HoloVis เปลี่ยนภาพอีกครั้ง
ตอนนี้เป็นหลุมดำที่มีมวลดาวพุ่งเข้าใส่
ดาวดวงนั้นค่อย ๆ ถูกแรงดึงยืดออกเหมือนเส้นสปาเกตตี้
ก่อนจะสลายหายไปในแกนมืดตรงกลาง
เสียงของอับดุลดังต่อ—นิ่งชัดเจน
“ปกติหลุมดำจะดูดทุกสรรพสิ่งไปทำลายใช่ไหมครับ… ไม่มีสิ่งใดหลุดรอดแม้แต่แสง…พลังทั้งหมดถูก ‘ทำให้หายไปจากฟิสิกส์’ ”
เมธัสพยักหน้า
“ถูกต้อง… นายว่าต่อเลย”
น้ำเสียงของอับดุลนิ่งขึ้นอีกระดับ
“แต่ Cronosgate ไม่เป็นเช่นนั้นครับ”
แสงรอบ HoloVis ค่อย ๆ หรี่ลง
ภาพหลุมดำที่เคยหมุนดูดทุกอย่าง กลับเปลี่ยนเฟรมอย่างแปลกตา
หลุมดำเริ่มบิดรอบตัวเองเหมือนกรวย
และเมื่อหมุนถึงจุดหนึ่ง—
กรวยนั้นกลับ ‘พลิกกลับด้าน’
กลายเป็นหลุมดำที่มี ‘ปลายทางออก’ เรืองแสงบาง ๆ อยู่ด้านล่าง
เสียงของอับดุลดังขึ้นช้า ๆ
“Cronosgate ไม่ใช่หลุมดำผู้ทำลาย…
“แต่มันคือ… ‘หลุมดำผู้สร้าง’ ครับ”
คำว่า ‘Creator-Class Singularity’ ลอยขึ้นกลางจออย่างสง่างาม
เมธัสพูดซ้ำเบา ๆ
“หลุมดำผู้สร้าง…”
ใบหน้าของเขาเริ่มนิ่งสนิท
สายตาเพ่งไปยังภาพราวกับกำลังวิเคราะห์อะไรเกินขอบเขตตำราทั้งหมดที่เขาเคยเรียน
เสียงของอับดุลเอ่ยต่อ
“ใช่แล้วครับ…
“Cronosgate ที่จริงแล้ว… มันคือผู้สร้างดาวฤกษ์ และระบบดาวในจักรวาลนี้ครับ”
น้ำเสียงของเมธัสต่ำลง
แต่ชัดเจนว่ามีแวว ‘ตื่นเต้น’ แฝงอยู่ในทุกคำที่เขาเปล่งออกมา
“โห… นี่ความรู้ใหม่ของฉันเลยนะเนี่ย… เอ้า ว่าต่อ… กำลังน่าสนใจ”
อับดุลตอบรับทันที
“คุณดูหน้าจอนี้ครับ”
HoloVis เปลี่ยนเป็นภาพกราฟิกจำลองรูปกรวยโปร่งใส
ด้านบนเป็นพายุของอนุภาค ฝุ่น ก๊าซ ทั้งหมดหมุนวนเข้าหากัน แล้วไหลลงสู่แกนกลาง
ด้านล่างของกรวย…
มีทางออกที่ปล่อยเส้นสายพลังงานเรืองแสงพุ่งออกมาอย่างมีทิศทาง
เหมือนเครื่องจักรอันทรงพลังที่ทำงานเงียบ ๆ ในจักรวาล
เสียงของอับดุลอธิบายด้วยจังหวะที่เหมือนนักเล่าเรื่องวิทยาศาสตร์จริงจัง
“ผมสมมติว่า Cronosgate เป็นกรวยนะครับ…
“มันจะดูดทุกอย่างที่อยู่ในสนามแรงโน้มถ่วงของมัน… แล้ว ‘พ่นออก’ ทางปลายกรวย…
“พ่นอย่างมีจังหวะ… พ่นอย่างมีระบบ… เหมือนสายพานจักรวาลที่กำลังผลิตวัตถุดิบดาวฤกษ์อย่างไม่มีวันจบสิ้น”
เมธัสเอนหลังพิงพนักเบา ๆ จ้องภาพกรวยโปร่งใสที่หมุนช้า ๆ กลางอากาศ
สีหน้าเขาเริ่มจริงจังขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
รอยยิ้มเมื่อครู่จางลง
เหลือแต่แววตาของนักสำรวจที่เพิ่งเจอเบาะแสลับกลางทะเลทราย
อับดุลไม่ปล่อยให้ช่วงความสนใจนี้หลุดมือ
“วัตถุที่ถูกพ่นออกมาจาก Cronosgate มักเป็นกลุ่มไฮโดรเจนหนาแน่น… ลิเทียม ฝุ่นจักรวาล และอนุภาคระดับพลังงานสูงครับ”
เขาเว้นจังหวะ
แล้วภาพบน HoloVis ก็เปลี่ยนอย่างแม่นยำ
เป็นจานฝุ่นที่กำลังก่อตัวแบบหมุนรอบจุดศูนย์กลาง
“สิ่งเหล่านี้ เมื่อหมุนรวมกันและอัดแน่นจากแรงโน้มถ่วงของตัวเอง… จะก่อตัวเป็น ‘ดาวฤกษ์’ และ ‘ระบบดาว’ ตามมา”
เมธัสเหม่อมองวงแหวนฝุ่นที่ค่อย ๆ ทึบขึ้น
ราวกับเห็น ‘โปรโตสตาร์’2 ก่อตัวต่อหน้า
“งั้นระบบดาวที่พวกเรามองเห็นกระจายเต็มกาแล็กซี… ล้วนมีจุดเริ่มต้นจากเจ้านี่?”
“ครับผม”
อับดุลตอบเร็วราวกับกำลังยืนยันผลการทดลอง
“ในเชิง Paleviolet เราเรียกมันว่า CoreSeedingPoint… หรือ ‘จุดเพาะเมล็ดจักรวาล’ ครับ ซึ่งนั่นแหละคือ Cronosgate”
เมธัสขมวดคิ้วเล็กน้อย
“แล้วทำไมมันถึงยังไม่มีใครพูดถึงบนโลกของฉัน?
น้ำเสียงของเขาเจือความขัดแย้ง เหมือนคนที่เพิ่งพบช่องว่างของความรู้ที่ไม่เคยตระหนักมาก่อน
อับดุลตอบอย่างเป็นเหตุเป็นผล
“อาจเพราะโลกของคุณยังอยู่ในเฟสการศึกษาหลุมดำแบบการยุบตัวครับ… ยังไม่มีเครื่องมือพอจะมองเห็น Cronosgate ได้โดยตรง…
“แถมพฤติกรรมของมันก็ไม่ได้รบกวนสภาพแวดล้อม… เหมือนหลุมดำแบบ Active Galactic Nucleus3 ด้วย”
HoloVis เปลี่ยนอีกครั้ง
คราวนี้แสดงโครงสร้างสนามแรงโน้มถ่วงของ Cronosgate
เป็นลวดลายวงรีซ้อนทับกันหลายชั้น
เหมือนตาข่ายจักรวาลที่ถักแน่น ไม่มีจุดเริ่มต้น หรือจุดจบ
“และที่น่าทึ่งคือ… Cronosgate ไม่ใช่สิ่งที่ใครสร้างขึ้นครับ… มันเกิดขึ้นเองตามสมดุลธรรมชาติ ตั้งแต่ยุคแรกเริ่มของเอกภพ”
ภาพ Simulation ถอยเวลาไปยังช่วงกำเนิดจักรวาลตอนต้น
จุดสว่างเล็ก ๆ ปรากฏขึ้นกลางความว่างเปล่า
ก่อนจะเริ่มหมุนและเปล่งพลังงานกระเพื่อมออกมา
เป็นเส้นใยแห่งแรงโน้มถ่วง
เมธัสสบตากับแสงในภาพ
เหมือนเขากำลังย้อนดูสารตั้งต้นของทุกสิ่ง ที่ตัวเองเคยเรียนมาในห้องแล็บเล็ก ๆ บนโลก
“เหมือนจักรวาลมันสร้างประตูเพื่อวางแผนกระจายชีวิต…”
เขาพึมพำแผ่ว ๆ
อับดุลเว้นช่วงนิดหนึ่ง ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่น ราวกับเข้าใจความคิดของอีกฝ่าย
“คุณเริ่มเห็นภาพแล้วใช่ไหมครับ… ว่า Cronosgate ไม่ใช่แค่หลุมดำ… แต่มันคือสัญญาณของการเริ่มต้นบางอย่าง”
เมธัสไม่ตอบทันที
เขาเพียงพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนส่งคลื่นสมองปรับความคมของภาพบน HoloVis
“ฉันยังไม่เคยคิดเลย… ว่าจุดที่แรงโน้มถ่วงรุนแรงที่สุด… จะเป็นจุดเดียวกับที่จักรวาลเลือกให้เริ่มต้น”
“นั่นแหละครับ” อับดุลตอบอย่างนุ่มนวล “จักรวาลไม่เลือกขาวหรือดำ…มันเลือกจุดที่ทุกอย่างเป็นไปได้…”
และในความเงียบชั่วครู่—
เมธัสก็รู้ว่าเขาได้ก้าวขาเข้าประตูแห่งการเปลี่ยนมุมมองตลอดชีวิตไปแล้วหนึ่งข้าง
Cronosgate — ผู้สร้างระบบดาว
แสงจาก HoloVis ยังวูบไหวอยู่กลางห้อง ราวกับจักรวาลกำลังหายใจ
เมธัสยังไม่ขยับ เขามองภาพ simulation อย่างใช้ สมองมากกว่าตา
อับดุลรอสักครู่ ให้บรรยากาศซึมซับ ก่อนจะพูดขึ้นเบา ๆ แต่ชัดถ้อยชัดคำ
“คุณรู้ไหมครับ ว่าสิ่งที่น่าทึ่งไม่ใช่แค่ Cronosgate สร้างดาวได้…”
HoloVis เปลี่ยนภาพ
มุมมองของกาแล็กซี่ที่ขยายออก
กลายเป็นภาพมุมสูงของกาแล็กซี่ มีจุดเรืองแสงขนาดเล็กกระจายอย่างเป็นระเบียบเหมือนหมุดบนแผนที่
เสียงอับดุลเอ่ยขึ้น
“แต่มันกระจายตัว… ‘อย่างมีระบบ’ โดยที่ไม่มีใครสร้างมัน”
เมธัสเอนตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย
“เหมือนสุ่ม… แต่ไม่ใช่สุ่มวุ่นวาย?”
“ถูกต้องครับ”
อับดุลขยายภาพออกเรื่อย ๆ
เส้นเชื่อมบาง ๆ เริ่มปรากฏขึ้นระหว่าง Cronosgate แต่ละจุด เหมือนโครงข่ายที่ไม่มีใครเคยมองเห็นมาก่อน
“Cronosgate เกิดขึ้นเองจากกลไกพื้นฐานของเอกภพ…
“มันไม่ได้มีผู้สร้าง ไม่ถูกควบคุม… แต่ก็ไม่ใช่แบบสุ่ม ที่มักจะชนกันเอง”
เขาหยุดหนึ่งจังหวะ
จากนั้น simulation เปลี่ยนเป็นมุมมองชั้น ๆ
“เอกภพมีสิ่งที่เราเรียกในภาษาของ Paleviolet ว่า… ‘หลักความเว้นระยะสมดุล’
“Cronosgate จึงไม่สามารถเกิดซ้อนกันแบบมั่ว ๆ ได้”
เมธัสขยับคางเล็กน้อย เหมือนกำลังตามสมการที่ลอยขึ้นในหัว “เหมือนสนามแม่เหล็กผลักกันโดยอัตโนมัติ?”
“ใช่ครับ คล้ายกันมาก…
“มันมีแรงบางอย่าง— อาจจะเป็นลักษณะของเฟสเวลา หรือแรงถ่วงสะสม… ที่ทำให้ Cronosgate เว้นระยะห่างจากกันเองโดยธรรมชาติ…
“เหมือนเอกภพเขียนสูตรไว้ว่าห้ามแทรกกันเองเด็ดขาด”
ภาพใน HoloVis เปลี่ยนอีกครั้ง
คราวนี้เป็นภาพระบบดาวที่มี Cronosgate สองจุด ด้านบนและล่าง อยู่คนละฝั่งของแกนกลาง
“และทุกระบบดาวที่เสถียร จะมี Cronosgate อย่างน้อย 2 จุดเสมอครับ”
เสียงของอับดุลนิ่งขึ้น เหมือนกำลังเข้าสู่เนื้อหาบทวิจัยที่สำคัญ
“หนึ่งขาเข้า หนึ่งขาออก…
“เพื่อให้มีการแลกเปลี่ยนฝุ่น–ก๊าซกับระบบรอบข้าง”
เมธัสถามทันที
“ถ้ามีแค่ขาเดียว?”
HoloVis เปลี่ยนภาพอีกครั้ง
คราวนี้เป็นระบบดาวที่มีเพียง Cronosgate จุดเดียว
เส้นแรงโน้มถ่วงค่อย ๆ ม้วนลง ก่อตัวเป็นหมอกหนาแน่นที่ไม่มีทางไหลออก
“มันจะกลายเป็น ‘หลุมฝังฝุ่น’ ครับ…
“ระบบดาวแบบนี้จะค่อย ๆ สะสมมวลเกินจำเป็น…
“ดาวเกิดไว ตายไว และวงโคจรก็จะร้อนแรงจนอยู่กันไม่ได้”
จากนั้นภาพเปลี่ยนอีกครั้ง
คราวนี้เป็นระบบที่มีแต่ Cronosgate ขาออก
“หรือถ้ามีแต่ทางออก…
“ระบบดาวจะกลายเป็น ‘ผู้เสียมวล’ ตลอดกาล
“พ่นทุกสิ่งออกไป แต่รับอะไรกลับมาไม่ได้
“สุดท้าย ระบบก็จะกลวง กลายเป็นสุสานดาวแบบเงียบ ๆ”
เมธัสจ้องภาพนั้น นานกว่าภาพก่อน ๆ
“ฟังดูเหมือนกฎฟิสิกส์แบบมีศีลธรรม…”
อับดุลหัวเราะเบา ๆ
“หรือบางที… เอกภพอาจเป็นครูฟิสิกส์สายธรรมะก็ได้ครับ”
เมธัสลุกขึ้นเดินช้า ๆ ไปรอบภาพเสมือนที่หมุนกลางห้อง
ดวงตายังไม่ละไปจากภาพจำลองใน HoloVis
“แล้ว Cronosgate อยู่ตรงไหนในระบบดาวปกติ?”
เสียงอับดุลเอ่ยกลับมา
“ไม่เคยอยู่ในระนาบวงโคจรของดาวเคราะห์ครับ”
อับดุลขยายภาพออกอีกครั้ง
วงโคจรในระบบสุริยะกับตำแหน่งของ Cronosgate ถูกจำลองไว้ สูงกว่าระนาบนั้นขึ้นไปหลายล้านกิโลเมตร
“มันจะอยู่เหนือขึ้นมา หรือไม่ก็ต่ำกว่าระนาบวงโคจร… เพื่อไม่รบกวนดาวที่หมุนอยู่”
เมธัสขมวดคิ้ว พร้อมเอ่ยเสียงอย่างไม่แน่ใจ
“แสดงว่า… มันอยู่ตามแนว Z-axis4 ของระบบ?”
“เป๊ะครับ”
อับดุลกดคำตอบเร็วปานฟ้าผ่า
“แนวดิ่งเท่านั้นที่จะปลอดภัย และทำหน้าที่เป็น ‘กรวยไหลของจักรวาล’ ได้เต็มที่”
เมธัสพึมพำเบา ๆ
“ฝุ่น–ก๊าซก็จะไหลขึ้น–ลง…จากระบบดาวหนึ่ง ไปยังอีกระบบดาวที่อยู่เหนือหรือต่ำกว่าในระดับของกาแล็กซี่…”
“คุณคิดถูกหมดครับ”
เสียงของอับดุลราบเรียบ แต่มีรอยยิ้มอยู่ในนั้น
“Cronosgate ไม่ได้อยู่ตรงกลางของระบบดาว… แต่มันเชื่อมกลางของ ทุกระบบดาว ด้วยกัน”