“ที่โลกของฉัน… ยังเป็นแค่ทฤษฎี — ทฤษฎีสำหรับ Warp Drive ที่มีอยู่เพียงในฝัน…
“แต่ชาว Paleviolet กลับสามารถใช้มันได้จริงแล้ว?”
เสียงของอับดุลตอบทันที —
ราบเรียบเหมือน AI ที่กำลังรายงานความจริงระดับจักรวาล
“แต่มันจะมีอยู่แค่ใน ‘ด้านมืด’ ของดาวที่เป็น ‘Tidal Locking’ เท่านั้นครับ…
“และด้านนั้นต้องเป็น ‘มหาสมุทรน้ำแข็ง’ อุณหภูมิใกล้ ‘ศูนย์สัมบูรณ์’ เท่านั้น
“ถ้าในระบบสุริยะของคุณไม่มีดาวประเภทนี้…
“ก็หมดสิทธิ์จะสร้าง Warp Drive ครับ”
เมธัสหัวเราะเบา ๆ ในลำคอ
เหยียดขาตรงขณะร่างยังลอยเล็กน้อยเหนือเก้าอี้ชีวะในภาวะแรงโน้มถ่วงต่ำ
“นายกำลังพูดถึง ‘ไก่เกิดก่อนไข่’ หรือ ‘ไข่เกิดก่อนไก่’ ใช่ไหม?”
“ใช่แล้วครับ… คุณเมธัส”
อับดุลรับคำอย่างรวดเร็ว
“ถ้ามนุษย์โลกไม่มี Warp Drive ก็จะไม่มีทางเดินทางไปหาดาวที่ให้ ExoMatter ได้
“…และถ้าไม่มี ExoMatter ก็ย่อมไม่สามารถสร้าง Warp Drive ได้เลยครับ”
เมธัสพูดขณะยกมือขึ้นทำท่าเหมือนจรวดเคลื่อนตัวช้า ๆ
“เพราะการเดินทางด้วยไอพ่นธรรมดา… จะใช้เวลาประมาณ 22,000 ปี เพื่อจะไปถึงดาวที่ใกล้ที่สุดที่น่าจะเป็น Tidal Locking…”
อับดุลเสริมทันที
“และนั่นยังไม่รวมว่า—ดาวดวงนั้นจะต้องมี ‘ด้านมืด’ ที่เป็นน้ำแข็ง และมีอุณหภูมิใกล้ ‘ศูนย์สัมบูรณ์’ ด้วยนะครับ”
เมธัสนิ่งไปครู่หนึ่ง
สีหน้าค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นนิ่งและเคร่งขึ้น
เขาขยับตัว เอนหลังกลับลงสู่พนักชีวะ ซึ่งแนบรับรูปหลังของเขาอย่างเงียบงัน
“…ExoMatter จะปรากฏเฉพาะบนดาวที่ ‘ไม่สมบูรณ์แบบ’ เท่านั้น…”
เสียงของเขาเบา ราวกับพูดกับอดีต
“แต่โลกของฉัน…
“กลับสมบูรณ์แบบเสียเหลือเกิน
“แม้แต่ในระบบสุริยะก็ไม่มีดาวใดที่เป็น Tidal Locking แบบที่มีด้านมืดเป็นน้ำแข็งใกล้ศูนย์สัมบูรณ์…”
เสียงของอับดุลเปลี่ยนโทนต่ำกว่าเดิม
“พวกคุณเกิดมาบนดาวที่ ‘สมบูรณ์แบบ’ … เพียงเพื่อจะพบว่า—
“‘ความสมบูรณ์แบบ’ นั้น… คือ ‘คุก’ ที่จักรวาลสร้างขึ้นให้พวกคุณครับ”
เมธัสชะงัก เลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะระเบิดหัวเราะพรืดออกมา
“โหว! แรงอ่ะ…!! อับดุล นายอย่าพูดแบบนี้ให้นักวิทยาศาสตร์บ้านฉันได้ยินเชียวนะเว้ยย…”
“ทำไมเหรอครับ คุณเมธัส?”
“เพราะนายจะ… ไม่มีที่จอดรถทัวร์ ให้พวกเขาน่ะสิ ฮ่า ๆ ๆ!”
เสียงหัวเราะของอับดุลดังตามมาทันที
“ฮ่า ๆ ๆ ผมก็แค่พูดตามความคิดของ AI ที่ถูกสร้างมาให้มีตรรกะน่ะครับ”
เมธัสยิ้มบาง ๆ ขณะลูบปลายหนวดเคราตัวเองเบา ๆ
ก่อนที่สีหน้าจะกลับมาเคร่งอีกครั้งอย่างไม่ทันตั้งตัว
“แต่… เดี๋ยวก่อน
“นายบอกว่า ExoMatter จะมีเฉพาะในดาว Tidal Locking ที่ ด้านมืด เป็นน้ำแข็งใกล้ศูนย์สัมบูรณ์ — ใช่ไหม?”
“ใช่แล้วครับ ผมยังยืนยันตามข้อมูลนั้นอยู่”
“นั่นแปลว่า…
“ดาวที่เรากำลังเฉียดอยู่นี้…”
เขาชี้ไปยังจุดแสงสีเทา ที่ยังคงลอยนิ่งนอก SoulWindow
“ก็ อาจมีมัน ด้วยใช่ไหม?
“ในเมื่อดาวเคราะห์ของระบบ TRAPPIST-1 เป็น Tidal Locking ทุกดวง”
“นั่นเป็นทฤษฎีครับ”
อับดุลตอบเสียงนิ่ง
“แต่ยังไม่มีใครเคยสำรวจพวกมันในดาวดวงนั้นเลย
“เหตุผลคือ… มันอยู่ไกลเกินไป และพวกเขาก็มี ExoMatter อยู่ใน Frostviolet อยู่แล้ว — ซึ่งอยู่ใกล้บ้านของพวกเขามากกว่า”
เมธัสนิ่งไปอีกครั้ง
เขาเหม่อมองดาว Frostgrey อย่างไม่กระพริบตา
ลมหายใจเข้าออกช้า ๆ … ขณะเสียงอับดุลเอ่ยขึ้น
“คุณเมธัส… คุณกำลังคิดอะไรอยู่หรือครับ?”
เมธัสไม่ตอบทันที
เขาหลับตาลงชั่วครู่ ก่อนจะเปิดเปลือกตาขึ้นมาใหม่ —
แววตาเปลี่ยนไป
“ฉันกำลังคิดว่า…”
เขาเอ่ยเบา ๆ
“ดาว Frostgrey ที่เรากำลังห่างมันไปขณะนี้… จะ มีพวกมัน อยู่ไหม?”
BrainHall — VeltrayWhale
ภายในห้องโดยสารเงียบสนิท
แสงเรืองสีฟ้ารอบกรอบ SoulWindow กระเพื่อมเบา ๆ ตามคลื่นพลังงานอ่อน ๆ ที่แล่นผ่านพื้นผิวชีวะรอบตัว
ดาว Frostgrey ยังคงลอยเยื้องไปยังด้านข้าง แต่ใกลออกไปทุกวินาที—
จุดแสงสีเทา ที่เต็มไปด้วยความไม่รู้
เมธัสยืนจ้องมองภาพจาก HoloVis อย่างครุ่นคิด
ลำแสงฉายภาพจำลองโครงสร้างของดาวออกมากลางอากาศ —
เส้นพิกัดวงโคจร, ค่าความโน้มถ่วงพื้นผิว, ความหนาแน่นของเปลือกน้ำแข็ง
“อับดุล”
เขาเอ่ยเสียงเรียบ
“ถ้าฉันตัดสินใจพุ่งลงไปสำรวจดาว Frostgrey ด้านมืด ตรงเส้นสมดุล ที่ตัดกับด้านสว่าง…
“นายประเมินความเสี่ยงว่าไง?”
อับดุลนิ่งไปชั่วขณะ
ก่อนตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น
“แม้ยานปลาวาฬลำนี้จะสามารถดำดิ่งสู่ห้วงทะเลลึกได้
“แต่… โอกาสสำเร็จของภารกิจนี้ ก็ยังต่ำกว่า 18% ครับ
“และข้อสำคัญ…
“หากคุณไม่พบ ExoMatter… คุณจะไม่เหลือพลังงานสำหรับการ SpaceTwist
“…นั่นหมายถึง ‘ยานจะไม่มีแรงดึงตัวเอง’ กลับสู่อวกาศอีกเลยครับ”
HoloVis แสดงภาพจำลอง—
ยานดิ่งทะลุเปลือกน้ำแข็ง จมอยู่ใต้มหาสมุทรมืดสนิท…
หยุดนิ่ง —ไม่มีการเคลื่อนไหวใด ๆ อีกต่อไป
“คุณอาจต้อง… จมอยู่ใต้ท้องน้ำแข็งตลอดกาล”
เสียงของอับดุลแผ่วลง
“และจะไม่มีใครสามารถดึงคุณขึ้นมาได้เลยครับ…
“จากเปลือกน้ำแข็งที่อาจหนา ร้อยกิโลเมตร”
เมธัสยังคงนิ่ง หัวใจเต้นช้าลง
แต่สายตา—แน่วแน่ไม่เปลี่ยน
เขาขยับไปแตะที่ขอบ SoulWindow มือวางเบา ๆ บนผนังชีวะใส
มองผ่านมันไปยังจุดแสงสีเทา ที่ชื่อ Frostgrey
“ฉันรู้…” เขาเอ่ยเบา ๆ “…แต่มันยังมีโอกาส”
เขาหันกลับมามอง HoloVis
นิ้วลากเส้นเส้นทางจำลองการเข้าสู่ผิวน้ำแข็ง
ดวงตาฉายประกายของคนที่รู้ดีว่าตัวเองกำลังจะ ‘เล่นกับโชคชะตา’
“อับดุล… ฉันไม่ใช่นักพนันหรอกนะ”
เขาพูด ขณะลอยกลับมานั่งบนเก้าอี้ควบคุม
“แต่ถ้าเราไม่ทำแบบนี้ โอกาสที่ฉันจะได้เจอ เคทิส… มันจะริบหรี่ลงเรื่อย ๆ”
เขาหยุดไปครู่หนึ่ง
ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงที่แทบกลั้นอารมณ์ไว้ไม่อยู่
“อีก 30 ปีจากนี้…
“ฉันอาจแก่ตายบนยานลำนี้
“และศพของฉัน… จะหายสาปสูญไปจากจักรวาล
“เพราะเจ้ายานลำนี้ก็จะ รีไซเคิล ฉัน”
เขาหัวเราะแค่น ๆ เบา ๆ แต่แววตานั้น…หม่นลง
“เคทิส… จะไม่ได้เห็นฉันแม้แต่ ‘ศพ’ ของฉันเลยด้วยซ้ำ—
“คิดแล้วมันช่างน่าเศร้า… อับดุล”
เสียงของเขาสะท้อนอยู่ในโถงว่างของ BrainHall
อับดุลเงียบไปนาน ราวกับกำลังประมวลผลบางสิ่งที่ไม่มีในฐานข้อมูล
“…คุณเมธัสครับ”
เสียงของอับดุลเอ่ยขึ้นช้า ๆ
“ในจักรวาลของผม ไม่มีค่าตัวแปรที่ชื่อว่า ‘ความรัก’
“แต่ในจักรวาลของคุณ… มันดูเหมือนจะมีพลังมากกว่าพลังงานทั้งหมดรวมกันเสียอีก”
เมธัสยิ้มจาง ๆ ก่อนออกคำสั่ง
“เปลี่ยนทิศทางยานเข้าสู่ Frostgrey”
เขาเอ่ยเสียงราบเรียบ
“เราจะลงตรงจุดตัดระหว่าง ‘ด้านมืด’ กับ ‘ด้านสว่าง’ และ ‘เส้นสมดุล’
“น่าจะมีรอยแยกน้ำแข็งที่เกิดเป็นแอ่ง พอที่ยานจะแทรกตัวลงไปได้”
“รับทราบครับคุณเมธัส” อับดุลตอบกลับ
HoloVis เปลี่ยนมุมมองเป็น Top-Down จากหัวของ VeltrayWhale
พิกัดเป้าหมาย: Frostgrey — Latitude 90°, Longitude 0°
เมธัสหันไปยัง SoulWindow อีกครั้ง
ดาวดวงนั้นยังคงเงียบสงบ… ราวกับยอมให้ใครบางคนท้าทายชะตากรรม
แต่ในใจของเขา …พายุลูกใหญ่ กำลังก่อตัว