Cronosgate — ประตูกาลเวลา

ว่าแต่…

เสียงของเมธัสติดหยักความสงสัยเล็กน้อย

“ทำไมตั้งชื่อว่า Cronosgate?

อับดุลนิ่งไปหนึ่งจังหวะ เหมือนกำลังชั่งน้ำหนักว่า ‘พร้อมให้รู้แค่ไหน’

“ถามได้ดีครับคุณเมธัส…

“คุณอาจเข้าใจว่า Cronosgate เป็นแค่ ทางผ่านระหว่างระบบดาว…

“แต่จริง ๆ แล้ว… มันมีอีกฟังก์ชันหนึ่ง…

“ที่ Paleviolet ยังไม่เคยเปิดเผย กับอารยธรรมใด”

คำว่า ‘ยังไม่เคยเปิดเผย’ ทำให้เมธัสเหลือบมองขึ้นมาช้า ๆ

ดวงตาของเขาคมชัดขึ้นทันที

เหมือนเตรียมฟังอะไรที่อาจเปลี่ยนทุกอย่าง

อับดุลเปลี่ยนภาพบน HoloVis

จากภาพโครงข่ายจักรวาล—

กลายเป็นวงแหวน Cronosgate ที่ลอยอยู่โดดเดี่ยวใน Infinite Space

ตรงกลางของวงแหวน—

มีภาพคล้ายละอองแสงที่ไหลย้อนกลับเข้าหาจุดศูนย์กลาง

Cronosgate บางแห่ง…

“ไม่ได้เชื่อม พื้นที่ เท่านั้น…

“แต่เชื่อม ช่วงเวลา ด้วยครับ”

เมธัสขยับตัวเล็กน้อย แววตาเข้ม—เหมือนแรงกระเพื่อมในอกกำลังไต่ขึ้น

“พูดให้ชัดกว่านั้น”

เสียงของเขาเรียบหนัก— แต่เต็มไปด้วย แรงขับเคลื่อนบางอย่างที่ไม่ต้องใช้เสียงดัง

อับดุลลดเสียงลง คล้ายเป็นเรื่องต้องกระซิบ

“บาง Cronosgate มีคุณสมบัติพิเศษ…

“เมื่อคุณเข้าไป คุณไม่ได้แค่เดินทางข้ามระบบดาว…

“…แต่คุณเดินทางไปยัง ช่วงเวลาอื่น ของระบบดาวนั้นด้วย”

HoloVis เปลี่ยนเป็นภาพ simulation ของ Cronosgate สองชนิด

ฝั่งซ้าย: การเข้า–ออกตรงเวลาปกติ

ฝั่งขวา: เมื่อยานลำหนึ่งพุ่งเข้าไป— เวลาใน simulation กระตุกถอยหลังเหมือนกรอฟิล์ม

“เราเรียกพวกนี้ว่า…

Cronosgate Type-A → ย้อนกลับไปยัง ‘อดีต ของระบบเป้าหมาย

Cronosgate Type-B → กระโดดไปยัง ‘อนาคต ของระบบนั้น”

เมธัสยืดหลังขึ้นเล็กน้อย

“แล้วมันย้อนขนาดไหน?”

“ขึ้นอยู่กับ ‘การตั้งตัว’ ของสนามเวลา… ในขณะที่คุณเข้าสู่ Gate ครับ”

อับดุลขยายภาพออก

ตอนนี้บน HoloVis—มีคลื่นกราฟบาง ๆ ซ้อนอยู่รอบ ๆ ปากของ Cronosgate

คล้ายคลื่นน้ำที่สะท้อนในห้องทดลอง interferometer

“เราเรียกสิ่งนี้ว่า Phase Drift Field…

“แต่มันไม่ใช่เฟสแบบที่คุณต้องรอครับ…

Cronosgate แต่ละลูก…

“ผูกตัวเองไว้กับเส้นเวลาหนึ่งเสมอ

“ไม่ว่าคุณจะเข้าเมื่อไหร่…

“มันจะพาคุณ ‘ลอด’ ผ่านเฟรมเวลาที่ต่างจากเดิมทุกครั้ง

“บาง Gate… พาไปข้างหน้า

“บาง Gate… พาย้อนหลัง…”

“แต่สิ่งที่มันไม่เคยทำคือ ‘เปลี่ยนใจ’ ระหว่างทาง”

เมธัสพึมพำเบา ๆ ขณะจ้องเส้นกราฟที่เต้นอยู่

“สนามกาลเวลา… ถูกแทรกด้วยแรงโน้มถ่วงของระบบดาวรอบข้าง…”

“ถูกต้องครับ” อับดุลพูดเหมือนกำลังพยักหน้า

“และถึงแม้ Cronosgate จะตายตัว…แต่กาลเวลารอบมัน…ยังคงไหลอยู่ตลอด—เหมือนแม่น้ำ”

ภาพสุดท้ายบน HoloVis ปรากฏขึ้น

ยานลำหนึ่งเคลื่อนเข้า Cronosgate แล้วโผล่ออกมาท่ามกลางระบบดาวเดิม

แต่…

ดาวเคราะห์บางดวงที่เคยสว่าง— กลับกลายเป็น ซากเย็นมืด

บนภาพมีคำเดียวลอยขึ้นว่า

+720 years Universal Time

เมธัสไม่พูดอะไร เพียงแค่ขยับตัวนั่งลงช้า ๆ แล้วหลุบตาลงเล็กน้อย

อับดุลกล่าวปิดท้าย ด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น

นั่นแหละคือเหตุผลที่เราเรียกมันว่า Cronos–Gate ครับ

เมธัสพูดต่อช้า ๆ

Cronosgate มันไม่ได้เป็นแค่รูเชื่อมระบบดาว…

“มันคือ Singular Time Passage Node

“ที่วางตัวอย่างมีระบบ ‘เหนือ–ใต้’ ระบบดาวทั้งหมด”

เขาหยุดครู่หนึ่ง แล้วพูดต่อด้วยน้ำเสียงมั่นใจ แบบที่จะเกิดเฉพาะตอนความคิดทุกเส้นมัน ‘ล็อกฟันเฟือง’ พอดี

“มันคือ โครงข่ายทางด่วนของเอกภพ…

“ทางด่วนที่ไม่ได้เชื่อมแค่ ‘สถานที่’ …

“แต่มันเชื่อม ‘เวลา’ เข้าด้วยกัน”

“—ไม่มีสัญญาณไฟ

“—ไม่มีด่านเก็บค่าธรรมเนียม 

“—ไม่มีอารยธรรมไหนมาขวาง

“ถ้าคุณรู้จุดเข้า และออกได้ตรงเฟรมของเวลา…

“คุณจะไปถึงที่หมาย—ทั้ง ‘ระบบดาว’ และ ‘ยุค’ ที่คุณต้องการ”

อับดุลเว้นจังหวะให้เมธัสยืนอยู่ในภาพนั้นสักพัก ก่อนจะพูดเบา ๆ คล้ายสรุป

“มันคือ ‘ประตูกาลเวลา’ …”

เมธัสยังไม่ตอบ

แต่ในแววตาของเขา—

มีทั้งคำถาม, แรงขับเคลื่อน… และความกลัวบางอย่างที่เขาไม่พูดออกมา

เพราะในวินาทีนั้น…

เขาเริ่มเข้าใจว่า—

ประตูที่เขาต้องหา… อาจพาเขากลับ Paleviolet

แต่… ไม่ใช่ Paleviolet ‘เวลาเดิม’ เสมอไป


หลักปรัชญาของจักรวาล

หลังจากบทสรุปเรื่อง Cronosgate = ‘มอเตอร์เวย์จักรวาล’ และ ‘ประตูกาลเวลา’ ค่อย ๆ สงบนิ่งลง

เขาเข้าใจลึกซึ้งถึงระดับ ‘ปรัชญาของจักรวาล’

หากแสงใช้เวลา 40 ปี ในการเดินทางจากระบบดาวหนึ่ง ไปยังอีกระบบดาวหนึ่ง… ฝุ่น-ก๊าซ จะใช้เวลา 4 พันล้านปี

และนั่น — ไม่ใช่สิ่งที่จักรวาลจะยอมให้เกิดขึ้น

เพราะถ้ามันยอมให้ความเชื่องช้าของฝุ่น-ก๊าซควบคุมการเกิดระบบดาว

เราคงไม่มีระบบดาว ‘นับแสนล้าน’ ในแต่ละกาแล็กซี่อย่างทุกวันนี้

จักรวาลจึงเปิดเส้นทางใหม่ — ช่องลัดของกาล-อวกาศ —

เพื่อให้ ‘อนุภาคแห่งการก่อกำเนิด’ ข้ามเวลา และรวมตัวเร็วพอ

ก่อนที่เอกภพจะกลายเป็นสุสานแห่งมวลสารที่ไร้ความหมาย

และนั่นคือหน้าที่ของมัน— Cronosgate

และเพราะระบบดาวไม่ควรเกิดเร็วเกินไป… และก็ไม่ควรสิ้นอายุเร็วเกินไป

Cronosgate จึงพ่นฝุ่นและก๊าซตาม ‘จังหวะแห่งเวลา’ — บางทีจาก ‘อนาคต’ บางทีจาก ‘อดีตกาล’

เพื่อสร้างจุดสมดุลที่จักรวาลต้องการ

หากมวลมากเกินไป… ระบบดาวจะถล่ม

หากมวลน้อยเกินไป… ระบบจะตาย

จึงมีเพียง ‘การจัดสรรมวลสารเชิงเวลา’ เท่านั้น ที่จะทำให้พวกมันดำรงอยู่ได้เป็น ‘พันล้านปี’



Cronosgate — ประตูล่องหน

HoloVis ยังคงแสดงเส้นทางโค้ง—แบบที่ไม่แตะระบบดาวใด ๆ

เมธัสยังยืนมองภาพนั้นอยู่นิ่ง ๆ ก่อนจะหันกลับมาถามเสียงนิ่ง

“แล้วพวกนาย…หา Cronosgate เจอยังไง?”

อับดุลตอบทันที เหมือนระบบที่ถูกเรียกใช้งานจนคล่อง

Paleviolet ใช้ระบบที่เรียกว่า BioQSpectron (ไบโอคิวสเปคทรอน) ครับ

“มันคือ ‘เรติน่าเซลล์ชีวควอนตัม’ ที่ฝังอยู่ทั่วผิวหนังชั้นนอกของยาน

“หน้าที่ของมันคือ ‘จับแสง’ ทุกชนิด ทุกทิศทาง ที่ไหลผ่านเอกภพและมากระทบรอบลำตัวยาน”

เขาเว้นจังหวะเล็กน้อย… ก่อนพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่ราวกับกำลังอธิบายความลับของจักรวาล

“แต่ละหน่วยของ BioQSpectron จับความเพี้ยนของ ‘phase, shift, echo’6 และเรขาคณิตควอนตัมของคลื่นแสง ที่ไม่มีทางเกิดขึ้นได้ในธรรมชาติ…

“เราเรียกมันว่า ‘สเปกตรัมแห่งสิ่งที่ไม่ควรมีอยู่’

Cronosgate ไม่ยอมให้อนุภาคใด ๆ ทะลุผ่านโครงสร้างภายในได้ มันทำหน้าที่คล้ายกระจกที่สะท้อนแสงไปมาในตัวมันเอง —

“และบางครั้ง…ก็มีเศษแสงบางส่วนสะท้อนย้อนกลับออกมาทางปากทางเข้า

“นั่นแหละ…คือเบาะแสที่เรามองหา”

HoloVis เปลี่ยนภาพอีกครั้ง

วงกลมโปร่งแสงนับร้อยปรากฏขึ้นรอบตัวยานในแบบสามมิติ แต่ละวงคือลำแสงจากทิศต่าง ๆ ที่ BioQSpectron เคยตรวจจับ

แล้วจากนั้น… หนึ่งในนั้นสว่างขึ้นเล็กน้อย เป็นแสงที่บิดเบี้ยวในโทนม่วง–น้ำเงิน ดูคล้ายคลื่นที่ไม่เสถียร

“จากนั้นอัลกอริธึมจะไล่แปลงเป็นพิกัดเชิงเฟส–ตำแหน่ง แล้วบังคับยานไป ‘แทรกเฟส’ เพื่อยืนยัน

“ถ้าเฟสตรง… ก็เจอ Cronosgate แน่นอนครับ”

อับดุลพูดด้วยความมั่นใจ

แต่เมธัสยังยืนนิ่ง เขายกมือกอดอก สีหน้าเริ่มจริงขึ้นเล็กน้อย

“แล้วทำไมพวกนายถึงยังหาไม่เจอ…ทั้งที่ใช้ BioQSpectron กับระบบสุริยะมานาน… ครึ่งศตวรรษ?”

คำถามนั้นไม่ได้ดัง—แต่แรงกว่าเสียงขีปนาวุธ

อับดุลหยุดไปพักหนึ่ง

“เพราะ BioQSpectron… ไม่ใช่ทุกครั้งที่มันเจอสัญญาณผิดปกติแล้วจะ ‘ปลดล็อก’ ค่าเฟสออกมาได้ครับ

“บางสเปกตรัม… บิดเบี้ยวเกินไป เส้นโค้งของคลื่นไม่เสถียร หรือบางครั้งมันกลับกลายเป็น noise บริสุทธิ์ที่ไม่เข้าอัลกอริธึมเลย”

เมธัสหรี่ตาเล็กน้อย เขาพึมพำเหมือนครึ่งถามครึ่งบ่น

“หรือบางที… Cronosgate มันไม่ปล่อยให้แสงสะท้อนออกมาเลย?”

อับดุลเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนพูดเสียงช้าลงเล็กน้อย

“…มีบันทึกว่าเคยเจอแบบนั้นครับ…

Cronosgate ที่ไม่ปล่อย ‘เฟสบิดเบี้ยว’ ใด ๆ ออกมาเลย…

“เหมือนมันสมดุลถึงระดับ subquantum

“จนไม่เกิดแม้ การรั่วไหลของสัญญาณรบกวนเฟสควอนตัม หรือ echo ใด ๆ

“ให้ BioQSpectron ตรวจจับได้เลยสักเสี้ยว

“เหมือนมัน ‘ไม่อยากให้ใครรู้ว่ามีอยู่’

“เราเรียกมันว่า Silent Cronosgate

เมธัสเงียบไปพักหนึ่ง เหมือนประโยคนั้นกดบางอย่างในใจให้แน่นขึ้น

เขาขยับไปแตะที่คอนโซลเบา ๆ แล้วหันกลับมาพูดช้า ๆ

“ฉันคิดว่า…นายกำลังค้นหา ‘เสียง’ จากบางอย่างที่…ไม่ได้ส่งเสียงออกมาตั้งแต่แรกแล้ว…

“บางทีเราควรเริ่มฟังจาก ‘ความเงียบ’ แทน…”

อับดุลยังนิ่ง

เมธัสพูดต่อ—น้ำเสียงเปลี่ยนเป็นโหมดนักดาราศาสตร์จริงจัง

“ระบบสุริยะของฉัน…

“มันไม่ได้ซับซ้อนแค่ในทางโครงสร้าง…

“แต่มัน โบราณเกินกว่าที่จะปล่อยสัญญาณแบบ Paleviolet จะรู้จัก”

เขาเหลือบตามอง HoloVis ที่เปลี่ยนภาพเป็น BioQSpectron ยังตรวจไม่เจออะไร

“บางที… Cronosgate ที่เรากำลังหา…

“อาจซ่อนอยู่หลัง ‘วิธีคิด’ ที่พวกนาย…ทิ้งไปแล้วตั้งแต่ห้าร้อยปีก่อน”

อับดุลยังไม่ตอบทันที เหมือนเพิ่งโดนเปิดโลกเบา ๆ แล้วพูดเพียงสั้น ๆ

“คุณกำลังจะลอง… วิธีโบราณ?

เมธัสยิ้มมุมปาก ดวงตาเริ่มลุกวาว แบบที่พระเอกกำลังจะหักเลี้ยวออกจากระบบที่เคยเชื่อ

ใช่!

เขาตอบ—หนักแน่น

“และฉันขอเริ่มจาก…’สมการแรงโน้มถ่วง’ … แบบที่ยังไม่มีใครกดทิ้งตอนอัปเกรด OS


หน้า: 1 2 3 4 5 6 7