ห้องพิจารณาคดี — ศาลนิรันดร์
ห้องพิจารณาคดีตั้งอยู่ใจกลางอาคาร เป็นห้องขนาดกลางที่สามารถจุคนได้ประมาณร้อยคน
ผนังทุกด้านถูกตกแต่งด้วยไม้แกะสลักเคลือบเงา ฝังลึกด้วยภาพวาดโบราณและภาพถ่ายของบุคคลในประวัติศาสตร์
ซึ่งไม่มีใบหน้าใด… แสดงความชราเลย
เอวารามองขึ้นไปยังผนังด้านใน ดวงตาเบิกกว้างด้วยความทึ่ง
“โห…คุณคะ รูปของใครบ้างคะเนี่ย?” เธอถามพลางไล่สายตาไปตามใบหน้าบนผนัง
พันธุกาลพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แต่เปี่ยมด้วยความหมาย
“เป็นรูปของกษัตริย์และราชินีพระองค์ต่าง ๆ ครับ…ตั้งแต่เมื่อสองพันปีก่อน
“รูปวาดตรงกลางด้านบนของบัลลังก์ศาลนั่น คือปฐมกษัตริย์ ‘ออเรเลียน อีเธอร์สไตน์ ’ และปฐมราชินี ‘เอฟวาลีน อีเธอร์สไตน์ ’ …”
เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนพูดต่อด้วยเสียงนุ่ม
“จากนั้นก็เรียงต่อมาเรื่อย ๆ จนถึงพระองค์ปัจจุบัน ทุกพระองค์อยู่ในราชวงศ์ ‘อีเธอร์สไตน์ ‘
“หมายถึง ‘ผู้อยู่เหนือกาลเวลา’ …ซึ่งอยู่เหนือกว่าดินแดนวาเลนสไตน์”
เอวาราพยักหน้าเบา ๆ ความคิดล่องลอยไปกับคำบอกเล่า
เธอสัมผัสถึงน้ำหนักของประวัติศาสตร์และความลึกลับที่แฝงอยู่ในสายพันธุ์นิรันดร์
ในห้องพิจารณาคดี ณ ขณะนี้ เต็มไปด้วยมนุษย์นิรันดร์ที่เดินทางมาจากทั่วดินแดนของประเทศ เพื่อร่วมฟังการพิจารณาคดีครั้งสำคัญ
…ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์ของมนุษย์สายพันธุ์นิรันดร์
คณะศาล เริ่มทยอยเข้ามาประทับยังตำแหน่งของแต่ละคน
เอวาราสังเกตว่า… ทุกคนดูหนุ่มสาวหมด ไม่มีใครในห้องนี้ที่ดูอายุเกินกว่า 30 ปีเลย แม้กระทั่งผู้พิพากษาที่ประทับอยู่บนบัลลังก์
ทุกคนดูเหมือนบุคคลในวัยหนุ่มสาว ที่หยุดเวลาไว้ได้อย่างสมบูรณ์
มันคืออีกโลกหนึ่ง โลกที่แตกต่างจากที่เธอเคยรู้จัก… โดยสิ้นเชิง
บรรยากาศภายในห้องพิจารณาคดีของศาลนิรันดร์ เงียบสงบด้วยความเคารพ
ท่ามกลางสายตานับร้อยของมนุษย์อมตะที่นั่งเรียงกันอยู่บนเก้าอี้ไม้เรียงยาวด้านหลัง
ทุกดวงตาจับจ้องไปยังโพเดียมไม้แกะสลักรูปตราแห่งราชวงศ์อีเธอร์สไตน์ ซึ่งตั้งตระหง่านอยู่ด้านหน้าห้อง
พันธุกาลและเอวารานั่งเคียงข้างกันในคอกของฝ่ายโจทก์
เอวาราหายใจเข้าลึก
ก่อนจะลุกขึ้นยืนอย่างสง่างาม
เธอเดินก้าวออกจากคอกช้า ๆ
เสียงส้นรองเท้ากระทบพื้นหินสะท้อนก้องไปทั่วห้องพิจารณา
เสียงนั้นดังกังวานราวกับเติมน้ำหนักให้กับก้าวเดินของเธอ
เธอยืนตรงเบื้องหน้าผู้พิพากษา บนบัลลังก์อันสูงส่ง และกล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นคง
“ศาลที่เคารพ…ดิฉัน ด็อกเตอร์เอวารา เกนธร ผู้เป็นภรรยาอย่างถูกต้องตามธรรมเนียมของนายพันธุกาล วาเลนสไตน์
“ขอใช้สิทธิ์ในการอุทธรณ์คดีที่เกิดจากการกล่าวหาว่า สามีของดิฉันได้ทำผิดกฎข้อที่ 12 แห่งบทบัญญัติมนุษย์นิรันดร์วาเลนสไตน์
“ว่าด้วยการห้ามมิให้มนุษย์นิรันดร์เข้าพิธีสมรสกับมนุษย์นอกสายพันธุ์”
เธอหยุดเล็กน้อย
กวาดตามอง ผู้พิพากษาและคณะลูกขุนด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความแน่วแน่
“ดิฉันและสามี…ไม่เห็นด้วยกับข้อบัญญัตินี้ ด้วยเหตุผลทางชีววิทยาที่ชัดเจนว่า มนุษย์สายพันธุ์อมตะย่อมสามารถมีคู่เป็นมนุษย์สายพันธุ์ปกติได้
“โดยมีหลักฐานที่ย้อนกลับไปได้ถึงจุดเริ่มต้นของเผ่าพันธุ์พวกท่าน”
เธอขยับหน้าจอ iPad ที่ถือไว้ในมือ ก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น
“เมื่อประมาณสองแสนปีก่อน…
“มนุษย์โฮโมเซเปียนส์ได้เกิดการกลายพันธุ์อันน่าทึ่ง โครโมโซมคู่ที่ 24 ได้ถือกำเนิดขึ้นในขณะการปฏิสนธิของเด็กชายผู้หนึ่ง…
“มันคือโครโมโซมที่ควบคุมการเสื่อมของเซลล์ และเด็กคนนั้น คือมนุษย์อมตะคนแรก…
“แต่เขาอยู่เพียงลำพังบนโลกนี้ ไม่มีใครสืบพันธุ์ด้วยได้ เพราะโครโมโซมของเขาไม่สามารถจับคู่กับมนุษย์ที่มีเพียง 23 คู่ได้ลงตัว”
บรรยากาศในห้องเงียบสนิท ทุกคนตั้งใจฟังจนกระทั่งเธอพูดต่อ
“แต่ธรรมชาติ…ไม่เคยทิ้งสิ่งที่มีค่าไว้ลำพัง ธรรมชาติให้วิธีถ่ายทอดพันธุกรรมที่เกิดใหม่นี้ผ่านทาง ‘เลือด’
“…โดยมีเงื่อนไขว่าทั้งผู้ให้และผู้รับ ต้องมี ‘ความรู้สึกรัก’ เชื่อมถึงกันอย่างแท้จริงเท่านั้น”
เธอหยุดเล็กน้อย เพื่อดึงความสนใจกลับมาที่เธอ
“และเมื่อการถ่ายทอดนี้สำเร็จ…
“มนุษย์สายพันธุ์ปกติคนนั้น จะสามารถสืบพันธุ์กับมนุษย์อมตะได้…เป็นการปกป้องสายพันธุ์ไม่ให้สูญพันธุ์
“และนั่นก็คือที่มาของพวกคุณทั้งหมดในห้องนี้”
เธอเงยหน้าขึ้น
ก่อนจะเอ่ยประโยคสุดท้ายด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจนก้องกังวานไปทั่วห้อง
“ดังนั้น… อีฟ คนแรกของพวกคุณ ไม่ใช่มนุษย์อมตะ…แต่คือ มนุษย์ปกติ คนหนึ่ง…ที่มีหัวใจรักต่อมนุษย์อมตะคนแรกบนโลกใบนี้”
ทันใดนั้น เสียงฮือฮาดังขึ้นทั่วห้อง
“ไม่น่าเชื่อ…พระมารดาของพวกเราเป็นมนุษย์ธรรมดา?”
“นี่มันหมายความว่า…เราทุกคนมีต้นสายจากมนุษย์นอกสายพันธุ์น่ะเหรอ?”
“ความรักต่างสายพันธุ์…คือรากฐานของพวกเราทั้งหมดงั้นหรือ?”
ธาวินที่นั่งอยู่แถวหน้า ยกนิ้วโป้งให้เอวารา พร้อมรอยยิ้มกว้าง “เยี่ยมมาก เอวา…” เขากระซิบเบา ๆ
พันธุกาลมองภรรยาของเขาด้วยสายตาเต็มเปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจ ริมฝีปากยกขึ้นเล็กน้อยเป็นรอยยิ้มเงียบ ๆ
บนใบหน้าเอวารา เธอเผยรอยยิ้มบาง ๆ ที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ