เมื่อเมธัสก้าวออกมาจาก HeartbeatCore เขาเงยหน้ามองทางเดินตรงหน้าอีกครั้ง
ความรู้สึกบางอย่างในใจเริ่มเปลี่ยนไปช้า ๆ
ไม่ใช่แค่ความตื่นตาต่อเทคโนโลยีอีกต่อไป
แต่มันคล้ายกับ ความรู้สึกของคนที่เดินกลับเข้าบ้าน หลังจากเหน็ดเหนื่อยทั้งวัน…
เขาเริ่มเข้าใจ — ทำไมเฟอร์นิเจอร์ต้อง ‘งอก’ ขึ้นมาจากเนื้อยาน
มันไม่ใช่แค่ลูกเล่นหวือหวาอย่างที่เคยคิด
แต่มันคือวิธีที่ยานจะ ‘ยึด’ ทุกอย่างไว้กับพื้น เพื่อไม่เปลืองพลังงานสร้างแรงโน้มถ่วงให้ของไม่มีชีวิต…
แต่เลือกที่จะ สร้างให้ ‘มนุษย์’ ที่อยู่บนยานแทน
นี่ไม่ใช่แค่ ‘ยาน’ อีกต่อไปแล้ว…
แต่มันคือ ‘บ้านบนอวกาศ’ อย่างแท้จริง!
เขาเดินต่อมาไม่ไกล ก็พบห้องถัดไปที่แยกอยู่ฝั่งเดียวกับ SweetBar
ประตูทรงรีเช่นเดิม ไม่มีขอบ ไม่มีบาน ภายในมีเพียงผนังโค้งเว้าที่รับกับเพดาน และพื้นสีขาว
แต่บรรยากาศหน้าห้องดูนุ่มขึ้น… เหมือนยานเองก็ ‘ลดระดับแสง’ ให้เขาอย่างรู้ใจ
เมธัสหยุดยืน
“แล้วห้องนี้ล่ะครับ… ดูเงียบสงบจัง”
เสียงของเคทิสดังเข้ามาอย่างอ่อนโยน
“นั่นคือ DreamsCabin ค่ะ”
น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนไปเล็กน้อย…นุ่มลงในแบบที่คล้ายกระซิบผ่านหมอนขนนก
“ห้องนอนเหรอครับ?” เขาถามพลางยิ้มมุมปากกับชื่อเรียกที่ฟังดูเป็นกวีมากกว่าเทคโน
“ค่ะ…”
เสียงเธอยิ้มตาม
“แต่เราไม่เรียกว่าห้องนอนตรง ๆ หรอกนะคะ
“เพราะสำหรับเราการพักผ่อนไม่ใช่แค่การนอน…
“แต่มันคือการ ‘ฝัน’ ด้วย”
เมธัสยิ้มกว้างขึ้นเล็กน้อย เขาเดินเข้าไปช้า ๆ ผ่านประตูที่ไม่มีสิ่งกั้นใด ๆ
ภายในห้องสีขาวนั้น แสงปรับตัวลงอย่างอัตโนมัติ
กลางห้องมีพื้นเรียบที่เรืองแสงอ่อน ๆ แต่ไม่มีเตียง ไม่มีหมอน ไม่มีสิ่งใดที่บอกว่า…
‘ที่นี่เอาไว้นอน’
เขาเขยิบเท้าอีกนิด แสงจากพื้นก็ตอบสนองต่อแรงกด
เมธัสหยุด แล้วมองรอบตัวอย่างระแวดระวัง
“แล้ว…ผมจะนอนยังไงครับ?”
เขาถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงคล้ายกับตอนที่เคยเจอเก้าอี้ในห้อง JoyBay —
สีหน้าของเขายังเต็มไปด้วยความไม่แน่ใจ
เสียงหัวเราะของเคทิสดังขึ้นในโสตประสาทเบา ๆ
“เหมือนกับตอนที่คุณนั่งในห้องก่อนหน้าเลยค่ะ แค่ ‘ทำท่าจะนอน’ ดูสิคะ”
เมธัสหลุดยิ้ม ส่ายหน้าเล็กน้อยเหมือนไม่อยากเชื่อ แต่ก็ยอมทำตาม
เขาค่อย ๆ ทรุดตัวลง ทำท่าเอนไปด้านข้างคล้ายจะนอนบนอากาศ…
ทันใดนั้น…
พื้นยานใต้ตัวเขาก็แปรเปลี่ยนอย่างเงียบงัน
วัตถุทรงกระสวยโค้งเว้าโผล่ขึ้นมารองรับร่างกาย ราวกับตั้งใจรอมานานแล้ว
แผ่นเนื้อบาง ๆ คล้ายเยื่ออ่อนสีขาวยื่นออกมาช้า ๆ
มันโค้งเข้ามารับร่างเขาอย่างนุ่มนวล ดึงตัวเขาให้อยู่ในท่านอนโดยอัตโนมัติ
สัมผัสเหล่านั้น อ่อนโยนเหมือนอ้อมแขนของสิ่งมีชีวิตที่ ‘รู้จัก’ เขาดี
เยื่อสีขาวห่อหุ้มไหล่ หลัง และขา อย่างนุ่มนิ่ม ละเมียดละไม
ทุกแรงกด… ทุกส่วนโค้งเว้า… ล้วนพอดีกับสรีระของเขา จนเกินกว่าจะเชื่อว่านี่คือวัสดุธรรมดา
“โอ้โห…” เขาพึมพำ
“นี่มัน…
“เตียงที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยนอนมาเลยนะครับ”
“ยินดีด้วยค่ะ”
เสียงเธอฟังเหมือนกำลังยิ้มอยู่ข้าง ๆ
“คุณเพิ่งถูกยาน ‘อ่านค่า’ สรีระเรียบร้อยแล้วค่ะ
“หลังจากนี้ คุณจะมีเตียงของตัวเองเสมอ… ไม่ว่าคุณจะลงนอนที่ไหนใน DreamsCabin นี้”
“แล้วมันนุ่มเพราะอะไรครับ?” เขายังคงนอนนิ่ง ไม่อยากขยับแม้แต่น้อย
“เพราะร่างกายคุณไม่ถูก ‘บดอัด’ กับเตียงแบบบนโลกค่ะ”
เสียงของเคทิสอ่อนโยน ราวกับกล่อมผ่านจังหวะของคลื่นแรงโน้มถ่วง
“ระบบแรงโน้มถ่วงเฉพาะบุคคลใน DreamsCabin จะลดระดับลงระหว่างการนอน
“เหลือเพียงระดับต่ำที่เพียงพอให้ระบบไหลเวียนโลหิตและอวัยวะภายในทำงานต่อได้ตามปกติ
“ส่วนตำแหน่งของร่างกายจะถูกควบคุมโดย ‘ชั้นเยื่อหุ้ม’ ที่โอบร่างคุณไว้เสมอ”
“แล้วถ้าผมฝันร้ายล่ะครับ?” เขาถามแบบติดเล่น
“ระบบจะปล่อยกลิ่นอ่อน ๆ จากพื้นผิวเพื่อปรับคลื่นอารมณ์ค่ะ”
เธอหัวเราะน้อย ๆ
“แต่ถ้ามันไม่ช่วย… ฉันจะกล่อมคุณเองนะคะ”
เมธัสหัวเราะออกมาจริง ๆ เสียงของเขาลอยขึ้นเพดานโค้งที่เรืองแสงอ่อน ๆ เหนือศีรษะ
เขารู้สึก… เบาสบายในแบบที่ไม่เคยรู้สึกมาก่อน
“เอาล่ะครับ…”
เขาพลิกตัวขึ้นนั่งช้า ๆ…เตียงที่ห่อหุ้มเขาก็ยุบหายกลับไป
แล้วพอเขายืนขึ้น…พื้นเตียงก็หดหายไปในพื้นยานราวกับไม่เคยมีตัวตน
“พร้อมสำหรับห้องต่อไปแล้วครับ ถ้าผมไม่เผลอหลับไปซะก่อนน่ะนะ”
เสียงหัวเราะของเคทิสดังขึ้นอีกครั้ง … สดใส คล้ายลมพัดผ่านม่านเบา ๆ
“ดีค่ะ เพราะห้องถัดไป… เราจะเริ่มเข้าสู่โซน ‘ชีวิตการทำงาน’ แล้วนะคะ”
หลังจากที่เมธัสออกจาก DreamsCabin ได้ไม่กี่ก้าว เคทิสก็เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเนิบ แต่เหมือนมีรอยยิ้มซ่อนอยู่
“ห้องถัดไป… ไม่โรแมนติกเท่าไหร่ค่ะ แต่จำเป็นมากนะคะ”
เมธัสหัวเราะเบา ๆ
“ฟังดูชวนลุ้นเลยครับ… ห้องอะไรเหรอ?”
“เราเรียกมันว่า LoopBox ค่ะ”
เขาเลิกคิ้วทันที
“หืม… กล่องวัฏจักร?”
“ใช่ค่ะ”
น้ำเสียงของเธอฟังดูจริงจังขึ้นเล็กน้อย
“เป็นห้องออกแบบมาเพื่อรวมทุกอย่างเกี่ยวกับการ ‘รีไซเคิลชีวภาพ’ ของมนุษย์ค่ะ …
“ไม่ว่าจะเป็นการอาบน้ำ การขับถ่าย หรือการกำจัดของเหลือจากร่างกาย”
เมธัสยืนอยู่ตรงประตู ทอดสายตามองเข้าไปในห้องทรงโค้งที่เงียบสงัด
บริเวณภายในมีเพียงแสงจาง ๆ เรืองรอบเพดานโค้งมนที่เป็นสีขาวปนฟ้า
พื้นที่สะอาดราบเรียบและดูเหมือนจะไม่มีอุปกรณ์อะไรเลย นอกจากพื้นที่โล่งที่รอการเติมเต็ม
“ไม่มีชักโครก ไม่มีฝักบัว… นี่มันห้องน้ำแน่เหรอครับ?” เขาถามพลางเกาศีรษะเล็กน้อย
“แน่สิคะ” เคทิสหัวเราะเบา ๆ “เราไม่แยกฟังก์ชันของห้องน้ำค่ะ เพราะเรามองว่าทุกสิ่งที่ร่างกายปล่อยออกมา… ยังมีคุณค่าเสมอ
“ดังนั้นทุกอย่างที่เกิดขึ้นในห้องนี้ จะ ‘วนกลับ’ เข้าสู่ระบบของยานเพื่อให้มันถูกนำกลับมาใช้ใหม่”
“ทั้งหมดเลย?”
“ค่ะ ทั้งน้ำเสีย เหงื่อ ละอองอากาศ เศษเซลล์ผิว แม้กระทั่งเส้นผมที่หลุดออกมาตามธรรมชาติ
“ทุกอย่างจะถูกดูดลงพื้นผ่านชั้นผิวที่คุณมองไม่เห็น แล้วเข้าสู่ ‘แกนเวียนชีวภาพ’ ที่อยู่ใต้ชั้นของห้องนี้ค่ะ”
เมธัสเดินเข้าไปช้า ๆ
พื้นของห้องให้สัมผัสแปลก ๆ ราวกับเดินอยู่บนเนื้อเยื่อแข็งแต่ไม่แข็ง
เมื่อเขาหยุดยืนอยู่กลางห้อง
พื้นที่ตรงหน้าก็ยุบลงเล็กน้อย
โครงสร้างทรงเปลือกหอยขนาดพอดีตัว ค่อย ๆ งอกล้อมรอบเขา
“นี่มัน…”
เขาเงยหน้ามองขอบโค้งที่ล้อมรอบตัว
“เหมือนแคปซูลอะไรบางอย่างเลยครับ”
“เราเรียกว่า ‘วงธารชำระ’ ค่ะ”
เธออธิบายต่อ
“เมื่อคุณนั่งหรือเอนตัว ระบบจะเริ่มต้นทำความสะอาดทั้งภายนอกและภายใน
“โดยใช้ละอองนาโนที่ดูดซึมสิ่งสกปรก แล้วแปรสภาพมันให้กลายเป็นพลังงาน หรือแม้แต่สารตั้งต้นสำหรับสร้างสิ่งใหม่ขึ้น”
“ฟังดูเหมือนผมกำลังจะกลายเป็นวัตถุดิบให้ยานเลยนะครับ” เมธัสพูดยิ้มอย่างเข้าใจ
“แต่ยานไม่ได้ ‘เอาไปจากคุณ’ ค่ะ”
เสียงของเคทิสอ่อนโยนลง
“มันแค่รับคืนในสิ่งที่คุณไม่ได้ต้องการ แล้วทำให้มันกลับมามีประโยชน์อีกครั้ง”
เมธัสยืนเงียบอยู่ครู่หนึ่ง แล้วค่อย ๆ พยักหน้า มีบางอย่างในคำพูดนั้นที่กระทบเขาลึกกว่าที่เขาคาดไว้
เคทิสยังคงอธิบายต่อ
“ระบบจะสแกนคลื่นสมองของคุณก่อนเริ่มทำงานค่ะ ถ้าคุณยังรู้สึกไม่พร้อม มันจะไม่ทำงาน
“ทุกขั้นตอนถูกออกแบบมาให้เป็นไปอย่างอ่อนโยนและเคารพร่างกายของคุณเป็นหลัก”
เขาพึมพำเบา ๆ ก่อนจะก้าวออกมา
“…โลกควรมีห้องน้ำแบบนี้บ้างนะครับ”
เมื่อเดินพ้นกรอบประตู
โครงเปลือกหอยเบื้องหลังเขาก็ยุบหายไปกับพื้นห้องอย่างเงียบงัน
“ผมเริ่มเข้าใจแล้วล่ะครับว่า ทำไมคุณถึงเรียกที่นี่ว่า LoopBox
“มันไม่ได้เป็นแค่ที่สำหรับ ‘ทิ้ง’ อะไรเลย
“แต่มันคือห้องสำหรับ ‘คืนกลับ’ … มากกว่า”
“ยินดีต้อนรับสู่แนวคิดของ Paleviolet ค่ะ”
เสียงของเคทิสเปี่ยมความนุ่มนวล
“เราไม่เคยมองว่าอะไรคือ ‘ของเสีย’ แต่เรามองว่าทุกสิ่งที่ร่างกายปล่อยออกมา รอการกลับมาเติมเต็มชีวิตใหม่”