ผ่านไป 3 วัน… 

ใต้มหาสมุทรน้ำแข็งของ Frostgrey —

ความลึก: 1,120 เมตร

เงียบสงัด

ไร้สัญญาณ

ไม่…แม้แต่กระแสน้ำใต้น้ำ

เพราะเปลือกน้ำแข็งลึกของที่นี่…

คือจุดที่ใกล้ ‘ศูนย์สัมบูรณ์’ มากที่สุดของดาวทั้งดวง

แต่กลับไม่พบอะไรเลย

ไม่มีพลังงานสะท้อนกลับจาก ExoMatter

ไม่มีสัญญาณการบีบอัดของพลังงานมืด

…ไม่มีแม้แต่ความหวัง…

เมธัส ยืนพิงผนังชีวะสีขาวโพลนของยาน

มือข้างหนึ่งกดแน่นกับราวชีวะที่แผ่คลื่นชีพจรอ่อน ๆ ใต้ฝ่ามือ

มืออีกข้างปัดผมเปียกจากไอน้ำที่ควบแน่นบนผิว

ผมยาวรุงรังเกาะติดหน้าผากราวกับนักโทษที่ลืมวันคืน

…ดวงตาแดงก่ำจากการไม่ได้นอนมาหลายวัน

“นายเคยบอกว่า ExoMatter เกิดจากแรงบีบอัดมหาศาลภายใต้อุณหภูมิใกล้ศูนย์สัมบูรณ์ใช่ไหม?”

เสียงเขาแหบพร่าจนแทบจะไม่เหมือนมนุษย์

แต่ยังเปล่งขึ้นด้วยสติที่ยังไม่ถูกกลืนไป

“ใช่ครับ” เสียงของอับดุลตอบกลับมาอย่างนุ่มนวล เหมือนพยายามประคองมนุษย์คนสุดท้าย ที่ยังไม่ยอมแพ้ต่อจักรวาล

“ถ้าเราไม่เจอพวกมัน…

“ก็แปลว่าไม่มี

“หรือแรงดันยังไม่มากพอจะบีบอัดพลังงานให้กลายเป็นสสาร

“แต่เมื่อมาถึงตรงนี้…

“ฉันถอยไม่ได้อีกแล้ว อับดุล เพราะถึงถอย—

“เราก็ยังติดอยู่บนดาวดวงนี้อยู่ดี

“เพราะเราจะไม่มี ExoMatter เพื่อวาร์ปหนีแรงโน้มถ่วงขึ้นไปยังอวกาศได้”

“คุณกำลังตัดสินใจที่จะ…”

“ใช่แล้ว อับดุล…

“ฉันจะขอยอมตายในนี้!”

เมธัสเงยหน้าขึ้นมอง SoulWindow

ภายนอกคือม่านน้ำสีดำมืด —

ไม่มีสิ่งมีชีวิต

ไม่มีแสง

ไม่มีเสียง

…มีเพียงความลึกที่เรียกร้องให้เขา

‘ดำดิ่ง’ ลงไปเรื่อย ๆ…

“เพราะยังไงผลก็เสมอกัน

“ยอมตายบนผิวดาว กับยอมตายใต้มหาสมุทรน้ำแข็ง มันจะต่างกันตรงไหน?”

อับดุลเงียบ

เงียบยิ่งกว่าครั้งไหน

เหมือนกำลังทบทวนข้อมูลทั้งหมดในระบบ ที่ไม่เคยถูกสั่งให้ ‘เดินเข้าสู่จุดจบอย่างสมัครใจ’

เมธัสย่อตัวลง

เก้าอี้สีขาวผุดขึ้นมาจากพื้นยาน

เขาทรุดตัวลงนั่ง—ราวกับนักบินที่เพิ่งตัดสินใจทิ้งเครื่องบินลงมหาสมุทรโดยไม่มีแพชูชีพ

“แต่ฉันจะไม่ยอมตายโดยที่ไม่ได้ทำมันให้ถึงที่สุด…

“อับดุล…

“ให้ยานดำดิ่งลึกลงไปอีก… จนกว่าจะเจอพวกมัน!”

“แต่คุณเมธัสครับ… ถ้าลงลึกกว่านี้—ยานอาจรับแรงดันไม่ไหว …ยานจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ รวมถึงตัวคุณด้วย!”

เมธัสแค่นหัวเราะในลำคอ

เขาหันไปมอง SoulWindow

ภาพภายนอกที่ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงเลยตลอด 3 วันที่ผ่านมา

มันยังคงเป็นม่านน้ำสีดำมืดมิดราวกับนรกใต้น้ำที่เงียบสงัด

“อับดุล…

“นายคงยังไม่เข้าใจการตัดสินใจเชิงไบนารี่ สินะ…”

เขาค่อย ๆ หันไปจ้อง HoloVis

พลันส่งคลื่นสมองเพื่อแสดงตรรกะของ Binary Decision10 ที่หน้าจอ

“0-0 คือการถอย… แล้วตายบนผิวดาว

“0-1 คืออยู่ที่เดิม… แล้วตายในนี้

“1-0 คือการลอยไปเรื่อย ๆ แล้วรอปาฏิหาริย์

“1-1 คือการพยายามต่อ… แม้รู้ว่าเป็นการฆ่าตัวตาย”

เขาหันกลับมา

“นายคิดว่า… คนแบบฉันจะเลือกทางไหน?”

ห้องเงียบไปอีกครั้ง

แสงชีวะที่ไหลตามเส้นพลังงานทั่วห้องกระพริบช้า ๆ เหมือนหัวใจที่ใกล้หมดแรง

อับดุลตอบกลับมาในที่สุด—

ด้วยเสียงเรียบแต่แฝงความเคารพลึกสุดขอบตรรกะ

“สำหรับคนที่กล้าทิ้งชีวิตมนุษย์โลก

“เดินทาง 40 ปีแสงจักรวาลเพื่อมาตามหาเนื้อคู่ในฝัน…

“ผมขอเดาว่า…

“คุณจะเลือก 1-1 อย่างแน่นอนครับ”

เมธัสหลับตา

เหมือนกำลังบอกลาอะไรบางอย่างที่อยู่ในใจมานาน

“ถ้างั้น… ทำตามที่ฉันสั่ง—

ดำดิ่งลงไปอีก

“ถ้าไม่เจอ…

“ฉันยอมร่างระเบิดไปพร้อมกับเจ้าปลาวาฬตัวนี้… และพร้อมกับนาย!”

เสียงอับดุลเงียบไปอีกครั้ง

คราวนี้นานกว่าครั้งก่อน

เหมือน AI ผู้ถูกโปรแกรมให้รักษาชีวิตมนุษย์

แต่กลับต้องฝืนคำสั่งในแก่นโปรแกรมของตัวเอง

แต่เมื่อวิเคราะห์ความน่าจะเป็นทั้งหมด

แม้ในบรรดาทางเลือกที่ไม่มีทางรอดแน่นอน —

แต่ทางนี้กลับมีเปอร์เซ็นต์ ‘บางอย่าง’ ที่ยังไม่เป็นศูนย์

…โอกาสเพียงหนึ่งเดียวที่ยังพอมี

“รับคำสั่งครับคุณเมธัส”

เสียงอับดุลกล่าวอย่างราบเรียบ

VeltrayWhale จะดำดิ่งลงไปยังระดับลึกสุดที่ระบบสามารถรับได้…

“ขอให้พระเจ้าของคุณจงคุ้มครอง”

และในวินาทีนั้น—

เสียงโครงสร้างชีวะของยานเริ่มเปล่งเสียง

“แค๊รก…กร๊อด…”

เหมือนกระดูกของสัตว์ใหญ่ที่เริ่มหายใจแรงขึ้น

เพื่อพุ่งเข้าสู่ความลึกที่อาจเป็นจุดจบของมันเอง



“ระดับความลึก 2,000 เมตร — ถึงขีดจำกัดสูงสุดที่ยานจะรับได้ครับ”

ห้องโดยสารเงียบสงัด

แสงชีวะสีฟ้าสะท้อนผ่านผนังขาวอมฟ้าอย่างหมองหม่น

เมธัสยืนนิ่งอยู่กลางห้อง

เขาได้ยินเพียงเสียงหัวใจของตัวเอง

…กับเสียงสั่นเบา ๆ ของ QeLyra ที่ก้องอยู่ในกะโหลกศีรษะ

จังหวะนั้นเอง —

QeLyra สั่นแรงขึ้นอีกครั้ง

เหมือนมีคลื่นอารมณ์พุ่งทะลุเข้ามาจากอีกฟากของระบบดาว

“…เคทิส…”

เขาหลับตา

แม้ยังไม่เปิดรับการสะท้อน แต่เสียงของเธอก็มาในรูปของ ‘ความเจ็บปวด ความหวัง และความกลัว’ ที่ก้องอยู่ภายในหัว

“ผมขอโทษนะ…” เขาคิด

“ถ้านี่เป็นความผิดพลาดของผม… อย่างน้อยที่สุด… ผมก็ได้พยายามแล้ว”

ภาพภายนอก SoulWindow

เบื้องหน้าสะท้อนเพียงม่านความมืดที่ไร้จุดสิ้นสุด

เสียงอับดุลดังขึ้นอีกครั้ง

คราวนี้เคร่งเครียดยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ

“คุณเมธัสครับ —

“ผิวยานด้านนอกเริ่มมีสัญญาณแตกร้าว สะท้อนมาจาก QeCell แล้วครับ!”

เมธัสกัดฟันแน่น

เขาขยับร่างเข้าไปใกล้ SoulWindow

แรงดันเริ่มทำให้ภาพเบลอเหมือนมีม่านน้ำครอบดาวทั้งดวง

“ไม่เป็นไร…

“ยานลำนี้แบ่งเซลล์ซ่อมแซมตัวเองได้ นายก็รู้”

เขาพูดเสียงเรียบ

“ครับ…

แต่มันอาจแบ่งเซลล์ไม่ทัน…”

เสียงของอับดุลเริ่มสั่นเป็นครั้งแรก

“แรงเค้นภายนอกอาจทำให้ระบบซ่อมแซมชีวะช็อกพร้อมกัน —

และนั่นหมายถึงการสูญเสียโครงสร้างยานทั้งลำ!”

เมธัสยืนนิ่งไปพักใหญ่ ก่อนจะยกมือขึ้นปาดจมูกเบา ๆ

หยดของเหลวสีแดงสดติดอยู่บนปลายนิ้ว

เลือด

เลือดของเขาเอง

“ไม่เป็นไร…” เขาพึมพำ “ฉันเลือกแล้ว อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิด…”

เสียงเตือนภายในยานดังขึ้น

เหมือนลมหายใจเฮือกสุดท้าย

อับดุลพูดอีกครั้ง คราวนี้ในโหมดเตือนภัยจริงจัง

เสียงโทนทุ้มต่ำลง มีความห้วนขึ้น

“คุณเมธัส — แรงดันภายในร่างกายคุณ

“ไม่สามารถปรับสมดุลได้อีกแล้ว!

“ระบบตรวจพบสัญญาณเส้นเลือดฝอยในเยื่อจมูกแตกหลายจุด

“และอาจลามเข้าสู่สมอง!”—

“ฉันรู้แล้ว…!!” เขาตัดบททันที

เมธัสยกนิ้วขึ้นดูรอยเลือดอีกครั้ง

ดวงตาเขาไม่หวั่นไหว ไม่ลังเล

…มีเพียงแววเด็ดเดี่ยวที่ทอประกายอยู่ในม่านสีเลือดนั้น

“ดำต่อไป อับดุล…

“ดำให้ถึงที่สุด…

“เรามีแต่ทางลงเท่านั้นแล้ว!!”

เขายืดตัวขึ้นเต็มความสูง

เหมือนจะท้าทายแรงอัดที่กำลังกดเขาให้จมหาย

“เคทิส… ถ้าผมตายในนี้ ขอให้คุณรู้ไว้ว่า…

“ผมไม่ได้ตายเพราะความโง่บัดซบ!!

“แต่เพราะผมรักคุณ

“และอยากเจอคุณ

“แม้ในวินาทีสุดท้ายของชีวิต…!!”

VeltrayWhale ยังคงดิ่งลึกลงไปเรื่อย ๆ

มีเพียงเสียงระบบเตือนภัยที่แผดลึกลงไปถึงขั้วประสาท

แสงไฟชีวะแปรเปลี่ยนเป็น ‘สีแดงอมส้ม’ สว่างวาบตามผนังและเพดาน

สะท้อนความมืดมิดที่ผ่าน SoulWindow

ราวกับพวกมันกำลังจ้องเขากลับด้วยสายตาที่โกรธเคือง

ร่างของเมธัสเริ่มเอียง

ลมหายใจสั้นลง

แขนขาเริ่มไร้เรี่ยวแรง…

ลำตัวเขาโงนเงน

และในไม่ช้า…

ร่างของเขาก็ค่อย ๆ ลอยขึ้นจากพื้นห้องโดยไม่รู้ตัว

…เหมือนภาวะไร้แรงโน้มถ่วงกลับมาอีกครั้ง…

ความรู้สึกเดียวที่ยังคงหลงเหลืออยู่ คือ…

เขาได้ทำในสิ่งที่มนุษย์คนหนึ่ง

…ทำได้ที่สุดแล้ว

ดวงตาของเขา… ค่อย ๆ ปิดลง… 


หน้า: 1 2 3 4 5 6 7 8