เมธัสถอนหายใจเบา ๆ ก่อนจะหมุนตัวลอยกลับมายังเก้าอี้ชีวะอีกครั้ง
เขาทิ้งตัวลงนั่งช้า ๆ เยื่อชีวะจับตัวรับน้ำหนักเขาไว้ตามเดิมโดยไม่มีเสียง
“เรายิง โคลด์พลาสม่า เร่งมันไม่ได้อีกเหรอ?”
“แม้ยานจะผลิต โคลด์พลาสม่า ได้เองจาก PlanktoMatter ที่ดูดมาจากสสารในอวกาศ…
“แต่มันต้องสงวนไว้สำหรับบังคับทิศทางเพื่อตรงมายัง Paleviolet เท่านั้นครับ”
อับดุลเว้นจังหวะเล็กน้อย ก่อนพูดต่อด้วยน้ำเสียงจริงจังกว่าเดิม
“กับอีกกรณีหนึ่งที่สำคัญ… นั่นก็คือ—”
เมธัสหันหน้ากลับไป
“คืออะไร?”
“การเตรียม โคลด์พลาสม่า สำหรับเป็นระบบเบรค… เพื่อการลงจอดครับ”
เมธัสยกขาขึ้นไขว้บนเก้าอี้ชีวะอย่างสบาย ๆ มือขวาคลึงปลายหนวดเคราตัวเองเบา ๆ
ขณะสายตาเหม่อมองออกไปยังจุดแสงสีเทาของ Frostgrey ที่ยังคงเรืองอยู่อย่างนิ่งงัน
“เออ… แล้วฉันสงสัยอย่างนึง”
เขาพูดขึ้นในจังหวะที่เงียบที่สุดของห้อง
“ที่นายเคยบอกฉันเมื่อสองปีก่อนว่า ที่พลังงานบิด space-time ของยานเราหมด
“เพราะมันต้องใช้พลังงานที่มีค่าเชิงลบจาก ExoMatter…”
เขาหยุดคิดเล็กน้อย ก่อนขมวดคิ้ว
“ฉันสงสัยว่า — พวกเขา… ชาว Paleviolet น่ะ ไปหาเจ้าสิ่งนี้มาจากไหน?
“ถ้ามันมีทั่วไปในอวกาศ แล้วทำไมยานเราถึงหมดได้?”
เสียงอับดุลดังขึ้นหลังจากเว้นจังหวะไว้พอสมควร ฟังดูนิ่งขึ้นกว่าก่อนหน้า คล้ายเข้าสู่โหมดให้ความรู้เชิงฟิสิกส์ระดับลึก
“ExoMatter (เอ็กโซ แมทเตอร์) กระจายอยู่ทั่วไปในอวกาศครับ…
“แต่ไม่ได้อยู่ในรูป ‘สสาร’
“มันอยู่ในรูปของ ‘Dark Energy’ หรือ ‘พลังงานมืด’ ที่ยานไม่สามารถดึงมาใช้ได้โดยตรง
“นอกจากพลังงานมืดเหล่านั้นจะถูก ‘ควบแน่น’ จาก Singularity ของ Cronosgate ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีภาวะเป็นสุญญากาศบริสุทธิ์ระดับควอนตัม
“กระบวนการนั้นจะผันแปรพลังงานมืด แล้วอัดแน่นจนกลายเป็นสสาร
“เราเรียกมันว่า ExoMatter หรือที่ภาษามนุษย์โลกคือ Exotic Matter — สสารประหลาดนั่นเองครับ”
เมธัสหรี่ตาลงนิดหนึ่ง พลางเอียงคอนิด ๆ อย่างครุ่นคิด
เขาลูบเคราอีกครั้งก่อนพูดต่อ
“แต่มันไม่ถูกปล่อยออกมาใช่ไหม?” เสียงของเขาฟังดูระแวงบางอย่างในเชิงฟิสิกส์
“มันจะถูกแปรกลับเป็นพลังงานมืด… ที่ฝั่ง Singularity ของหลุมขาวครับ แล้วปล่อยออกที่ปลายทางของมัน
“แต่ยังเหลือส่วนที่ค้างอยู่ในสถานะ ‘สสาร’ …ตรง ‘จุดตัด’ ระหว่าง Singularity ของหลุมดำ กับ Singularity ของหลุมขาวนั่นแหละครับ
“บริเวณนั้นคือแหล่งของ ExoMatter และยานปลาวาฬของเราก็สามารถดูดมันเข้าไปใช้ได้โดยตรง”
เมธัสยกตัวเล็กน้อยจากเก้าอี้
มือเกาะกับราวชีวะที่พาดตามผนังเพื่อดันตัวให้หมุนครึ่งรอบ
เขาหยุดตรงบริเวณ SoulWindow ที่เดิม แล้วบังคับตัว ยืนหันหลังให้มัน พลางพูดด้วยสีหน้าจริงจังขึ้น
“แล้วนายเคยบอกว่า Cronosgate เป็นหลุมดำประเภทหนึ่งที่มีทางออก…
“นั่นหมายถึงมันก็ต้องมี Singularity ของหลุมดำ และ Singularity ของหลุมขาวที่ตัดกัน… ใช่ไหม?”
“ถูกต้องแล้วครับ คุณเมธัส”
เสียงอับดุลราบเรียบ แต่มีน้ำหนักเหมือนกำลังบรรยายกฎสากลของจักรวาล
“และนั่นก็คือ ‘ปั๊มน้ำมัน’ ของยานทุกลำที่ผ่านเข้า–ออก Cronosgate
“ถ้าเป็นยานปลาวาฬของเรา — มันจะ ‘กิน’ ExoMatter จากในนั้น
“และทุกครั้งที่มันออกจาก Cronosgate
“มันก็จะมีพลังงานพอสำหรับ SpaceTwist หรือ Warp Drive เพื่อไปยัง Cronosgate ลูกถัดไป
“รวมถึงการทำ TimeTwist ก่อนเข้าสู่ระบบดาวด้วยครับ”
เมธัสยืนนิ่งอยู่กับที่ ไม่พูดอะไรต่อ
ภาพสะท้อนของใบหน้าเขาซ้อนอยู่บน SoulWindow ด้านหลัง —
เงาครึ่งใบหน้าถูกทาบด้วยแสงสีเทาจากดาว Frostgrey
นัยน์ตาแสดงชัดว่าเขาเริ่มเข้าใจว่า ‘พลังงาน’ ในระดับจักรวาล ไม่ใช่แค่เรื่องของฟิสิกส์ —
แต่มันเป็น จังหวะชีวิตของยานที่มีจิตสำนึก
และตัวเขาเอง… ก็กำลังเดินตามแรงดึงดูดบางอย่างที่ไม่ใช่เพียงแรงโน้มถ่วงของดวงดาว
“แต่กรณีของเราคือ… ยานไม่สามารถ TimeTwist ได้”
เมธัสพูดด้วยเสียงที่แผ่วลงเล็กน้อย
“มันจึงพยายามวนทำอัตโนมัติซ้ำแล้วซ้ำเล่า… จนสุดท้าย ExoMatter ก็หมดลง”
เขาหยุดนิ่ง ดวงตาเหม่อมองออกไปยังความว่างเปล่านอก SoulWindow
ลมหายใจกลายเป็นจังหวะเดียวที่ยังเคลื่อนไหว …ใต้แผ่นอกของชุด BioG Suit ที่แนบสนิทกับร่าง
ช้า เรียบ และกลืนกับความเงียบของห้วงอวกาศอย่างสมบูรณ์แบบ
ในหัวของเขา—ภาพหนึ่งกลับผุดขึ้นมาอีกครั้ง…
วันนั้น…
วันที่เขากับเคทิสช่วยกัน TimeTwist แบบ Manual
ช่วงวินาทีที่บีบคั้นที่สุดในชีวิต
…และเสียงของเธอในวันนั้น
ก็ยังคงชัดเจนแม้เวลาจะผ่านมาแล้วถึงสองปี
“ฉันยังรอคุณ… อยู่ตรงนี้… ทุกลมหายใจของฉัน…”
เขาก้มหน้าลงเล็กน้อย เหมือนกำลังเก็บสิ่งเหล่านั้นกลับเข้าไปในใจอีกครั้ง
ก่อนจะโพล่งขึ้นมาอย่างเฉียบพลัน
“เออ… แล้วฉันสงสัยว่า—
“ก่อนที่พวกเขาจะค้นพบ Cronosgate พวกเขาต้องคิดค้น Warp Drive ได้ก่อนแล้วใช่ไหม?”
เขาเงยหน้ามองเพดานราวกับส่งคำถามขึ้นไปให้สิ่งที่ไม่มีตัวตน
“ไม่งั้น… พวกเขาจะเดินทางไปค้นหา Cronosgate ได้ยังไง? ระยะทางขนาดนั้น ไม่มีทางใช้วิธีธรรมดาได้หรอก”
“คุณเข้าใจถูกแล้วครับ”
เสียงของอับดุลกลับมาในโหมดให้ข้อมูลอย่างชัดเจน
“พวกเขาคิดค้น Warp Drive ได้สำเร็จก่อน ถึงเริ่มส่งยานออกสำรวจระหว่างระบบดาว
“จนในที่สุด… ก็ไปพบบางสิ่งเข้าโดยบังเอิญ — Cronosgate”
เมธัสขมวดคิ้วเล็กน้อย ขณะลอยตัวกลับมาที่เก้าอี้ นิ้วมือไล้ไปตามขอบพนักอย่างเงียบ ๆ
“แล้วพวกเขาเอาเจ้า ExoMatter มาจากไหนล่ะ… หากเขา Warp Drive ได้ก่อนเจอ Cronosgate?”
ไม่มีเสียงตอบในทันที —
แค่แสงจากคอนโซลกลางห้องที่ค่อย ๆ เปลี่ยนเฉด HoloVis จนสว่างขึ้นอย่างช้า ๆ
แสดงแผนภาพวงโคจรของระบบดาว TRAPPIST-1
โครงสร้างสีขาวใสรูปจานหมุนเปล่งแสงจาง ๆ
ดาวแต่ละดวงโคจรรอบศูนย์กลางอย่างสม่ำเสมอ …
จนกระทั่งดาวเคราะห์ลำดับที่ห้าเปล่งแสงเด่นชัดขึ้น
“พวกเขานำ ExoMatter มาจากดาว Frostviolet ครับ”
เสียงของอับดุดังขึ้นขณะเส้นเรืองแสงล้อมรอบดาวดวงนั้น
“นั่นมันดาว TRAPPIST-1f4...”
เมธัสขยับตัวเล็กน้อย หมุนตัวเข้าหาแสงโฮโลแกรม
“ดาวลำดับถัดจาก TRAPPIST-1e หรือ Paleviolet”
“ใช่แล้วครับคุณเมธัส และจริง ๆ แล้ว — ใน Paleviolet ก็มี ExoMatter เช่นกัน แต่พวกเขาเลือกที่จะ ‘สงวนไว้’ ครับ”
เสียงของอับดุลเบาลงเล็กน้อย เหมือนแตะเข้าขอบเขตบางอย่างที่ถูกปกปิดไว้นาน
“พวกมันอยู่ใต้มหาสมุทร ซึ่งมีเปลือกน้ำแข็งปกคลุมตลอดเวลา บริเวณด้านมืดของดาว หรือที่เรียกกันว่า DarkSide”
“แล้วพวกมันไปอยู่ในดาวทั้งสองดวงนั้นได้ยังไง?”
เมธัสขมวดคิ้ว
“ในเมื่อนายบอกว่า… มันไม่ใช่ ‘สสาร’ แต่เป็น ‘พลังงาน’ ?”
เขาหยุดเล็กน้อย เหมือนกำลังจะถามต่อ แต่เลือกกลืนคำถามนั้นกลับลงไปก่อน
เพราะสิ่งที่เขาอยากรู้…
มันไม่ใช่แค่ ที่มา
แต่มันคือ ‘เงื่อนไข’ ที่ทำให้สิ่งที่เป็นพลังงานระดับจักรวาล กลับแปรสภาพ… กลายเป็นสิ่งที่จับต้องได้
และซ่อนตัวอยู่เงียบ ๆ …ใต้ผืนน้ำแข็งแห่งดาวอันไกลโพ้น
“ชาว Paleviolet ได้ค้นพบว่า…”
เสียงของอับดุลเริ่มต้นด้วยจังหวะราบเรียบ
“…พลังงานมืด (Dark Energy5) มีอยู่ทั่วไปในเอกภพ ไม่เว้นแม้แต่ในระบบดาว—หรือแม้แต่ในดาวเคราะห์”
“แต่เงื่อนไขสำคัญคือ…”
เมธัสพูดแทรกเบา ๆ ขณะสายตายังจ้องภาพจำลอง
“ดาวนั้นต้องเป็น Tidal Locking ใช่ไหม?”
“ถูกต้องครับ”
อับดุลตอบทันที
“ในดาวที่อยู่ในภาวะ Tidal Locking ด้านหนึ่งจะหันเข้าหาดาวแม่ตลอดกาล — ซึ่งก็คือ ‘ด้านสว่าง’
“และอีกด้านจะหันออกจากดาวแม่ชั่วนิรันดร์ — ก็คือ ‘ด้านมืด’ ”
เมธัสค่อย ๆ ทิ้งตัวลงนั่งที่เก้าอี้อีกครั้ง มือเขาประสานกันช้า ๆ บนหน้าตัก เขาพูดขณะสายตายังไม่ละจาก HoloVis เบื้องหน้า
“ด้านมืด… จะเผชิญกับความมืดมิดนิรันดร์ อุณหภูมิใกล้ศูนย์สัมบูรณ์9 ไม่มีแสง ไม่มีรังสี ไม่มีกระแสความร้อน”
เขากล่าวต่อราวกับสรุปบทเรียนที่ไม่เคยหลงลืม
“และนั่นแหละ… คือสภาวะที่พลังงานมืดจะสงบนิ่งที่สุดในระดับควอนตัม”
“ถูกต้องอีกครั้งครับคุณเมธัส”
อับดุลยืนยันด้วยน้ำเสียงนุ่ม
“พลังงานมืดในบริเวณนั้นจะอยู่ในสภาวะ ‘แช่แข็งในระดับควอนตัม’ เป็นเวลานับพันล้านปี เพราะไม่มีสิ่งใดมากระทบหรือรบกวนสนามพลังงานนั้นเลย”
“แต่ดาวก็ไม่ได้อยู่นิ่งเสียทีเดียว…”
เมธัสเงยหน้าขึ้นช้า ๆ
“แรงไทดัลจากดาวแม่ยังส่งผลเสมอ
“ด้านมืดแม้ไม่รับแสง แต่ก็ถูกดึงด้วยแรงโน้มถ่วงมหาศาล
“นั่นทำให้เกิดแรงเครียดภายในโครงสร้างดาวอย่างต่อเนื่อง…”
“…และนั่นคือหัวใจสำคัญครับ”
อับดุลสานต่อ
“Tidal Stress7—แรงเค้นที่เกิดจากความต่างของแรงโน้มถ่วง จะสร้างการบิดเบือนของโครงสร้างดาว รวมถึงสนามพลังงานมืดที่ซึมอยู่ภายในก็จะถูกกวนโดยไม่รู้ตัว”
“เหมือนปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นในภาชนะที่นิ่งนาน…” เมธัสพูดเบา ๆ “…แรงบิดนั้นจะเริ่มสะสมแม้ในสิ่งที่ไม่เคลื่อนไหว”
เขาคลายมือออกช้า ๆ วางฝ่ามือลงบนต้นขา
“แล้วโครงสร้างน้ำแข็งกับมหาสมุทรล่ะ? พวกมันช่วยยังไง?”
เสียงอับดุลเบาลงเล็กน้อย
“ชั้นน้ำแข็งที่หนาทึบกว่าร้อยกิโลเมตร… และมหาสมุทรเหลวลึกใต้พื้นผิว ทำหน้าที่เป็น ฉนวน ที่สมบูรณ์แบบครับ
“มันกักเก็บทั้ง ‘ความเย็นสุดขั้ว’ และ ‘เสถียรภาพสนามพลังงาน’ ให้แยกจากกัน โดยไม่รบกวนกัน
“แรงกดจากชั้นน้ำแข็งด้านบน… กับแรงบีบจากมวลน้ำมหาศาลด้านล่าง…
“ทั้งหมดนั้นจะ ‘บีบอัด’ พลังงานมืดที่นิ่ง ให้เข้าสู่สภาวะความหนาแน่นสูงกว่าเดิม จนถึงจุดที่พลังงานมืด… เปลี่ยนสถานะ
“พลังงานมืดในบริเวณนั้นจะ ‘ควบแน่น’ กลายเป็น Exotic Matter6 หรือที่พวกเขาเรียกมันว่า ExoMatter ครับ”
HoloVis กลางห้องฉายภาพจำลองดาวเคราะห์ทันที
เส้นพลังงานมืดแผ่ซ่านอยู่ใต้ชั้นน้ำแข็ง ก่อนจะค่อย ๆ เคลื่อนเข้าสู่แกนกลาง รวมตัวกันเป็นจุดเรืองที่ปะปนด้วยสีแดง–น้ำเงิน
…สื่อถึงสนามพลังงานเชิงลบที่เปลี่ยนรูป
“เหมือนน้ำกลายเป็นน้ำแข็ง…” เมธัสพึมพำ
อับดุลกล่าวโดยสรุป
“…แต่ในที่นี้คือ ‘สนามพลังงาน’ กลายเป็น ‘สสาร’ และสสารที่ได้… มีคุณสมบัติแปลกประหลาด —
“คือ ‘มวลเชิงลบ’ หรือ ความหนาแน่นพลังงานเชิงลบ ซึ่งตรงกันข้ามกับสสารทั่วไปในจักรวาล ที่มีมวลเชิงบวกครับ”
เมธัสนิ่งเงียบอีกครั้ง กำลังจมอยู่ในห้วงของสมการที่เคยเรียนมา กับสิ่งที่เขาเพิ่งเข้าใจ…
เขาค่อย ๆ เงยหน้ากลับไปมอง SoulWindow
ดาว Frostgrey ยังลอยอยู่อย่างช้า ๆ
…และในเงานั้น เขาเริ่มเห็นบางสิ่ง
สิ่งที่ไม่เคลื่อนไหวด้วย ‘แรงผลัก’
แต่มันเคลื่อนไหว… เพราะถูกดึงด้วย ‘ความนิ่ง’
“มันคือพลังงานเชิงลบ8…”
เมธัสพึมพำ คล้ายพูดกับตัวเองมากกว่าคำถาม