เป็นจุดที่เชื่อมต่อความคิด ความรู้สึก และภาพในสมองคุณกับ QeLyra ได้ดีที่สุด
“ถ้าคุณเรียนรู้วิธี ‘ดึงสัญญาณ’ จากตรงนั้น ให้ไหลเข้าสู่ QeLyra คุณจะสามารถสะท้อนภาพหรืออารมณ์ของคุณมาให้ฉันได้ แม้คุณยังตื่นอยู่ก็ตาม…”
เมธัสพึมพำอย่างตื่นเต้น
“…Precuneus3…กับ Posterior Cingulate Cortex (PCC)4 ใช่ไหมครับ…”
“คงงั้นมั้งคะ” เธอหลุดยิ้ม “คุณเข้าใจลึกกว่าฉันอีกนะคะ”
เสียงเรียกจากที่ไกลแว่วมาอีกครั้ง—เธอหันไปพยักหน้ารับกับใครบางคน แล้วหันกลับมาหาเขาอีกครั้ง
“ฉันต้องไปแล้วจริง ๆ ค่ะ เพื่อนเร่งแล้ววว”
เมธัสยิ้ม
“ครับ…แล้วเจอกันใหม่นะครับ เคทิส”
เคทิสยิ้มตอบ
“เช่นกันค่ะ…”
จากนั้นภาพของเธอค่อย ๆ จางลงราวกับหมอก…
แต่ทิ้งความอบอุ่นไว้ในจิตใจของเขายาวนานเกินกว่าที่เขาจะอธิบายเป็นคำพูดได้
โรงอาหาร SpaceZ – มุมขวาหลังสุด
กลิ่นอาหารสำเร็จรูปฟุ้งไปทั่วห้อง ปะปนกับเสียงพูดคุยเบา ๆ ของเหล่าวิศวกรและนักวิจัยจากแผนกต่าง ๆ
เมธัสนั่งนิ่งอยู่ที่โต๊ะประจำ มุมเดิมของเขา ขาไขว่ห้าง
มือข้างหนึ่งวางบนถาดอาหารที่ยังไม่ถูกแตะ ส่วนอีกมือทาบอยู่บนหน้าผาก
ใบหน้าขรึมลึกคิด ดวงตาเบิกโพลงตลอดเวลา เหลือบซ้ายที ขวาที สลับขึ้นบนแล้ววกกลับลงล่าง—เหมือนคนที่กำลังพยายามจับจังหวะของบางสิ่งที่มองไม่เห็น
อาร์จันเดินมาพร้อมถาดอาหาร วางลงฝั่งตรงข้าม ก่อนจะย่นคิ้วใส่เพื่อน
“นายทำอะไรของนายวะเมธัส? ฝึกตาเหล่เหรอ?”
เมธัสกระพริบตา หันมาช้า ๆ ใบหน้ายังเคร่งขรึม
“เปล่า… ฉันฝึกควบคุม QeLyra ด้วยสมองส่วน Precuneus กับ Posterior Cingulate Cortex ตามที่เคทิสสอนในความฝัน”
เขายกนิ้วชี้แตะเบา ๆ ตรงกลางศีรษะ ใกล้รอยต่อระหว่างกระหม่อมกับท้ายทอย
“เธอบอกว่าลึกเข้าไปจากจุดนี้แหละ—คือประตูเชื่อม ‘ภาพภายใน’ กับการสะท้อนระดับควอนตัม”
อาร์จันกลั้นขำไม่ไหว หัวเราะเบา ๆ พลางหยิบช้อนขึ้นมาตักข้าว
“โอ้โห… ฝึกสมองเชื่อมจักรวาลในโรงอาหารเนี่ยนะ? แล้ว เคทิส—เนื้อคู่ข้ามจักรวาลของนาย ยังมาเข้าฝันทุกคืนเลยเหรอ?”
เมธัสยิ้มมุมปาก ก่อนพูดอย่างหนักแน่น
“ฉันมั่นใจแล้วว่าเธออยู่ที่ดาว TRAPPIST-1e จริง ๆ และฉันกำลังหาทางไปหาเธอ”
เขาหันหน้าไปทางหน้าต่างกระจก มองทะลุออกไปเหมือนสายตากำลังพุ่งไปไกลกว่าขอบโลก
อาร์จันส่ายหัวแล้วหัวเราะในลำคอ
“TRAPPIST-1e ห่างออกไป 40 ปีแสง ต่อให้ใช้ยานเจาะช่องวาร์ปหรือวาร์ปไดรฟ์แบบล้ำสุด ๆ นายก็ใช้เวลาเดินทาง 40 ปี…
“ไปถึงก็แก่แล้วเมธัส บางทีเธออาจไม่ใช่มนุษย์ด้วยซ้ำ”
เมธัสยกคิ้วขึ้นเล็กน้อย พลางพูดช้าแต่มั่นคง
“ต่อให้ยาวนานแค่ไหน… ถ้ามีทาง ฉันจะไป”
อาร์จันชะงัก หยิบช้อนค้างอยู่กลางอากาศ
“เดี๋ยวนะ… ถ้าเคทิสเป็น ‘มนุษย์ต่างดาว’ แล้วเธอคุยกับนายรู้เรื่องได้ยังไงวะ?”
เมธัสเลิกคิ้ว แล้วยักไหล่
“ไม่รู้สิ… QeLyra อาจเป็นวุ้นแปลภาษาให้ก็ได้ หรือไม่ก็เราอาจสื่อสารกันด้วยคลื่นสมองโดยตรง—แบบ pre-linguistic sync ที่ไม่ต้องแปลความหมาย”
เขาวางศอกลงบนโต๊ะ โน้มตัวเข้ามาอย่างกระตือรือร้น
“ฟังนะอาร์จัน สมองมนุษย์มีคลื่น default mode network ที่กระจายอยู่ใน precuneus, PCC, medial prefrontal cortex5 มันทำงานเวลาเราคิดถึงตัวเองหรือคนอื่น ถ้าสองคนสามารถเชื่อมคลื่นนี้เข้าด้วยกันได้โดยตรง มันจะไม่ใช่ภาษาอีกต่อไป แต่มันคือ ‘ความเข้าใจแบบตรงไปตรงมา’ —เข้าใจโดยไม่ต้องผ่านคำพูด”
เขาหยุด หายใจเข้าลึก ก่อนพูดต่อ
“เหมือนตอนฝันถึงใครซักคน แล้วแค่สบตาก็รู้ว่าเขารู้สึกอะไร…”
อาร์จันทำตาโต ชะงักไปชั่วครู่ ก่อนระเบิดหัวเราะเต็มเสียง
เขาเช็ดน้ำตาออกจากหางตาแล้วส่ายหน้า
“นายมันบ้า… บ้าแบบมี ‘ศาสตร์’ ด้วยว่ะเมธัส”
เมธัสหัวเราะน้อย ๆ แต่ตายังเป็นประกาย
“แต่ถ้ามันจริงล่ะ? ถ้าฉันเชื่อมกับเธอได้ เพราะเรามีคลื่นตรงกัน…”
อาร์จันหยุดขำ แล้วเปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจังอย่างไม่คาดคิด
“พูดถึงเรื่องนั้น…
“ฉันได้ยินข่าวลับจากแผนกออกแบบยานอวกาศ พวกเขาว่าพบยานลึกลับจากนอกระบบ…
“ไม่มีรหัส ไม่มีสัญชาติ ไม่มี trajectory ที่อธิบายได้…”
เมธัสหันขวับทันที ดวงตาเป็นประกาย
“ยานอะไร? อยู่ไหน? พวกเขารู้หรือยังว่าใครส่งมันมา?”
อาร์จันยักไหล่
“ยังไม่มีรายละเอียด แต่ฉันรู้ว่าใครคุมโปรเจกต์อยู่… นายอยากให้ฉันไปสืบให้ไหมล่ะ?”
เมธัสพยักหน้า ช้า ๆ แต่แน่น
“ใช่… ไปสืบให้ที… ถ้ายานนั่นไม่ใช่ของโลก… มันอาจจะพาฉันไปหาเธอได้!”
เขากระแทกมือลงบนโต๊ะเบา ๆ ดวงตาสะท้อนภาพบางอย่างที่ไกลกว่านอกหน้าต่าง
…ภาพของจักรวาลที่มีเสียงกระซิบจากดาว TRAPPIST-1e รอเขาอยู่