สวนรับรองข้างปราสาทอีเธอร์สไตน์

แมกไม้ร่มรื่นไหวเอนรับสายลมยามบ่าย ดอกไม้หายากจากทั่วทวีปเบ่งบานอยู่รายรอบ สายลำธารเล็ก ๆ ไหลเลาะเบื้องหลังอย่างแผ่วเบา

โต๊ะกลมไม้สีขาวครีมตั้งอยู่กลางลานหญ้า ใต้ร่มไม้ใหญ่

ปฐมราชินี เอฟวาลีน ประทับนั่งอย่างสง่างามที่เก้าอี้ไม้ด้านหนึ่ง

ข้างกายคือเอวาราและพันธุกาลที่นั่งตรงข้าม

น้ำชาในถ้วยกระเบื้องเคลือบส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของลาเวนเดอร์และมิ้นต์ลอยในอากาศ

“ตอนเราร่างกฎกันครั้งแรก…”

ปฐมราชินีเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนุ่ม แต่เปี่ยมด้วยอำนาจ

“ฉันก็ไม่เห็นด้วยกับกฎข้อที่สิบสองหรอก เพราะฉันรู้ดีว่าฉันเอง…ไม่ใช่มนุษย์อมตะตั้งแต่แรก”

เอวาราเงยหน้าขึ้น ดวงตาเบิกกว้างเล็กน้อย

พระนางกล่าวต่อ

“สามีของฉัน—ปฐมกษัตริย์ ออเรเลียน กล่าวว่า เพื่อคงไว้ซึ่งภาพลักษณ์ของราชวงศ์ และตำนานคู่แรกที่กำเนิดจากพระเจ้าผู้ไม่มีวันตาย

“เราต้องรักษาความ ‘ศักดิ์สิทธิ์แห่งสายเลือด’ ไว้”

พระนางทอดพระเนตรออกไปยังแนวต้นไทรเก่าแก่เบื้องหน้า ดวงพระพักตร์เรียบนิ่ง

“แม้จะรู้ว่า…มันไม่จริงทั้งหมดก็ตาม…

“เหตุผลหนึ่งที่ไม่มีใครรู้ว่าฉันเป็นมนุษย์ธรรมดา ก็เพราะเขาไม่ยอมให้จดบันทึกเรื่องการถ่ายทอดพันธุกรรมของเราไว้ในประวัติศาสตร์

“นั่นจะกลายเป็นเหมือนการประกาศยอมรับว่ากฎข้อที่สิบสองนั้น…ผิดตั้งแต่ต้น”

พันธุกาลนิ่งเงียบ พลางประสานมือบนตักแน่นขึ้นเล็กน้อย

“แต่พอเราทราบข่าวเรื่องคดีของพวกท่าน…” พระนางกล่าวพลางเหลือบพระเนตรมาทางเอวารา

“เขากล่าวกับฉันว่า…

“ถึงเวลาแล้วที่จะเปิดเผยความจริงให้มนุษย์นิรันดร์ทั่วโลกได้รับรู้เสียที ว่าการถ่ายทอดพันธุกรรมนิรันดร์นั้นเป็นเรื่องที่ ‘ทำได้จริง’

“เขาร่างพระบัญชาใหม่ด้วยมือของเขาเอง ในนามของปฐมกษัตริย์ผู้ก่อตั้งดินแดนนี้ เพื่อลบล้างกฎข้อนั้นเสีย…

“และฝากให้ฉันนำมายื่นต่อศาลด้วยตัวเอง”

เอวาราหันมาหาพันธุกาล ดวงตาแน่วนิ่งอย่างมุ่งมั่น

“ในเมื่อคุณรู้แล้วว่าตำนานสามารถทำได้จริง…และทฤษฎีของฉันก็ชัดเจนขนาดนี้…

“คุณควรถ่ายทอดพันธุกรรมให้ฉันนะคะ”

ก่อนที่พันธุกาลจะได้ตอบเสียงเรียบนั้น พระสุรเสียงของปฐมราชินี ก็ดังขึ้นอีกครั้ง ราวกับลมเย็นที่แทรกมาในแดดอ่อน

“อย่ารีบร้อนนัก ดร.เอวารา” พระนางเอ่ยพลางวางถ้วยชาลงบนจานรองอย่างแผ่วเบา

“การถ่ายทอดพันธุกรรมนั้น…ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด”

พระนางเว้นวรรคพลางทอดพระเนตรไปยังพันธุกาล ที่ดูจะลังเลอย่างเห็นได้ชัด

“ฉันเข้าใจสามีของเธอ หากเธอไม่ได้รักเขาจริง…” น้ำเสียงของพระนางเริ่มหนักแน่นขึ้น

“เธอจะตาย และเขาจะต้องอยู่…กับความสูญเสียนี้ไปชั่วนิรันดร์”

เอวารากลืนน้ำลาย ดวงหน้าเริ่มเครียดลงเล็กน้อย

“ฉันต้องพิสูจน์…ว่าฉันรักเขาจริงเหรอคะ?”

พระนางพยักหน้าเบา ๆ แล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนอย่างน่าประหลาด

“ใช่…และมันต้องชัดเจนพอ ให้หัวใจของเขา…ไม่มีวันลังเล”

เอวารานิ่งไป ก่อนจะถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความสงสัย

“แล้วท่านล่ะคะ…ทำอย่างไร ให้ปฐมกษัตริย์ยอมถ่ายทอดให้ท่าน?”

ปฐมราชินีชูแขนขวาที่เก็บร่องรอยของเส้นทางความรักในอดีต ดวงพระเนตรแน่วแน่จนไม่มีใครในวงสนทนากล้ากะพริบตา

“ฉันกรีดแขนตัวเองต่อหน้าเขา…”

พระนางกล่าวด้วยเสียงแผ่วแต่หนักแน่น

“ฉันยอมตายเพื่อความรัก”

ความเงียบแผ่ปกคลุมทั่วสวนราวกับกาลเวลาหยุดนิ่ง

เอวารารู้สึกเหมือนถูกตรึงอยู่กับที่… นี่ไม่ใช่แค่การเสียสละ แต่คือการท้าทายความตายโดยไม่ลังเล!



บนรถ Mercedes-Benz EQA สีขาว ขณะขับกลับบ้านพักริมธาร ท้องฟ้าเริ่มคล้ำลง เงาสีเทาของป่าไหวเอนตามลมที่พัดโชย

เอวาราหันสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง ขณะที่พันธุกาลขับรถช้า ๆ เลาะไปตามถนนที่ขนานแนวป่า

“ถ้าฉัน…ทำแบบที่ปฐมราชินีทำล่ะคะ…”

เธอเอ่ยเบา ๆ ดวงตาจ้องไปไกล ราวกับกำลังปล่อยคำถามลอยไปกับความคล้ำของถนนที่ทอดยาว

“…คุณจะทำยังไง?”

พันธุกาลเงียบไปชั่วขณะ ก่อนจะกะพริบตาช้า ๆ และยิ้มมุมปากจาง ๆ

แต่ในรอยยิ้มนั้นกลับแฝงไว้ด้วยความรู้สึกอัดแน่นบางอย่าง ที่เอวาราไม่เคยเห็นจากเขามาก่อน

“ให้ถึงตอนนั้นก่อน…”

เขาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ เยือกเย็น แต่หนักแน่น

“แล้วคุณจะรู้ว่า… ผมจะทำในสิ่งที่ควรทำ”

เขาหันมามองเธอช้า ๆ ดวงตาลึกและจริงจัง

“คุณก็รู้ว่าสิ่งนี้มันเป็นของคุณอยู่แล้ว…คุณจะได้มัน เมื่อถึงเวลาของมัน”

น้ำเสียงของเขาแผ่วเบา แต่หนักแน่น

“เพราะผมไม่สามารถรักใครได้อีกแล้ว…นอกจากคุณ”

เขาหันกลับไปมองถนนเบื้องหน้า ใบหน้าของเขาดูสงบ แต่มีบางสิ่งบางอย่างสะท้อนผ่านดวงตาที่อ่อนโยนนั้น

เอวาราเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดทีเล่นทีจริง น้ำเสียงดูขี้เล่นเล็กน้อย

“แล้วถ้าคุณถ่ายทอดให้ฉัน…ตอนที่ฉันแก่จนจะตายแล้ว…ฉันจะกลับมาเต่งตึงเหมือนตอนนี้รึเปล่า?”

พันธุกาลหัวเราะเบา ๆ พร้อมยิ้มบาง ๆ

“ไม่มีใครรู้ได้เลย…เพราะยังมีหลายอย่างที่ยังไม่มีการพิสูจน์”

เสียงลมภายนอกยังคงพัดแผ่ว ลอดผ่านหน้าต่างรถที่ปิดสนิท ท่ามกลางความเงียบที่โรยตัวอยู่ในรถ

ทั้งสองไม่พูดอะไรอีก… ต่างคนต่างจมอยู่กับคำถามเดียวกันในใจ… ว่า ‘วันนั้น’ …จะมาถึงเมื่อไหร่


เชิงอรรถ
1. ^  Hypothalamus (ไฮโปทาลามัส) ศูนย์ควบคุมอารมณ์ อุณหภูมิ และฮอร์โมนหลักของร่างกาย อยู่กลางสมอง
2. ^  Exosome (เอ็กโซโซม) ถุงนาโนขนาดเล็กที่เซลล์ปล่อยออกมา เพื่อสื่อสารหรือส่งสารพันธุกรรมระหว่างกัน
3. ^  Natural Killer Cell (แนทเชอรัล คิลเลอร์ เซลล์) เซลล์เม็ดเลือดขาวพิเศษที่ทำหน้าที่ตรวจจับและทำลายเซลล์ติดเชื้อหรือเซลล์มะเร็ง
4. ^  Ventromedial Prefrontal Cortex (เวนโทรมีเดียล พรีฟรอนทัล คอร์เทกซ์) บริเวณสมองส่วนหน้าที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจทางอารมณ์และศีลธรรม
5. ^  Stem Cell (สเต็มเซลล์) เซลล์ต้นกำเนิดที่สามารถเปลี่ยนไปเป็นเซลล์ประเภทต่าง ๆ ได้
6. ^  Germline Stem Cell (เจิร์มไลน์สเต็มเซลล์) เซลล์ต้นกำเนิดเฉพาะทางที่ให้กำเนิดเซลล์สืบพันธุ์ เช่น ไข่หรืออสุจิ
7. ^  Somatic Regeneration (โซมาติก รีเจนเนอเรชัน) กระบวนการฟื้นฟูอวัยวะหรือเนื้อเยื่อของร่างกายจากเซลล์ปกติ (ไม่ใช่เซลล์สืบพันธุ์)
8. ^  Germline Reset (เจิร์มไลน์รีเซต) การรีเซตข้อมูลพันธุกรรมในเซลล์สืบพันธุ์
9. ^  Autophagy (ออโตฟาจี) กระบวนการที่เซลล์ย่อยสลายตัวเอง
10. ^  Synapse (ไซแนปส์) จุดเชื่อมต่อระหว่างเซลล์ประสาทที่ใช้ส่งสัญญาณไฟฟ้าหรือเคมีในสมอง

หน้า: 1 2 3 4 5 6