Cronosgate — ผู้ฟอกเลือดให้ระบบดาว

HoloVis ยังคงลอยนิ่งอยู่กลางห้อง ขณะที่ภาพโครงสร้างแรงโน้มถ่วงของระบบดาวหมุนช้า ๆ เหมือนเครื่องยนต์ที่ยังอุ่นอยู่

แม้การอธิบายของอับดุลจะผ่านไปหลายนาทีแล้ว

แล้วเขาก็พูดขึ้นอีกครั้ง

“ถ้าคุณเริ่มเห็นว่า Cronosgate ไม่ใช่แค่จุด…งั้นผมขอขยับภาพต่ออีกนิดนะครับ”

ทันทีที่พูดจบ—ภาพจำลองก็ถูก zoom out อีกระดับ เผยให้เห็นวงแหวนโคจรที่รายล้อมอยู่รอบระบบดาว

Cronosgate ในระบบหนึ่ง ๆ มักไม่ได้มาเดี่ยว ๆ ครับ…แต่มาเป็น กลุ่ม—และจัดเรียงเป็น ‘วงแหวน’ อยู่เหนือหรือใต้ระนาบระบบดาว”

เมธัสขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนพูดช้า ๆ

“วงแหวน… ไม่ใช่จุดกระจายแบบสุ่ม?”

“สุ่มครับ… แต่เป็น สุ่มในกรอบ”

อับดุลขยายภาพให้เห็น ‘วงแหวนด้านบน’ ของระบบดาวแบบชัดยิ่งขึ้น

มันดูเหมือนขอบหน้าปัดที่โรยไว้ด้วยจุดเรืองแสงไม่เท่ากัน

ไม่ได้สมมาตร แต่ก็ไม่ได้มั่วซั่ว

“เราเรียกโครงสร้างแบบนี้ว่า QuasiRandomRing ครับ…

“มันเว้นระยะกันพอประมาณ เพื่อกระจายแรงของการปล่อยฝุ่น–ก๊าซ…โดยไม่ทำให้ระบบดาวกระแทกตัวเอง”

ภาพที่ปรากฏถัดมา—เป็น simulation แบบสโลว์โมชั่น แสดงพลังงาน ฝุ่น–ก๊าซ ที่ถูกปล่อยออกจากหลาย Cronosgate พร้อมกัน

เส้นพลังงานบาง ๆ พุ่งออกจากตำแหน่งต่าง ๆ รอบวงแหวน

พอจับเฟสกันได้อย่างสมดุล ก็ก่อให้เกิดการไหลเวียนแบบหมุนวน โดยไม่เบนเส้นทางโคจรของดาวเคราะห์แม้แต่นิดเดียว

“ถ้ามีแค่จุดเดียวที่ปล่อยฝุ่นออก…”

อับดุลให้ภาพอีกแบบหนึ่งปรากฏขึ้น โดยมี Cronosgate แค่ 1 จุดที่ปล่อยพลังงานออก

ผลคือ ระบบดาวเบี่ยงแรงโน้มถ่วงไปฝั่งเดียว ทำให้ดาวเคราะห์โยกวงโคจร

“…แรงจะถีบระบบดาวทั้งชุดจนโครงสร้างปั่นป่วนครับ…

“เพราะงั้น วงแหวนหลายจุด จึงเปรียบได้กับ ‘ช่องลมใต้ยาน’ ที่ระบายแรงดันออกไปทุกทิศ—ลดการกระแทกจากทิศใดทิศหนึ่ง”

เมธัสพึมพำคล้ายคิดกับตัวเอง

“หมุนเวียนมวล… เหมือนฟอกเลือดให้ระบบดาว…”

“เป๊ะเลยครับ”

อับดุลเห็นด้วยทันที

“และอย่างที่ผมพูดไปก่อนหน้า…

“ทุกระบบดาวที่ เสถียร จะต้องมี Cronosgate อย่างน้อย 2 จุด เพื่อรักษาวงจรเข้า–ออกให้สมดุล”

เขาเปลี่ยนภาพอีกครั้ง—คราวนี้แสดงแนว Z-axis

ภาพ simulation โชว์ว่า Cronosgate จะอยู่เหนือหรือใต้ ระนาบวงโคจรของดาวเคราะห์เสมอ

ไม่มีจุดไหนอยู่ในแนวเดียวกับเส้น Ecliptic

“จะเห็นว่า ตรงกลางระบบดาว—ว่างเปล่าครับ…

“เพราะถ้า Cronosgate อยู่ในระนาบ X–Y…วงโคจรของดาวเคราะห์จะถูกเบน…ระบบจะปั่นป่วนทั้งแถบ”

ภาพเส้นแรงโน้มถ่วงที่กระเพื่อม หาก Cronosgate อยู่ในแนว X–Y ถูกแสดงขึ้นช้า ๆ ตามแบบฉบับ ‘อธิบายแล้วต้องให้ดู’

“แต่ถ้าอยู่ในแนวดิ่ง ±Z-axis

“ฝุ่น–ก๊าซก็จะไหล ‘ขึ้น–ลง’ ได้โดยไม่รบกวนวงโคจรหลัก…

“ทำหน้าที่เหมือนทางระบายแรงดันจากระบบหนึ่ง…ไปยังอีกระบบหนึ่งที่อยู่คนละระดับความสูงในกาแล็กซี่”

เมธัสกอดอกแน่นขึ้น สีหน้าเริ่มเข้าสู่โหมดนักคำนวณเต็มตัว

“งั้นหมายความว่า… ระบบดาวที่อยู่บน–ล่างแนวแกนเดียวกัน…ก็อาจเชื่อมถึงกัน?”

อับดุลยิ้มบาง ๆ ด้วยเสียง

“อาจเชื่อมถึงกันอยู่แล้วครับ…แต่คุณแค่ยังไม่รู้ว่า ‘ประตู’ มันอยู่ตรงไหน”

เมธัสนิ่งไปพักหนึ่ง ก่อนเอ่ยเบา ๆ

“ระบบของ Paleviolet… พวกนายเจอครบทุก Cronosgate แล้วเหรอ?”

“ระบบของเราอยู่ใกล้ แถมเราส่งยานสำรวจได้ตลอดครับ…ตอนนี้เราเจอแล้ว… กว่า 100 จุด”

คำว่า ‘100 จุด’ กระแทกเข้าหัวเมธัสเบา ๆ

อับดุลเว้นจังหวะชั่วขณะ—แล้วพูดต่อ

“แต่ที่ระบบสุริยะ… เพิ่งเจอแค่ สอง

เมธัสเงียบไปชั่วครู่ ก่อนถอนหายใจเบา ๆ แล้วพึมพำ

“ระบบสุริยะ… เพิ่งเจอแค่สอง”

อับดุลเว้นช่วงเหมือนเข้าใจว่า… ความหนักแน่นในเสียงนั้น—ไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิค

แต่มันคือ ‘น้ำหนักของคนที่กำลังจะออกเดินทางโดยไม่รู้ว่าประตูอยู่ไหน’

เขาพูดเพียงว่า…

“และทั้งสองจุด… ยังเป็น ‘ขาเข้า’ ทั้งคู่ครับ”



Cronosgate — อุโมงค์ย่นระยะทาง

แสงจากภาพโครงสร้างวงแหวนของ Cronosgate ค่อย ๆ เลือนจางลง เหลือเพียง โครงข่ายเส้นแรงโน้มถ่วง ที่ยังวนรอบระบบดาว ลอยอยู่กลาง HoloVis ราวกับสายน้ำในความมืด

เมธัสยังคงยืนกอดอก มองภาพนั้นนิ่ง เหมือนสมองของเขาหมุนเร็วกว่า HeartbeatCore ของยานอยู่ครู่ใหญ่

ก่อนจะพูดออกมาเบา ๆ

“ถ้าเราไม่เจอ Cronosgate ขาออกจากระบบสุริยะ…”

เสียงของเขาไม่ได้ถาม แต่คล้ายเป็นคำย้ำให้ตัวเองฟังชัด ๆ

อับดุลนิ่งไปหนึ่งจังหวะ น้ำเสียงของเขากลับมาเรียบ แต่ไม่เย็น

เหมือนหมอที่กำลังจะบอกคนไข้ว่า… โรคนี้ไม่มีวัคซีน

“ถ้าไม่เจอ… เราจะกลับ Paleviolet ไม่ได้ครับ”

ภาพใหม่โผล่ขึ้นกลางห้อง

ยานลำหนึ่งกำลังเคลื่อนตัวผ่าน Infinite Space

บนจอแสดงตัวเลขวิ่งเร็วมาก—บ่งบอกความเร็ว ‘0.46c’

แต่ นาฬิกาด้านล่างยังนับขึ้นช้า ๆ ราวกับกำลังเยาะเย้ย

“แม้คุณจะใช้ SpaceTwist เต็มกำลัง…

“แต่มันจะเร็วขึ้นเพียง 46% ของความเร็วแสง

“คุณจะใช้เวลา… ราว 95–100 ปีแสงจักรวาล

“กว่าจะเดินทางกลับถึง Paleviolet

เมธัสยังไม่ตอบ

เขาจ้องภาพนั้นนิ่ง ๆ มือสองข้างเริ่มกำแน่นเล็กน้อย แต่ยังคงสงบนิ่ง

อับดุลพูดต่อ

“และการเดินทางแบบนั้น…

“ต้องใช้ ‘พลังงานมหาศาล จาก PlanktoMatter…

“ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานพื้นฐานสำหรับการบิดกาลอวกาศระยะไกล”

ภาพกราฟพลังงานปรากฏขึ้น

เส้นกราฟสีฟ้า (พลังงานที่มี) ค่อย ๆ ลดลง

ส่วนเส้นสีแดง (พลังงานที่ใช้) พุ่งขึ้นเร็วเหมือนบูสต์จรวด

“คุณรู้ดีอยู่แล้วใช่ไหมครับ…

“ว่าบนยาน VeltrayWhale เราไม่มีปริมาณ PlanktoMatter มากพอ…ที่จะรักษาสมดุลพลังงาน input–output สำหรับระยะทางระดับนั้น”

เมธัสพูดขึ้นในที่สุด เสียงของเขาต่ำ แต่ชัดเจน

และถ้าฝืน?

ดวงตาเขายังมองไปข้างหน้า แต่ในใจ… ราวกับรู้คำตอบอยู่แล้ว

“ถ้าฝืนเดินทางด้วยพลังงานที่ไม่บาลานซ์…”

อับดุลเปลี่ยนภาพอีกครั้ง

ยานที่ชะลอตัวกลางจักรวาลปรากฏขึ้น

ไม่มีเส้นแรงโน้มถ่วง ไม่มีการเชื่อมต่อ ไม่มีจุดอ้างอิง

มันเพียงลอยอยู่ในความว่างที่ไม่มีวันจบ

“…พลังงานจะหมดกลางทาง

“คุณจะ ‘ลอยนิ่ง’ อยู่ใน Infinite Space

“เหมือน ‘โลงศพ’ ที่ไม่เคยถูกฝัง…

“และไม่มีวันถูกพบ”

เมธัสไม่พูด

เขาแค่ค่อย ๆ ขยับมานั่งลงบนขอบแผงควบคุม ฝ่ามือวางบนตัก ข้างหนึ่งกำหมัดหลวม ๆ

อับดุลเว้นจังหวะ ก่อนพูดต่อด้วยระดับเสียงที่เบากว่าเดิมเล็กน้อย เหมือนกำลังคุยกับเพื่อน… ไม่ใช่ผู้คุมระบบ

PlanktoMatter ไม่ใช่แค่พลังงาน…

“มันคือ ‘เส้นชีวิต’ ของการ Twist

“หากออกจาก Cronosgate แล้ว ‘หลงทาง’ …

“ไม่มี Gate อื่นให้เข้า ไม่มีจุดเติมพลังงาน…

“คุณจะ ‘ไม่มีทางกลับได้อีกเลย’ ครับ”

เมธัสพยักหน้าเบา ๆ อย่างเข้าใจ

รอยยิ้มบาง ๆ ผุดขึ้นที่มุมปาก

เหมือนคนที่ยอมรับความจริง—แต่ยังไม่ยอมแพ้

เข้าใจแล้วล่ะ…

เขาพูดเบา ๆ เหมือนตอบทั้งอับดุล และตัวเอง

“ฉันต้องหา Cronosgate ขาออก ให้เจอ…

ไม่งั้น… ทุกอย่างก็จบตรงนี้

อับดุลพูดด้วยเสียงที่ราบเรียบ แต่มั่นคง

“คุณไม่มีทางเลือกอื่นครับ…

“เว้นแต่คุณจะเลือกอยู่ตลอดชีวิตบนยาน…

“และลอยไปพร้อมกับความหวัง… ที่ไม่มีวันลงจอด


หน้า: 1 2 3 4 5 6 7