เอกฐานลิขิตใจ | บทที่ 4 VeltrayWhale ห้วงอวกาศชีวิต


การพัวพันเชิงควอนตัม—ปรากฏการณ์ที่สองอนุภาคถูกลิขิตให้สะท้อนซึ่งกันและกัน โดยไม่ขึ้นกับระยะทาง… แต่หากคู่อนุภาคนั้นถือกำเนิดในจิตใจคนสองคน นั่นคือ คู่แท้ ที่สะท้อนเสียงหัวใจของกันและกัน แม้ว่าจะอยู่คนละฟากของจักรวาลก็ตาม

เอกฐานลิขิตใจ | The Singularity of Destiny

บทที่ 4 VeltrayWhale ห้วงอวกาศชีวิต


เปลือกตาของ VeltrayWhale เปิดขึ้น แสงสีฟ้าของโลกสะท้อนเข้ามายังเซลล์รับแสงของมัน

เมธัสยืนอยู่ตรงนั้น — มองดูความสวยงามโลกของเขา… โลกที่หลังจากนี้จะกลายเป็น ‘อดีต’

เขากำลังมุ่งหน้าสู่โลกใหม่ โลกสีม่วงที่เคทิสเคยเล่าให้ฟัง — Paleviolet

มันเป็นครั้งแรกในชีวิตที่เมธัสได้ออกมานอกโลก ในแบบที่ ไม่มีวันหวนกลับได้อีก

อวกาศเงียบกว่าที่เขาคิด

ไม่มีเสียง… ไม่มีแรงต้าน…

มีเพียง ‘การเคลื่อนผ่าน’ อย่างนุ่มนวลในทะเลของแรงโน้มถ่วงต่ำ

ดวงดาวลอยอยู่รอบตัวเขา ราวกับหยดน้ำแข็งแขวนอยู่ในความว่างเปล่า

นั่นคือ SoulWindow ค่ะ

เสียงของเคทิสสะท้อนเข้ามายัง QeLyra ของเขาเบา ๆ ราวกับลมหายใจที่แฝงอยู่ในกระแสประสาท

เมธัสยิ้มบาง ๆ

“ชื่อไพเราะมากครับ… มันเหมือนหน้าต่างของหัวใจ”

“ใช่แล้วค่ะ” เคทิสตอบ

SoulWindow คือส่วนดวงตาของ VeltrayWhale

“มันเป็นเซลล์รับแสงที่ปรับตัวตามการรับรู้

“ด้านนอกเป็นเปลือกตา จะเปิดอัตโนมัติเมื่อขึ้นบินค่ะ”

เมธัสพยักหน้าเล็กน้อย “มันน่าทึ่งมากครับ… มัน…คือสิ่งมีชีวิตจริง ๆ เหรอครับ?”

เสียงของเคทิสอ่อนโยน

“มันคือยานชีวะที่ก่อร่างจากกระบวนการแบ่งเซลล์ของ BioQ (ไบโอคิว) ทั้งลำค่ะ…

“ภายนอกเป็น SilverQ — แข็งแรงเงางาม และทนได้ทุกสภาวะของอวกาศ…

“ภายในเป็น KeraQ ที่ยืดหยุ่นเปลี่ยนรูปร่างและปรับตัวได้ตามสถานการณ์…”

เธอเว้นเล็กน้อย แล้วกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา

“…และทุกส่วนของมัน เชื่อมโยงกันด้วยแสงชีวะภาพที่เราเรียกว่า QePhot (เคโฟต) — เสมือนชีพจรที่ไหลเวียนอยู่ทั่วร่างกายของมันเลยค่ะ”

เมธัสชะงักเล็กน้อย

พลางก้มมองพื้นห้องสีขาวเรืองแสงสีฟ้า ที่ตอบสนองฝ่าเท้าเขาทุกย่างก้าว

ลมหายใจของเขากับแรงสั่นเบา ๆ ของผนังห้องดูจะสอดประสานในจังหวะเดียวกัน อย่างน่าประหลาดใจ

เขาหลับตาลงครู่หนึ่ง ก่อนเปรยเบา ๆ

“มันไม่มีอยู่ในวิชาชีวควอนตัมที่ผมเคยเรียนเลยครับ… นอกจากคำว่า QePhot…”

น้ำเสียงเขาครุ่นคิด

“มันน่าจะคล้ายกับ… Biophotonic1?

คำพูดนั้นเหมือนเขาพูดกับตัวเองมากกว่ากับเธอ

เงียบไปชั่วครู่ เงียบพอให้เขารู้ว่าเธอกำลังตั้งใจฟัง

“ไม่แน่ใจนะคะ ฉันไม่เคยได้ยินคำนั้นเลย”

เธอเว้นวรรค แล้วอธิบายต่อด้วยน้ำเสียงที่ละม้ายกับครูใจดีในห้องเรียนที่มีแต่เด็กตั้งใจฟัง

“แต่เราจะแบ่งย่อย Qe (เค) ออกเป็นห้าระดับค่ะ

QeCell คือการพัวพันระดับเซลล์ของยาน

QePhot คือการพัวพันระดับร่างกายของยาน

QeTron คือการพัวพันระดับยานกับศูนย์ควบคุม

QeField คือการพัวพันระดับเฟรมของเวลา

“ส่วน QeLyra…”

เธอเว้นไปชั่วขณะ และเมธัสสัมผัสได้ถึงรอยยิ้ม

“…คือความพัวพันระดับมนุษย์กับมนุษย์”

เสียงของเธอหัวเราะเบา ๆ ชัดเจนในจิตเขา —

ไม่ผ่านหู ไม่ผ่านผิว ไม่ผ่านคลื่น

แต่ผ่านบางสิ่งที่ลึกกว่านั้น

“อย่างคุณกับฉันไงคะ”

เมธัสไม่ได้ตอบ

แต่รอยยิ้มที่ผุดขึ้นบนมุมปากของเขาในตอนนั้น…

ก็ชัดเจนพอที่จะถูกส่งกลับไปยังเธอ ผ่านบางสิ่งที่ไม่ต้องการคำพูดเช่นกัน

เขาพูดขึ้นกลบความเงียบเบื้องหน้า

“นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้ออกนอกโลกครับ… บ้านสีฟ้าที่ผมเคยอยู่”

เขายืนอยู่ตรงนั้น

ข้าง SoulWindow ที่เปิดอยู่

ดวงตากลมโตของปลาวาฬจักรวาลมองกลับลงไปยังโลกสีฟ้า

ดวงดาวที่กำลังห่างออกไปทีละวินาที …

“คุณสะท้อนภาพได้ดีมากเลยค่ะ… เมธัส”

เสียงของเคทิสไหลเข้ามาในหัวเขาอย่างนุ่มนวล ผ่าน QeLyra ที่ลื่นไหลกว่าความคิด

“มันทำให้ฉันได้เห็นโลกของคุณ… ผ่านสายตาคุณจริง ๆ”

เธอหยุดเล็กน้อย

ก่อนกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่ฟังเหมือนรอยยิ้ม

“และมันงดงามมากนะคะ ไม่แพ้โลกของฉันเลย”

“ตอนนี้มันกลายเป็นโลกเก่าของผมไปแล้วล่ะครับ…”

เมธัสตอบเสียงเบา

“เพราะผมกำลังจะย้ายไปอยู่โลกสีม่วง … Paleviolet

เสียงหัวเราะของเธอดังขึ้นในหัวเขา ใสจนเหมือนหยดแสงของดาว

“เดี๋ยวฉันจะพาคุณทัวร์ยานให้ทั่วเลยค่ะ จะได้รู้ว่าห้องไหนทำอะไรบ้าง”

“ดีเลยครับ”

เมธัสกวาดสายตาไปรอบตัว

พลางยกมือแตะผนังยานเบา ๆ อย่างอยากทำความรู้จัก

“ผมอยากทำความรู้จักเจ้าปลาวาฬตัวนี้ให้ดีขึ้น เพราะดูเหมือนผมจะต้องอยู่กับมันอีกนาน…”



“เริ่มจากห้องที่คุณยืนอยู่นี่แหละค่ะ”

น้ำเสียงของเธอคล้ายครูสาวที่พร้อมจะแนะนำเด็กนักเรียนให้รู้จักจักรวาล

“ที่นี่เราเรียกว่า BrainHall ค่ะ”

โถงสมอง?

“อื้ม เป็นห้องที่ใช้ควบคุมยานแบบแมนนวล”

เธอเว้นช่วงเล็กน้อย แล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่เหมือนจะกลั้วหัวเราะ

“แต่พูดตรง ๆ คือคุณแทบไม่ต้องทำอะไรเลยนะคะ VeltrayWhale มันขับเคลื่อนเองได้อยู่แล้ว จากการนำร่องของศูนย์ควบคุม”

“แต่ถ้าเกิดอยากควบคุมเองล่ะครับ?”

เมธัสเอ่ยถามขณะกวาดตามองไปตามความโค้งมนของผนังห้อง

ไม่มีแผงควบคุม ไม่มีปุ่ม ไม่มีหน้าจอใด ๆ

มีเพียงพื้นที่สีขาวที่ว่างเปล่า และฐานทรงโค้งเป็นวงกลมกลางห้อง แต่ดูเหมือนพร้อมตอบสนองต่อความคิด

“ก็ใช้เสียงสั่งค่ะ”

เธอตอบเรียบง่าย แต่ทิ้งน้ำเสียงไว้ที่ปลายประโยค

“หรือไม่ก็กระตุ้นด้วยคลื่นสมองไปยังแผงคอนโซล HoloVis (โฮโลวิส) ซึ่งในกรณีของคุณ ฉันว่าทำได้ไม่ยากเลย”

เมธัสหันไปยังฐานวงกลมซึ่งสูงประมาณระดับเอวของเขาอีกครั้ง

พลันโฮโลแกรมสามมิติลอยขึ้นตรงหน้า…เป็นวงโคจรของระบบสุริยะเหมือนครั้งแรกที่เขาได้เห็น

“ไว้คุณสอนผมทีหลังแล้วกันครับ”

เมธัสหัวเราะน้อย ๆ ในลำคอ ขณะจินตนาการว่าตัวเองสั่งยานบินด้วยการคิด

“ได้เลยค่ะ” เธอฟังดูยิ้มอยู่เสมอ “ทีนี้… คุณหันหลังกลับ แล้วเดินไปข้างหน้าอีกนิดค่ะ”

เมธัสหมุนตัวและก้าวเดินอย่างเงียบ ๆ พื้นสีขาวเรืองแสงสีฟ้าโอบรับฝ่าเท้าอย่างไร้เสียง

โถงยาวทอดตรงไปข้างหน้า

ผนังขาวเรืองแสงโค้งล้อมรอบราวกับกระดูกสันหลังของยานที่ยังมีชีพจร

“คุณจะเห็นทางเดินที่เป็นหลอดกลม ๆ ตลอดแนว นั่นคือ MoveTube ค่ะ”

หลอดเคลื่อนย้าย?

“เรียกตามหน้าตาดีกว่าค่ะ” เธอหัวเราะ “มันเป็นทางเดินยาวตลอดแนวของยาน จะมีห้องแยกซ้ายขวาเรื่อย ๆ จนถึงปลายหางเลยค่ะ”

“เป็นการออกแบบที่… efficient มากเลยครับ”

เขาหยุดพูดนิดหนึ่ง พลางแตะผนังขาวด้านข้างซ้าย

มันอุ่นนุ่ม คล้ายเนื้อเยื่อมากกว่าวัสดุใด ๆ ที่เขาเคยสัมผัสในโลกมนุษย์

“ใช้งานพื้นที่ได้ดีจริง ๆ”

“หยุดเดินก่อนนะคะ แล้วหันซ้ายค่ะ”

เขาทำตามช้า ๆ

ด้านซ้ายปรากฏประตูทรงรีที่ไม่มีบาน ไม่มีเส้นขอบ

มันเปิดโล่งเข้าสู่ห้องที่ดูสงบและโปร่งสว่าง

“นั่นคือ JoyBay ค่ะ ห้องรวมตัวของลูกเรือ”

อ่าวสุขสันต์?

เขาพึมพำขณะก้าวเข้าไปใกล้

ภายในห้อง—สีขาวล้วน

ไม่มีเก้าอี้ ไม่มีโต๊ะ ไม่มีอะไรที่เป็นรูปร่างตายตัว

มีเพียงผนังโค้งเว้าที่รับกับเพดาน และพื้นห้อง

แต่กลับรู้สึก…อบอุ่นอย่างประหลาด

“ใช่ค่ะ”

เสียงของเคทิสลอยตามเข้ามา

“ห้องนี้เอาไว้ใช้สำหรับพูดคุย ประชุม หรือพักผ่อนก็ได้ คล้ายห้องนั่งเล่นของลูกเรือ จะมานั่งเล่นเกม หรือเล่นดนตรีก็ยังได้เลยค่ะ”

เมธัสเดินเข้าไปในห้องสีขาวสะอาดตา เขากวาดสายตามองในความว่างเปล่า

พื้นที่ตรงนั้นรอการเติมเต็ม ไม่ใช่ด้วยเฟอร์นิเจอร์… แต่ด้วยชีวิต

“แล้ว… เอ่อ… ผมจะนั่งได้ยังไงครับ? ไม่เห็นมีเก้าอี้หรือโซฟาในห้องนี้สักตัวเลย”

เขายกมือขึ้นเกาท้ายทอยเบา ๆ เป็นท่าประจำเวลาเขาเริ่มรู้สึกว่า ‘ตัวเองน่าจะพลาดอะไรบางอย่าง’

เสียงหัวเราะของเคทิสดังขึ้นเบา ๆ คล้ายสายลมแล่นพริ้วอยู่ที่ปลายหู

“อ้อ ฉันขอโทษด้วยค่ะที่ยังไม่ได้บอกคุณ… ลอง ‘ทำท่านั่ง’ ดูสิคะ”

เมธัสเลิกคิ้วเล็กน้อย แต่ก็ยอมทำตาม

เขาค่อย ๆ ย่อตัวลงเหมือนจะนั่งบนเก้าอี้ล่องหน —

ยังไม่ทันถึงครึ่งทาง…

วัตถุทรงเก้าอี้สีเดียวกับพื้นขาว พุ่งขึ้นจากพื้นห้องแบบไร้เสียง

มันปรับรูปทรงรองรับร่างเขาพอดีอย่างน่าทึ่ง ก่อนที่เขาจะได้สัมผัสพื้นผิวของมันซะอีก

เฮ้ยย…!!

เขาร้องออกมาเบา ๆ ขณะจ้องเก้าอี้ที่กำลังนั่ง มือทั้งสองแตะขอบวัตถุนั้นอย่างระวัง

สัมผัสคล้ายกล้ามเนื้ออุ่นนุ่ม ไม่ใช่โลหะ ไม่ใช่พลาสติก

เสียงหัวเราะคิกของเคทิสลอดผ่าน QeLyra ตามมาอย่างขำขัน


หน้า: 1 2 3 4 5